เคยเป็นไหม … เมื่อมีงานเร่งด่วนเข้ามาเรื่อย ๆ เราก็มักจะก้มหน้าก้มตา รับภาระความรับผิดชอบต่องานเหล่านั้น โดยไม่ปริปากบ่นโวยวาย และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้สำเร็จไปงานแล้วงานเล่า ทั้งพนักงานออฟฟิส หัวหน้า หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ โปรเจกต์ต่อโปรเจกต์ ทั้งที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าทั้งกายและใจ ภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นกดดัน และมีเงื่อนไขเวลาที่รีบเร่งเป็นตัวกำหนดอยู่เสมอ ชวนคนทำงานทุกคนให้หยุดพักสักครู่ แล้วหันมาสังเกตตัวเอง ว่าเริ่มมีพฤติกรรมการทำงานเหล่านี้กันบ้างหรือไม่

โรคสมาธิสั้นทำร้ายคุณมากกว่าที่คิด ถึงแม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม

โรคสมาธิสั้นทำร้ายคุณมากกว่าที่คิด ถึงแม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม

– คุณชอบทำงานแบบ Multitasking ทำหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เช่น เช็กอีเมลไปพร้อม ๆ กับคุยงานทางโทรศัพท์ แล้วดื่มกาแฟไปด้วย หรือรับประทานมื้อเช้า/มื้อกลางวันที่โต๊ะทำงานไปพร้อม ๆ กับปั่นงานด่วน เป็นต้น

– คุณต้องเร่งทำงานให้เร็วขึ้น จนต้องทำอย่างลวก ๆ อยู่บ่อยครั้ง

– คุณรู้ตัวว่ามีความสามารถ แต่ทำงานออกมาได้ไม่ดีนัก

– คุณมีอาการเครียดและวิตกกังวลเกี่ยวกับงานและเรื่องส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา

– คุณมีงานยุ่งทั้งวัน แต่กลับงานไม่ค่อยเสร็จ ใช้เวลาในการทำงานนาน แต่ผลงานที่ออกมากลับมีนิดเดียว

– คุณแบ่งเวลาไม่ได้อีกต่อไป ไม่รู้จะทำชิ้นไหนก่อน-หลัง มีปัญหาอยู่กับการจัดระบบงานต่าง ๆ อยู่เสมอ

– คุณมักมีอารมณ์แปรปรวน ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ หงุดหงิด ใจร้อน และไม่ค่อยอดทน

– คุณไม่มีสมาธิ จิตใจวอกแวก ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานใดงานหนึ่งได้นาน

– คุณวุ่นวายอยู่กับความคิดสารพัดอย่างอยู่ภายในหัว แต่ไม่แสดงออกให้ใครเห็น

– คุณขาดความรู้สึกอยากทำงานที่ดี เฉื่อยชา และเริ่มทำงานพลาดบ่อยครั้ง

– ความคิดสร้างสรรค์ของคุณหายไป ไม่กระตือรือร้น

– คุณเริ่มไม่ดูแลตัวเอง ละเลยการดูแลสุขภาพ และไม่สนใจที่จะทำให้สุขภาพดีขึ้น

เช็กตัวเองกันดูแล้ว โดนเข้าไปกันคนละกี่ข้อคะ หากเข้าข่ายพฤติกรรมต่อไปนี้ รู้หรือไม่ว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคใกล้ตัวคนทำงานทุกคนอีกหนึ่งโรค นั่นก็คือโรคสมาธิสั้นในคนทำงาน (Attention Deficit Trait: ADT)

ทำความรู้จักกับ ADT

โรคสมาธิสั้นในคนทำงาน หรือ ADT มีลักษณะอาการคล้ายกับคนสมาธิสั้น แต่มีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ดีเป็นหลัก แทนที่จะเป็นสาเหตุจากพันธุกรรมเหมือนคนสมาธิสั้นทั่ว ๆ ไป สภาพแวดล้อมที่เป็นตัวการของโรคนี้เกิดจากลักษณะการทำงานในปัจจุบันที่มีความรีบเร่งอยู่เสมอ ต้องแข่งขันกับเวลาอยู่ตลอด คนทำงานจะมีความรู้สึกว่ามีงานด่วนหรือสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำเข้ามาเรื่อย ๆ จนต้องพยายามจัดการกับงานด่วนเหล่านั้นให้สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่กำลังความสามารถและเวลาของเราไม่เหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณงานที่เข้ามา ดังนั้น เมื่อเจอกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน คนทำงานก็มักจะอยู่ในอาการของความรีบร้อนตลอดเวลา จึงพยายามทำงานให้เสร็จโดยเร็ว ทำให้ต้องทำงานหลาย ๆ อย่างไปพร้อม ๆ กัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ สมองก็จะตอบสนองต่อการทำงานที่เร่งรีบ และเริ่มละเลยประสิทธิภาพของงานไปโดยปริยาย ทำให้สมองเราสูญเสียความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และทำงานได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง ส่งผลให้งานที่ออกมาเป็นงานที่เร็วแต่ไม่ลงลึก ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง นอกจากนี้การที่สมองของเราต้องวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ความสามารถในการคิดหรือแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ก็จะลดลง สวนทางกับความผิดพลาดในการทำงานที่กลับเพิ่มมากขึ้น ต้องแก้งานไม่จบไม่สิ้น จนสุดท้ายก็จะรู้สึกเหนื่อย รู้สึกทนไม่ไหวอีกต