บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” (ชื่อเดิมไทคอน) ลงนามความร่วมมือกับ “พีบีเอ กรุ๊ป” (PBA Group) ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จากประเทศสิงคโปร์ ในสัดส่วนการลงทุน 51:49 ตามลำดับ นำเสนอบริการและโซลูชั่นที่ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พีบีเอ กรุ๊ป

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พีบีเอ กรุ๊ป


นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวกลุ่มธุรกิจ สมาร์ทโซลูชั่น (Smart Solutions) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่จะมาต่อยอดและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ โซลูชั่นและบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ซึ่งทาง “พีบีเอ กรุ๊ป” (PBA Group) ได้มีการพัฒนาโซลูชั่นด้านการใช้งานระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่หลากหลาย อาทิ ระบบจัดการเครื่องจักรเฉพาะทาง, รถยกอัตโนมัติ, ยานพาหนะอัตโนมัติ (AGVs), หุ่นยนต์ (robots) และแขนกลหุ่นยนต์ (collaborative robots) ที่มีการใช้งานกับอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลายในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีภายใต้ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ส่งผลให้ความต้องการหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมในประเทศไทยได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากมีฐานผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยประเทศไทยมีภาพรวมตลาด
การนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 133% จาก 2,131 ยูนิตในปี 2556 เพิ่มเป็น 7,500 ยูนิตในปี 2561[1]
สืบเนื่องจากระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มีต้นทุนที่ลดลง ประกอบกับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดความต้องการด้านการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เริ่มหันมาใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีกันมากขึ้น ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของลูกค้าภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยอาศัยความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทฯ และใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย รวมกับโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจาก พีบีเอ กรุ๊ป”
มร. เดอร์ริค แยบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีบีเอ กรุ๊ป (PBA Group) กล่าวว่า “ในฐานะที่ พีบีเอ กรุ๊ป (PBA Group) เป็นผู้นำการให้บริการโซลูชั่นด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดค้นผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยี ช่วยยกระดับความสามารถของการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชั่นระบบอัตโนมัติสำหรับใช้งานในโรงงานและคลังสินค้าแบบครบวงจร พีบีเอ กรุ๊ป รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สำหรับการรุกธุรกิจด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ซึ่ง FPT เป็นกลุ่มธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทย บริษัทฯ จะผสานความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในฐานะพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของ FPT ทั้งนี้ เราเชื่อว่าความร่วมมือกันของสองบริษัทจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ เรายังเล็งเห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกของตลาดอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในประเทศไทย ที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการใช้งานระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลือกที่ช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอีกต่อไป แต่ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาความสามารถด้านการผลิตและการปฏิบัติงานภายในประเทศเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติ
สำหรับ RACE Academy หรือโครงการฝึกอบรมอิสระของพีบีเอ เป็นโครงการที่มุ่งให้ความรู้และส่งเสริมการศึกษาด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับระบบอีโคซิสเต็มสของอุตสาหกรรม ด้วยการจัดฝึกอบรมและเสริมทักษะให้กับบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ฝึกอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีด้านการผลิตแบบดิจิทัลในโรงงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและได้สัมผัสประสบการณ์จริงในการทำงานผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือครั้งแรกกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย[2]”
“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะผสานองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของทั้งบริษัทฯ และพีบีเอ นำเสนอเป็นบริการและโซลูชั่นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า เพราะบริษัทฯ เชื่อว่าบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การให้บริการเช่าพื้นที่อาคารอีกต่อไป แต่จะรวมไปถึงบริการและโซลูชั่นที่ครบวงจร สามารถมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและตอบทุกความต้องการของลูกค้า ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของการใช้งานโซลูชั่นหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานและคลังสินค้า” นายโสภณ กล่าวเพิ่มเติม

ผู้นำด้านโซลูชันแพลตฟอร์มความปลอดภัยระดับโลก เปิดตัว 3 นวัตกรรมใหม่ ได้แก่Cortex™ , Cortex XDR™ และTraps™ 6.0 ซึ่งถูกคิดค้นและพัฒนาบนพื้นฐานของระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ เทคโนโลยีด้านการเรียนรู้ของเครื่อง(Machine Learning)  เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยขององค์กรในอนาคต 

เปิดตัว Cortex ระบบการจัดการความปลอดภัย พัฒนาบนพื้นฐานของ AI

เปิดตัว Cortex ระบบการจัดการความปลอดภัย พัฒนาบนพื้นฐานของ AI


ในปัจจุบันองค์กรจำนวนมากตื่นตัวกับปัญหาและภัยคุกคามไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบและทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น  จึงจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางป้องกันและแก้ไขหากเกิดเหตุ รวมทั้งกำหนดมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขึ้น สำหรับประเทศไทย ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการคุกคามทางไซเบอร์ที่ได้บันทึกไว้ในสถิติแล้วจำนวนทั้งหมด 2,520 ครั้ง [1]จากรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป พบว่าเหล่าผู้โจมตีได้มีการนำเทคโนโลยีด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการทำงานแบบอัตโนมัติมาใช้ จึงทำให้สามารถเรียนรู้ ผู้ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยไม่สามารถตรวจจับอัตโนมัติ และตอบสนองได้ทันท่วงที การที่ระบบไม่สามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพพบว่าเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

§  ระบบรักษาความปลอดภัยแบบไซโลเกิดจากการที่แต่ละอุปกรณ์ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถบูรณาการข้อมูลการตรวจพบเข้าด้วยกันและสั่งการเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติได้ 

§  การขาดแคลนด้านทรัพยากรบุคคลบุคลากรเฉพาะทางด้าน Cyber Security ที่มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของแต่ละองค์กรเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่มีข้อมูลปริมาณมหาศาล ทำให้บุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่สามารถรับมือกับปริมาณข้อมูลเหล่านั้นได้

§  ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับตรวจสอบ: ในการตรวจจับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น การตั้งค่าระบบงานที่สําคัญให้บันทึกเหตุการณ์ หรือเรียกว่า Logs ไม่เพียงพอในการใช้ตรวจสอบและตัดสินใจในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และหากจะต้องรวบรวมข้อมูลจากจุดกำเนิดหลายจุด ต้องใช้ผู้ที่มีประสบการณ์ในระดับสูง และใช้ระยะเวลาตรวจสอบมากขึ้น

Cortex คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

Cortex เป็นเพียงระบบรักษาความปลอดภัยแพลตฟอร์มเดียวในตลาดที่เป็นระบบเปิด ที่บูรณาการเข้ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ Cortex สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับApplication Framework ออกแบบขึ้นมาเพื่อทำให้ระบบความปลอดภัยสามารถใช้งานง่ายมากขึ้น (Simplified) และปรับปรุงให้ได้ผลลัพธ์แบบอัตโนมัติ (Automated Outcome) ดังนั้นCortex จึงอาศัยระบบการทำงานคลาวด์เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณข้อมูล ทำให้สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำ การทำงานของCortex ประกอบด้วย

Cortex XDR ​ทำหน้าที่ในการตรวจจับและตอบสนองที่ทำงานร่วมกันในระดับ เอนด์พอยท์ (Endpoint) เน็ตเวิร์ค (Network) และ คลาวด์ (Cloud) 

Cortex Data Lake ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลจาก Cortex XDR เข้าด้วยกันและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ ทั้งในเชิงของพฤติกรรมผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หลังจากนั้นส่งข้อมูลที่ประมวลผลได้กลับไปยัง Cortex XDR เพื่อทำการป้องกันภัยคุกคามที่ตรวจพบได้แบบอัตโนมัติและทันท่วงที

Traps 6.0 ทำหน้าที่เป็นทั้งระบบป้องกัน (ระดับอุปกรณ์) ตรวจจับ และตอบสนองต่อผลการวิเคราะห์จาก Cortex นอกจากนั้น Traps 6.0 ยังทำหน้าที่ในการเป็นเซนเซอร์รวบรวมข้อมูลบนอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ และการเก็บหลักฐานสำหรับการสอบค้นต้นตอของปัญหาในระดับขั้นสูงต่อไป

นางสาวธิติรัตน์ ทองถาวร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน  พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า “การตรวจพบการโจมตี และการตอบสนองต่อภัยคุกความ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์  ในปัจจุบันรูปแบบการป้องกันความปลอดภัยของแต่ละอุปกรณ์แยกจากกันในรูปแบบ Standalone จึงทำให้เกิดจุดบอดขึ้นในองค์กร เกิดความขัดแย้งด้านข้อมูล (Data Conflict) เราเชื่อว่าวิธีจัดการกับปัญหานี้ได้ดีที่สุดคือใช้ความสามารถในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาล ผนึกกับขีดความสามารถในการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence:AI) และเทคโนโลยีด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ในการตรวจพบ และตอบสนองต่อภัยคุกคามโดยอัตโนมัติทันที”

หลังจากที่คุณออกจากห้องสัมภาษณ์งานด้วยความมั่นใจว่าจะต้องได้งานนี้แน่ ๆ แต่เวลาผ่านไป กลับไม่มีสัญญานตอบกลับจาก HR ซักที อีเมลไปถามก็แล้ว โทรไปถามก็แล้ว กลับได้คำตอบมาแค่ว่า “กำลังพิจารณาอยู่” แม้แต่การสมัครเป็น ฟรีแลนซ์ เองก็ตามคุณเริ่มคิดว่า ควรจัดการตัวเองยังไงดี กับการรอคอยที่ไม่รู้จุดหมายแบบนี้ เพราะการรอนี้จะทำให้คุณเสียเวลาได้ ยิ่งถ้ามีนายจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ เรื่องก็จะยิ่งยืดเยื้อเข้าไปอีก การรอคอยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก น่าจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ แต่มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไม HR ถึงใช้เวลานาน กว่าจะติดต่อกลับมาหาคุณ

เมื่อไปสมัครงานกับบริษัทต่างๆ ทำไมถึง รอนานกว่า HR จะติดต่อกลับ

เมื่อไปสมัครงานกับบริษัทต่างๆ ทำไมถึง รอนานกว่า HR จะติดต่อกลับ

  1. มีผู้เกี่ยวข้องในการตัดสินใจมากเกินไป การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายหรือหลายคนในการตัดสินใจพิจารณารับคนเข้าทำงาน ทำให้กระบวนการจ้างงานล่าช้าไปได้ เพราะแต่ละฝ่ายอาจมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมาช่วยกันพิจารณาการจ้างงานก็เป็นเรื่องจำเป็น ถึงแม้ว่าจะทำให้กระบวนการจ้างงานต้องล่าช้าออกไป เพราะความล่าช้านี้จะทำให้องค์กรได้คนทำงานที่เหมาะสมที่สุด เพราะฉะนั้น สาเหตุที่กว่า HR จะติดต่อคุณกลับมาหลังจากที่มีการสัมภษณ์งานกันแล้ว ไม่ได้เป็นที่ตัวคุณไม่ดีหรือไม่เหมาะ แต่เป็นเพราะกระบวนการจ้างงานขององค์กรต่างหาก
  2. HR ยังติดสัมภาษณ์งานผู้สมัครงานคนอื่นอยู่ ถ้าช่วงที่คุณสมัครงานเป็นช่วงฤดูกาลหางานอยู่พอดี แต่ละองค์กรจะมีผู้สมัครงานเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ HR จะได้ใช้เวลาในการหาคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน ถ้าคุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นเพราะพวกเขากำลังเดินหน้าสัมภาษณ์ผู้สมัครงานอยู่ และยังไม่มีเวลาพิจารณาหรือติดต่อกลับหาคุณในทันทีก็เป็นได้ค่ะ
  3. ทีมผู้บริหารยังตัดสินใจกันอยู่ อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารหรือทีมผู้บริหารกำลังถกเกียงกันอยู่ว่า จะเอาอย่างไรดี มองในแง่ดีไว้ค่ะว่า การที่คุณยังไม่ได้ยินคำตอบใด ๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะถ้าคำตอบคือ ‘ไม่’ แล้วล่ะก็ คุณคงได้รับการติดต่อกลับจากพวกเขาไปนานแล้ว การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นไปได้ว่า คุณเป็นตัวเก็งที่ทางทีมผู้บริหารกำลังพิจารณากันอยู่ ขอให้คุณอดทนรอไปอีกซักนิดค่ะ
  4. HR ยังรอให้มีผู้สมัครงานที่หลากหลายมากกว่าเดิม การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR บางทีอาจเป็นเพราะว่า HR ยังต้องการผู้สมัครงานที่หลากหลาย และปริมาณมากกว่านี้ เขาจึงขยายเวลารับสมัครงานออกไปเพื่อหาผู้สมัครงานเพิ่ม เรื่องนี้อาจทำให้คุณท้อใจ ว่าคุณยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานนี้ แต่ถ้ามองอีกมุม มันเป็นเรื่องที่ดี ที่คุณจะได้ลองสำรวจตัวเองอีกครั้ง แล้วลองหางานใหม่ที่เหมาะสมกับคุณมากกว่าเดิม
  5. มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกระทันหันในองค์กร การที่คุณยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก HR อาจเป็นเพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนกันภายในองค์กรอย่างกระทันหัน เช่น การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร หรือข้อจำกัดทางด้านการเงินขององค์กร ซึ่งเรื่องพวกนี้ต่างก็มีผลกระทบไปถึงกระบวนการจ้างงานทั้งสิ้น ความล่าช้าในการตัดสินใจอาจเป็นผลมาจากสาเหตุภายในต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอในแวดวงธุรกิจ และความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านไอทีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ประกาศวันนี้ถึงความร่วมมือครั้งใหม่กับ Mellanox Technologies เพื่อนำโซลูชั่นการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสำหรับวางจำหน่าย ข้อตกลงครั้งนี้ทำให้วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) สามารถนำโซลูชั่นและบริการของ Mellanox ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายชั้นนำด้านเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตแบบ End-to-End และการเชื่อมต่อแบบอัจฉริยะ InfiniBand เข้าสู่ตลาดของไทยผ่านช่องทางเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายระดับองค์กรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้

คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานบริหารของบริษัทวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Mellanox เป็นโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของระบบเครือข่าย ในส่วนของศูนย์ข้อมูลส่วนกลางหรือ Data Center ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้หลากหลายแง่มุม คือ สามารถรองรับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ (Era Infra) อย่าง Hyper-Converged (SCI) และ Cloud ด้วยโซลูชั่นบนระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ฉับไวและมี Latency ที่ต่ำมาก ทำให้ผู้ใช้งานและแอพพลิเคชันต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วขึ้นนอกจากนั้นยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบศูนย์ข้อมูลส่วนกลางหรือ Data Center และแอพพลิเคชันต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Visualization หรือ Cloud และเมื่อเทียบคุณสมบัติการแข่งขันด้านราคากับแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ แล้วนั้น กล่าวได้ว่า Mellanox มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีกับทุกองค์กร”

“เราเชื่อมั่นใน Mellanox ทั้งตัวผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยี, และระบบโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อผสานเข้ากับประสบการณ์ของเราที่ยาวนานมากกว่า 30 ปีในตลาดด้านไอทีแล้ว เรามั่นใจว่าความร่วมมือกับ Mellanox ครั้งนี้จะได้เสียงตอบรับที่ดีจากทั้งเครือข่ายตัวแทนและลูกค้า เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญประจำอยู่พร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สู่ตลาดผ่านช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่า 5,000 ช่องทางทั่วประเทศไทย” คุณสมศักดิ์กล่าวเสริม

คุณชาลี ฟู รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Mellanox Technologies กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญในเอเชียแปซิฟิก ที่เราเห็นการเติบโตและการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นมากเท่าใด ก็ยิ่งมีความต้องการเครือข่ายความเร็วสูงและมีความอัจฉริยะมากขึ้น เพื่อจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรา Mellanox เป็นผู้นำในด้านนี้ และมุ่งมั่นที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้าในภูมิภาคด้วยทรัพยากรและบริการที่ดีที่สุด เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เพื่อขยายฐานลูกค้าในประเทศไทยต่อไป”

คุณดาร์ริน เฉิน รองประธานฝ่ายช่องทางจัดจำหน่ายระดับนานาชาติของ Mellanox Technologies กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากกับความร่วมมือของ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เนื่องจากถือเป็นโอกาสที่ดีมากในการนำเสนอโซลูชั่นการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดสู่ตลาดเมืองไทย ซึ่ง Mellanox เองไม่

เพียงมีโซลูชั่นเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่สุดในด้าน HPC, AI, คลาวด์, สตอเรจ, ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับองค์กร, ด้านความปลอดภัย, บริการทางการเงิน และอื่น ๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีประมวลผลภายในเครือข่าย ที่ช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคตอีกด้วย จากความร่วมมือของเรานี้ เราหวังว่าจะสามารถส่งมอบโซลูชั่นที่ดีที่สุด และเป็นทางเลือกด้านโซลูชั่นการเชื่อมต่อข้อมูลในตลาดของไทยได้เป็นอย่างดี”

เกี่ยวกับ Mellanox

Mellanox Technologies (NASDAQ: MLNX)เป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำด้านโซลูชั่นและบริการการเชื่อมต่ออัจฉริยะทั้งแบบ End-to-End Ethernet และ InfiniBand สำหรับเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจ โซลูชั่นการเชื่อมต่อของ Mellanox ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ด้วยการให้ทรูพุตที่สูงที่สุด และเวลาหน่วงที่ต่ำที่สุด ทำให้ส่งต่อข้อมูลไปยังแอพพลิเคชั่นได้เร็วยิ่งขึ้น, ปลดล็อกประสิทธิภาพของระบบ, และยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล Mellanox มีผลิตภัณฑ์ด้านการเชื่อมต่อความเร็วสูงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอแดปเตอร์, สวิตช์, ซอฟต์แวร์, หรือแม้แต่ชิปซิลิกอนที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่น และยกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจให้มากที่สุด เหมาะกับหลายกลุ่มตลาดไม่ว่าจะเป็นธุรกิจคลาวด์และ Hyperscale, บริการประมวลผลประสิทธิภาพสูง, ระบบ AI, ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับองค์กร, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, สตอเรจ, บริการทางการเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย

โปรแกรมแปลงไฟล์ DVD และวีดีโอต่างๆ มาพร้อมกับเครื่องมือมากมายภายในโปรแกรม Any DVD Converter Pro ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแปลงไฟล์ดีวีดและวีดีโอ ไรท์แผ่นหนัง แผ่นซีดี ดีวีดี ข้อมูลต่างๆ การปรับแต่งวีดีโอ เพื่อเพิ่มเอฟเฟคอื่นๆ หรือแม้แต่การดาวน์โหลดวีดีโอผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บนหน้าเว็บไซต์ก็ตาม

โปรแกรม Any DVD Converter Pro แปลงไฟล์ DVD PS4 Xbox

โปรแกรม Any DVD Converter Pro มาพร้อมกับฟั่งก์ชั่นการทำงานที่มากมาย เหมือนที่ได้กล่าวไปข้างต้น ด้วยการแปลงไฟล์ที่รวดเร็ว ไม่มีสะดุด และเนื้อหาก็สมบูรณ์แบบ ไม่มีตกหล่น นอกจากจะสามารถแปลงไฟล์ได้แล้ว คุณยังสามารถเลือกการส่งออกไฟล์ไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย อาทิเช่น เครื่องเล่นซีดี ดีวีดีต่างๆ เครื่องเล่นเกมส์ ได้แก่ เครื่อง Xbox PSP PS4 เป็นต้น นอกจากการส่งไปยังเครื่องมือดังกล่าวคุณยังสามารถเลือกส่งไปยังอุปกรณ์พกพาอย่างเช่นสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี ต่างๆ อีกด้วย

แปลงไฟล์ DVD และวีดีโอไปยังอุปกรณ์พกพาต่างๆ ได้มากมาย อาทิเช่น ระบบปฏิบัติการณ์ Android เครื่อง Samsung Galaxy S5, เครื่อง Note III, เครื่อง HTC, เครื่อง Sony Xperia Z2 และอื่นๆ หรือระบบปฏิบัติการณ์ iOS เครื่อง iPhone เครื่อง iPad และอื่นๆ

ทั้งยังสนับสนุนภาพเคลื่อนไหว เช่นไฟล์ .GIF .FLV เป็นต้น แยกเสียงออกจากวีดีโอและแปลงไฟล์ระดับสูงได้อีกด้วย แปลงได้รวดเร็ว ไรท์ลงแผ่น DVD เล่นบนเครื่องเล่นต่างๆ สามารถปรับแต่งรูปแบบเมนูภายในแผ่นของ CD หรือ DVD ได้ตามต้องการ สามารถเลือกรูปแบบของไฟล์ที่ต้องการส่งออกได้ ใช้งานง่าย เพียงคลิกไม่กี่นาที และรองรับการเบิร์นวีดีโอไปยังหลายๆ เครื่องเล่นพร้อมเอฟเฟคมากมายให้เลือกใช้งานการแต่งวีดีโฮของคุณ

หัวเว่ยเปิดฉากรุกตลาดสมาร์ทโฟนตั้งแต่ต้นปีด้วยการคว้าพื้นที่สำหรับบูธหัวเว่ยในงาน Thailand Mobile Expo ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ พร้อมเปิดตัวและ วางจำหน่ายสินค้าใหม่ครั้งแรกครบทุกไลน์ นำทัพโดย HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟน Punch Display รุ่นแรกในประเทศไทย HUAWEI Y9 2019 สีใหม่ Aurora Purple พร้อมด้วยแท็บเล็ตรุ่นล่าสุด HUAWEI MediaPad T5 10” และสมาร์ทโฟนวอทช์รุ่นใหม่ HUAWEI Watch GT ทั้งจัดเต็มโปรโมชั่นเพื่อลูกค้าคนไทย พลาดไม่ได้! ที่ บูธ PL6, SP1-SP2 ฮอลล์ 98-99 ไบเทค บางนา

หัวเว่ยเปิดเกมรุกต้นปี ครองพื้นที่บูธใน TME ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “พันธกิจหลักของหัวเว่ยที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ การส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ทำให้ ในแต่ละปี หัวเว่ยใช้งบประมาณ 10-15% ของรายได้ลงทุนในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยปีที่ผ่านมาหัวเว่ยใช้เงินลงทุนสูงกว่าหมื่นล้านเหรียญยูโร ซึ่งนับเป็นบริษัทที่ลงทุนสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก จากความทุ่มเทในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้หัวเว่ยสามารถสร้างยอดขายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งสวนทางกับเทรนด์ตลาดสมาร์ทโฟนทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย โดยผลการดำเนินงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ แบรนด์หัวเว่ยยังได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นในทุกๆ ปีจากหลายสำนักอีกด้วย ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์หัวเว่ยได้รับการตอบรับและไว้วางใจจากผู้บริโภคทั้งทั่วโลกและชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ปี 2562 นี้ หัวเว่ยเปิดเกมรุกต้อนรับศักราชใหม่ด้วยการครองพื้นที่บูธหัวเว่ย ในงาน Thailand Mobile Expo รวมกว่า 1,212 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดที่ออกบูธในงานครั้งนี้ พร้อมรองรับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างเต็มพื้นที่ ประกอบด้วยบูธหลัก PL6 โซนเอ็กซ์พีเรียนซ์ SP1-SP2 และโซนแลกของสมนาคุณ ST13-ST18 ฮอลล์ 98-99 ไบเทค บางนา นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัวและวางจำหน่ายสินค้าใหม่ครบทุกไลน์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการมีตัวเลือกที่หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่เปิดตัวและจำหน่ายครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo

HUAWEI nova 4 วางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน TME เท่านั้น
HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟน Punch Display สุดเทรนดี้รุ่นแรกในประเทศไทย หน้าจอดีไซน์ใหม่ล่าสุด ไร้ติ่ง ขนาด 6.4 นิ้ว สเปคระดับสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปด้วย RAM ถึง 8 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง
128 GB ที่มาพร้อม ชิปเซ็ต Kirin 970 ทำงานร่วมกับ AI เพิ่มฟีเจอร์สุดล้ำ กล้อง 3 กล้องที่มีเลนส์ Ultra Wide เก็บภาพมุมกว้าง และฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่มากมายสมฉายา AI Selfie Superstar ด้วยกล้องหน้า 25 MP พร้อมวางจำหน่าย ในราคา 16,990 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายสี Crush Blue พร้อมรับฟรีของสมนาคุณพิเศษ HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท

HUAWEI MediaPad T5 10” แท็บเล็ตราคาสุดคุ้ม พกพาง่าย สนุกได้ทุกที่ทุกเวลา
HUAWEI MediaPad T5 10” หน้าจอความละเอียด 1080p Full HD ขนาด 10.1 นิ้ว และลำโพงคู่ระบบสเตอริโอ ช่วยให้ผู้ใช้งานรับชมความบันเทิงบนที่สุดแห่งภาพและเสียงได้อย่างไร้ขีดจำกัด สามารถทำงานหลากหลายแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกัน ทั้งยังรองรับ microSD Card ความจุสูงสุด 256 GB มาพร้อมกับดีไซน์โฉมใหม่ระดับพรีเมี่ยมด้วยวัสดุแบบเมทัลลิค เครื่องขนาดเล็ก พกพาง่าย จับถนัดกระชับมือ HUAWEI MediaPad T5 10” มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น WiFi (RAM 2 GB และ ความจุ 16 GB) ราคา 5,990 บาท และ WiFi+Cellular (RAM 3 GB และ ความจุ 32 GB) ราคา 8,990 บาท โดยจะวางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สี Black และ สี Champagne Gold

โดยลูกค้าที่ซื้อ HUAWEI MediaPad T5 สามารถใช้สิทธิ์แลกรับลำโพงบลูทูธ JBL Horizon มูลค่า 3,990 บาท ฟรี ในช่วงนาทีทองของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 วันเดียวเท่านั้น จำกัดจำนวน 100 คนแรก

HUAWEI WATCH GT สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดสำหรับสายแอกทีฟ
HUAWEI WATCH GT สมาร์ทวอทช์คู่ใจของคนรักการผจญภัย ตัวเรือนขนาด 10.6 มิลลิเมตร หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียดสูงขนาด 454×454 สามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างชัดเจน โครงสร้างทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน ติดตั้งอัลกอริธึ่มเพื่อการประหยัดพลังงานซึ่งสามารถสลับโหมดการทำงานระหว่างโหมดประสิทธิภาพสูงกับโหมดประหยัดพลังงานตามลักษณะการใช้งานของผู้ใช้เพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานสมาร์ทวอทช์ได้นานที่สุด ตรวจจับพิกัดได้อย่างแม่นยำที่สุด รองรับการบันทึกกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งการออกกำลังกายในที่ร่ม การวิ่งกลางแจ้ง การปีนเขา การขี่จักรยาน หรือการว่ายน้ำในสถานที่เปิด และมีคุณสมบัติสำหรับการเทรนนิ่งที่พัฒนาขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจด้วยเทคโนโลยี HUAWEI TruSeen™ 3.0 เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ออกกำลังได้ดีและปลอดภัยมากขึ้น HUAWEI WATCH GT Sport edition วางจำหน่ายครั้งแรกในงาน TME ราคา 5,990 บาท

HUAWEI Y9 2019 สีใหม่ Aurora Purple สวยเด่น สเปคล้น เกมลื่น บันเทิงจัดเต็ม
HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟน AI น้องเล็ก แต่สเปคไม่เล็กตาม คู่ใจสายเอ็นเตอร์เทนตัวจริง อัดแน่นทั้งจอใหญ่ สเปคแรง แบตอึด 4 กล้อง จะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายภาพก็ครบ ด้วยชิปเซ็ต AI Kirin 710 ที่มาพร้อม AI Game Suite และ GPU Turbo เพื่อการเล่นเกมแบบกราฟฟิกสูงให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด เต็มตาบนหน้าจอ Huawei FullView Display ขนาด 6.5 นิ้ว และ RAM 4GB กับแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh มาพร้อมกล้อง 4 ตัวแชะภาพสวยได้ดั่งใจ ในดีไซน์หรูบางเฉียบ ราคาเพียง 6,990 บาท วางขายสีใหม่ล่าสุด Aurora Purple ไล่เฉดสีม่วงสะกด ทุกสายตา

แคมเปญ ‘Happy Chinese New Year 2019’ นำสินค้าสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ทั้ง Lenovo All-In-One, Lenovo IdeaPad, Lenovo Yoga, Lenovo Miix, และ Lenovo Legion มาเอาใจคอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊ค พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้าทุกท่าน ด้วยการมอบของสมนาคุณมากมายอย่าง ออร์กาไนเซอร์สำหรับจัดเก็บสิ่งของบนโต๊ะเดสก์ท็อป, หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear, Lenovo ออฟติคอลเม้าส์, บัตรของขวัญจาก Lotus, เมาส์ไร้สาย Lenovo, และกระเป๋าเป้ขนาด 15.6 นิ้ว เมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ของเลอโนโวที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2562

เลอโนโว จัดโปรพิเศษฉลองปีหมูทอง พร้อมรับของสมนาคุณมากมาย

ไฮไลท์โปรสุดพิเศษ จัดโปรพิเศษฉลองปีหมูทอง

· เมื่อซื้อ Lenovo Yoga C930 รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear มูลค่า 1,990 บาท เปิดตัวในงาน IFA ครั้งล่าสุด Lenovo Yoga C930 คือโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์การทำงานที่ยืดหยุ่น ด้วยหน้าจอที่ต่อกันถึง 2 จอ และสามารถพับได้ 360 องศา เครื่องมาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i7 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ RAM 16GB และการรับประกัน 2 ปี ในราคา 65,990 บาท

· เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y530 รับฟรี Lenovo เกมมิ่งเมาส์ มูลค่า 690 บาท

Lenovo Legion Y530 คือโน๊ตบุ๊คสำหรับสายเกม เพื่อประสบการณ์การเล่นที่แตกต่าง มาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i5 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ RAM 8GB การ์ดจอ NVIDIA Geforce GTX1050Ti และการรับประกัน 2 ปี ในราคา 24,990 บาท

· เมื่อซื้อ Lenovo IdeaPad 330S ในระบบปฏิบัติการ Windows 10 รับฟรีเม้าส์ไร้สาย Lenovo 300 Wireless Compact Mouse

Ideapad 330S คือโน๊ตบุ๊คที่บางเบา แต่ทรงประสิทธิภาพ เครื่องมาพร้อมขอบจอบางเฉียบเพียง 5.7 มิลลิเมตรให้ความทันสมัยและสวยงาม ระบบปฏิบัติการณ์ Windows 10 ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นทั้งสำหรับการทำงานและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คแบบ 2-in-1 ที่มีดีไซน์โดดเด่น อย่างตระกูล Miix เลอโนโวได้จัดของสมนาคุณไว้ให้โดย เมื่อซื้อ Lenovo Miix 520 ในราคาเริ่มต้นที่ 37,990 บาท รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear

ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสเปคครบครัน ในราคาเริ่มต้นแบบย่อมเยาเพียง 17,490 บาท สำหรับ Lenovo All-In-One 520 ชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i3 และ Lenovo All-In-One 520 ชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i5 ในราคาเริ่มต้นที่ 21,990 บาทพร้อมรับฟรี ออร์กาไนเซอร์สำหรับจัดเก็บสิ่งของบนโต๊ะเดสก์ท็อป

เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและไลฟ์สไตล์ในเครื่องเดียวด้วย Lenovo ตระกูล Yoga เมื่อซื้อ Lenovo Yoga 530 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 7th Gen Intel® Core i3 รับฟรี เมาส์ไร้สาย Lenovo 300 Wireless Compact Mouse และลูกค้าที่ซื้อ Lenovo Yoga 530 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i5 รับฟรี กระเป๋าเป้ Backpack ขนาด 15.6″ นิ้ว และลูกค้าที่ซื้อ Lenovo Yoga S730 รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear

ส่วนลูกค้าที่ต้องการเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเทพ อย่างตระกูล Legion เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y530 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i7 ในราคาเริ่มต้นที่ 38,990 บาท รับฟรี กระเป๋าเป้ Lenovo Recon Gaming ขนาด 15.6″ นิ้ว

ผู้สนใจสามารถแวะชมและสอบถามเกี่ยวกับโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์เลอโนโวได้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 มีนาคม 2562 หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-787-3066 หรือ https://www.lenovo.com/th/th/

ถ้าคุณเลือกสมัครอยู่แค่งานที่คุณมีคุณสมบัติครบเท่านั้น อาจทำให้เสียโอกาสได้งานที่ดีไปก็ได้ ยกเว้น พวกงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อย่างงานด้านสุขภาพ, งานวิทยาศาสตร์ และงานด้านกฎหมาย เพราะความจริงแล้ว ถ้าไม่ใช่งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้านอย่างงานพวกนั้น ส่วนมากแล้วเราจะมีทักษะกว้างกว่าที่คิดไว้ซะอีก อย่างพวกทักษะการนำเสนองาน, ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือทักษะการพูกในที่สาธารณะ เป็นต้น พวกนี้เป็นทักษะที่สามารถปรับใช้ให้เข้ากับการทำงานต่าง ๆ ได้ เป็นทักษะที่มีอยู่แล้วตัวทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะดึงทักษะพวกนี้ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการทำงานได้มากกว่ากันเท่านั้นเอง

      เป็นหน้าที่ของผู้สมัครงานเช่นคุณ ที่จะแสดงให้บริษัทที่คุณจะสมัครงานด้วยเห็นว่า คุณควรค่ากับการร่วมงานด้วยกับบริษัทเขามากแค่ไหน และนำเสนอทักษะและความสามารถของคุณให้น่าสนใจ แค่คุณ “มีคุณสมบัติไม่ถึง” ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์ได้งาน มีวิธีทำให้มีสิทธิ์ได้งาน ทั้ง ๆ ที่คุณสมบัติไม่ถึงมาแนะนำ
  1. พยายามขายทักษะและประสบการณ์ที่คุณมี ให้สอดคล้องกับงานที่จะสมัคร ทักษะและประสบการณ์ที่คุณต้องมีในการสมัครงาน ไม่จำเป็นต้องได้มาจากการทำงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานนั้น ๆ เสมอไป แต่อาจมาจากกิจกรรมนอกเวลาที่ทำตอนเรียน, การทำงานเป็นอาสาสมัคร, การฝึกงาน หรือแม้แต่การทำงาน Part-time ก็ได้ จากงานสำรวจในปี 2016 ของบริษัท Deloitte พบว่า ประสบการณ์ที่ได้จากงานอาสาสมัครอาจมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมทักษะความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้นำที่ประสบความสำเร็จหลายคน “ต้องมี” จากผลสำรวจยังช่วยยืนยันความคิดที่ว่าการใส่ประสบการณ์การทำงานเป็นจิตอาสาในเรซูเม่ยังจะช่วยดึงดูดให้นายจ้างสนใจในตัวคุณมากขึ้นอีกด้วย ประเด็นคือ อย่าจำกัดตัวเอง ว่างานไหนที่มีคุณสมบัติไม่ถึง คุณสมบัติไม่ครบ หรือไม่สอดคล้องก็ปล่อยผ่านไป ไม่ลองสมัครดู คุณควรมองภาพรวมก่อนว่าคุณสมบัติที่ต้องการในประกาศงานจริง ๆ แล้วต้องการอะไรเป็นสำคัญ และคุณมีมันหรือไม่มี ถ้ามีก็ลุยได้เลย พยายามขายทักษะและประสบการณ์ที่คุณมี ให้สอดคล้องกับงานที่จะสมัครที่สุด รับรองว่าคุณก็มีสิทธิ์ได้งาน
  2. ทำยังไงก็ได้ให้ผู้ประกอบการเห็นว่าคุณอยากร่วมงานด้วยจริง ๆ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์และทักษะทางเทคนิคสำหรับงานนั้น ๆ อยู่ คุณสามารถแสดงความกระตือรือร้นและแพสชั่นของคุณผ่านการสร้างสรรค์เรซูเม่สุดครีเอทีฟได้ด้วยเหมือนกัน มีตัวอย่างเคสนึงที่ไอเดียดี คือ Nina Mufleh ต้องการสมัครงานกับ Airbnb เธอได้แนบรายงานเกี่ยวการตลาดการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสของ Airbnb ในการขยายสาขา ไปกับการสมัครงานของเธอด้วย นอกจากที่เธอค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว เธอยังออกแบบและทำเว็บไซต์ที่ใช้ในการสมัครงานและใส่ข้อมูลรายงานต่าง ๆ นั้นขึ้นมาอย่างสวยงาม ทำให้ผู้ประกอบการเห็นว่าเธออยากร่วมงานด้วยกับ Airbnb จริง ๆ
  3. มีภาพลักษณ์ตัวตนในโลกออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ เรซูเม่ของคุณอาจจะสะดุดตาทำให้ว่าที่นายจ้างคุณเกือบจะเลือกคุณแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าเกือบ 100% พวกเขาต้องลองเอาชื่อของคุณไปเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แน่ ๆ อย่างน้อยเพื่อความสบายใจก่อนที่จะเรียกคุณเข้าไปสัมภาษณ์งาน แต่บางคนที่ไม่ค่อยมีข้อมูลของตัวเองอยู่ในโลกออนไลน์หรือโซเชี่ยลมีเดีย ก็อย่าเพิ่งคิดว่าจะรอดตัว เขาอาจมองว่าคุณเป็นคนโลว์เทคและล้าสมัยไปซะอย่างนั้นเลย อีกแง่หนึ่ง หากคุณเปิดเผยตัวตนของคุณมากเกินไปหรือชอบโพสท์ทุกอย่างที่ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณอยู่ตลอดเวลาก็อาจไม่เป็นที่ปลื้มปริ่มของนายจ้างบางแห่งเช่นกัน จะเป็นการดีที่สุดที่คุณจะรู้จักการวางตัวให้เป็นในโลกออนไลน์ รู้กาละเทศะและอะไรควรไม่ควรในการโพสท์เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้ดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือและอยู่เป็นในโลกของการทำงาน วิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือการสร้างเว็บไซต์หรือบล็อกส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหรือผลงานที่ผ่านมาของคุณโดยเฉพาะ ซึ่งคุณสามารถใช้เว็บไซต์หรือบล็อกนี้แทนเรซูเม่ได้เลยในยุคนี้ แต่ถ้าคุณสร้างเว็บไซต์เองไม่เป็น เดี๋ยวนี้เค้าก็มีแบบสำเร็จรูปให้เลือกใช้กันแบบง่าย ๆ อยู่
  4. มองว่าโอกาสนี้เป็นความท้าทายของคุณ อย่างที่ได้บอกอยู่บ่อย ๆ ว่า การมองภาพรวมหรือมองภาพใหญ่นั้นเป็นเรื่องสำคัญ อย่างในกรณีที่คุณมีคุณสมบัติไม่ถึงนี้ การพยายามขายความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องสำคัญกว่าความสามารถที่คุณมีในปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่มีความคิดก้าวหน้าจะเปิดใจมากพอที่จะเห็นคุณค่าข้อนั้นในตัวคุณ แทนที่จะจ้างคนที่มีประสบการณ์ที่ทำงานแบบเดิม ๆ มาแล้ว 5 ปี ซึ่งอาจจะหมดไฟและไม่มีแรงบันดาลใจแล้วก็เป็นได้ อยากให้คุณโฟกัสไปที่ความกระตือรือร้น หมั่นฝึกฝนทักษะต่าง ๆ รักษาประวัติการทำงานให้ดี และมีจรรยาบรรณในอาชีพเพื่อแสดงมุมมองใหม่ ๆ ที่คุณจะสามารถนำเข้ามาสู่ทีมได้ ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนงาน ทำไมคุณไม่ลองใช้โอกาสนี้ในการก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนและตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นดู เหมือนที่บทความของ Fast Company ได้กล่าวไว้ว่า “กฎข้อแรกของการเติบโตในอาชีพคือ ถ้าคุณสมัครงานในตำแหน่งที่คุณมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วล่ะก็ เป้าหมายที่คุณตั้งมันก็อาจจะดูต่ำไป ให้มองว่างานใหม่เป็นโอกาสในการเติบโตในอาชีพได้ ซึ่งเรื่องนี้ผู้ประกอบการรู้ดีอยู่แล้ว ผู้ประกอบการไม่ต้องการจ้างคนที่มีความสามารถเพรียบพร้อมมาตั้งแต่ต้น เพราะคนเหล่านั้นอาจตันได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่เขาจะเลือกจ้างคนที่สามารถพัฒนาศักยภาพ พร้อมเรียนรู้และฝึกฝนจนกลายเป็นคนที่เก่งยิ่งขึ้นได้”
  5. มีผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพในสายงานที่จะสมัครมาช่วยเป็นบุคคลอ้างอิง การที่คุณมีผู้หลักผู้ใหญ่ในสายงานที่คุณจะสมัครเป็นที่รู้จัก จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่คุณอาจไม่คิดว่าจะมีได้ การอ้างถึงหรือคำแนะนำในแง่บวกจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือในสายงานที่คุณต้องการทำ จะเป็นใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้คุณได้รับความน่าเชื่อถือและความสนใจจากผู้ประกอบการ วิธีนี้เป็นวิธีการที่ง่ายแต่ได้ผลที่จะทำให้คุณเอาชนะอุปสรรคก้าวแรกในการสมัครงานที่คุณสมบัติไม่ถึง

HID Global® ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการระบุและยืนยันตัวตน เผยโฉมเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวระบบ retransfer รุ่นใหม่ที่ให้ความเร็วในการพิมพ์สูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดย HID Global เปิดตัว HDP6600 High Definition Printer/Encoder เป็นได้ทั้งเครื่องพิมพ์/เครื่องเข้ารหัสความละเอียดสูง ช่วยร่นเวลาในการพิมพ์บัตรประจำตัวใบแรกลงถึงครึ่งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มปริมาณงานโดยรวมเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์บัตรรุ่นอื่นๆ เครื่องพิมพ์ใหม่รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าประหยัดทั้งเวลา ต้นทุน และพลังงาน

เครื่องพิมพ์ HID FARGO HDP6600 เป็นเครื่องพิมพ์ระบบ retransfer เจนเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้แบรนด์ FARGO ของ HID ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในบรรดาเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัว ทั้งนี้ HID Global ได้ปรับแนวคิดการพิมพ์ระบบ retransfer และทำการ reengineering เครื่องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้ปริมาณการพิมพ์และคุณภาพที่สูงขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนของ การพิมพ์บัตรต่อใบ และมอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีที่สุดในบรรดาเครื่องพิมพ์ระดับเดียวกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความน่าเชื่อถือระดับผู้นำในอุตสาหกรรมของ HID ด้วยเหตุนี้ เครื่องพิมพ์ใหม่นี้จึงดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น ต้นทุนโดยรวมลดลง และมีความยืดหยุ่นที่สามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้มากขึ้น

HID ประสบความสำเร็จในการคิดค้นและพัฒนาเครื่องพิมพ์บัตรที่ให้ความเร็วสูงอย่างน่าทึ่งโดยการผนวกเทคโนโลยี iON™ “instant on” ที่อยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตรเข้ากับความก้าวหน้าอื่นๆ เพื่อสร้างระบบการพิมพ์ฟิล์มที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับกระบวนการพิมพ์บัตรระบบ retransfer วิธีการที่ไม่เหมือนใครนี้ช่วยร่นเวลาที่ใช้ในการพิมพ์บัตรใบแรกไปอยู่ที่ 60 วินาที ซึ่งถือว่าต่ำสุดในอุตสาหกรรมนี้ ลดเวลาการรอระหว่างพิมพ์บัตรรวมทั้งปีโดยเฉลี่ยสูงสุดถึง 20 ชั่วโมงสำหรับบัตรทั่วไปและบัตรเคลือบ ในขณะเดียวกันก็ให้ปริมาณงานโดยรวมสูงถึง 230 ใบต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ วิธีการดังกล่าวยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้ระบบลูกกลิ้งความร้อนแบบต่อเนื่อง (continuous transfer roller heating) จึงช่วยเพิ่มทั้งความน่าเชื่อถือพร้อมลดการใช้พลังงาน สำหรับโครงการขนาดใหญ่ การใช้เครื่องพิมพ์ใหม่นี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ผู้ใช้ได้หลายพันดอลลาร์ต่อปี

“ด้วยเครื่องพิมพ์ HID FARGO HDP6600 นี้ HID Global ได้สร้างนิยามใหม่ของนวัตกรรมเทคโนโลยี retransfer” ลีเหว่ยจิน ผู้อำนวยการประจำภูมิเอเชียแปซิฟิกภาคฝ่าย Secure Issuance ของ HID Global กล่าว “เรามองหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีนี้ด้วยมุมมองใหม่ๆ เพื่อนำเสนอคุณสมบัติและขีดความสามารถที่เป็นที่ต้องการสูงจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และลูกค้าในแวดวงอุดมศึกษา เครื่องพิมพ์ HID FARGO HDP6600 ไม่เพียงพิมพ์บัตรได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจนน่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงโฉมหน้าใหม่ในเรื่องการพิมพ์บัตรระบบ retransfer”

ข้อดีอีกอย่างของเครื่องพิมพ์ HID FARGO ใหม่ ก็คือ คุณภาพของภาพและสีบนบัตรประจำตัวแต่ละใบ ความละเอียด 600 DPI ของเครื่องพิมพ์ HDP6600 บวกกับกระบวนการทำ color panel registration ที่แม่นยำช่วยให้ได้ตัวอักษรที่คมชัดกว่าเดิม บาร์โค้ดที่ชัดเจนขึ้น และสีสันสดใสยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้dithering technique ในการให้สีและสร้างภาพ ซึ่งเครื่องพิมพ์เหล่านั้นทำได้เพียงสร้างภาพที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับระบบใหม่นี้เท่านั้น

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ multi-tasking ที่รองรับโดยหน่วยความจำระดับกิกะไบต์เพื่อช่วยให้การพิมพ์บัตรมีความรวดเร็วขึ้นและพิมพ์ได้ในปริมาณที่มากขึ้น และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถเข้าถึงและซ่อมบำรุงช่องทางเดินบัตร (card path) และฟิล์ม รวมถึง ribbon drawer assemblies ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์บัตร HDP6600 ยังเป็นระบบ field-upgradable ที่สามารถอัพเกรดได้ง่ายด้วยชิ้นส่วนแบบโมดูลที่เลือกได้ ซึ่งได้แก่ card flattener, dual-side flipper และเครื่องเข้ารหัส (encoder) ทั้งแบบแถบแม่เหล็ก (magnetic) สัมผัส (contact) และไม่สัมผัส (contactless) รวมทั้งทางเลือกสำหรับโปรแกรมเมอร์ในการเข้ารหัสข้อมูลระบบควบคุมการเข้าถึงทางกายภาพ (physical access control system)

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ HID

หัวเว่ยฉลอง เปิด Huawei Experience Store ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เอาใจแฟนหัวเว่ยโดยเฉพาะ จัดกิจกรรมพร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ พร้อมลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท ณ HUAWEI Experience Store สยามพารากอน เพียงวันเดียวเท่านั้น!

ลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุดถึง 3,000 บาท พร้อมร่วมสนุกเพื่อรับรางวัลกับกิจกรรม Lucky Draw

        เพียงเข้าร่วมงานเปิดตัว Huawei Experience Store ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก สาขาสยามพารากอน ในวันที่ 21 ธันวาคม วันเดียวเท่านั้น พิเศษ! ท่านแรกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานจะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 3,000 บาท ท่านที่ 2 – 50 จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท และสำหรับท่านที่ 51 – 200 จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 500 บาท*(หมายเหตุ* โดยบัตรกำนัลสามารถใช้แทนเงินสดได้เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย ราคาตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จภายในงาน ณ วันที่ 21 ธันวาคมเท่านั้น)

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ถ่ายภาพ ณ Huawei Experience Store สาขา สยามพารากอน และโพสต์ลงบนเฟสบุ๊ก พร้อมติดแฮชแท็ก #HuaweiSiamParagon และ #BiggestofAsiaPacific รับสิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคเพื่อลุ้นรับของรางวัลที่หัวเว่ยขนทัพมาแบบจัดเต็ม อาทิ Bluetooth Speaker รุ่น AM08, HUAWEI Body fat Scale, Travel Bag, Business Casual Backpack, Tripod Af14 และ Baseball Cap เฉพาะวันที่ 21 ธันวาคมเท่านั้น

มอบของสมนาคุณและโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ 4 รุ่น

HUAWEI Mate 20 Pro สี Twilight (150 เครื่องแรก) : รับฟรีทันที! HUAWEI Band 3 Pro และ HUAWEI Active Noise Canceling Earphone 3 (มูลค่ารวม 4,980 บาท) พร้อมรับประกันเครื่องถึง 3 ปีเต็ม และประกันหน้าจอ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ในการแลกซื้อ Fujifilm Instax Share SP-3 Printerในราคาพิเศษเพียง 999 บาท และรับส่วนลด 5% สำหรับการซื้อ HUAWEI Accessory
HUAWEI P20 Pro (200 เครื่องแรก) : จัดหนักไปกับหูฟังพรีเมี่ยมรุ่น AM61 (มูลค่า 1,990 บาท)พร้อมมอบการรับประกันตัวเครื่องยาวนานถึง 3 ปี
HUAWEI Nova 3 series (300 เครื่องแรก) : รับฟรีของสมนาคุณตอบโจทย์ความบันเทิง Bluetooth Speaker (มูลค่า 1,290 บาท)
HUAWEI Matebook X Pro (50 เครื่องแรก) : พกพาสะดวกแบบสมาร์ทกับของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Custom Leather Case, HUAWEI Backpack, HUAWEI Bluetooth Mouse และ Screen Protection (มูลค่ารวม 11,470 บาท) พร้อมขยายการรับประกันตัวเครื่องให้เป็น 2 ปีเต็ม และรับสิทธิพิเศษผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน

มาแบบจัดใหญ่จัดเต็มขนาดนี้!! อย่าลืมชวนเพื่อนๆ ไปร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมร่วมลุ้นบัตรกำนัลและของรางวัลต่างๆ มากมายจากหัวเว่ยได้ในวันที่ 21 ธันวาคม วันดีวันเดียว ณ Huawei Experience Store สาขา สยามพารากอน เท่านั้น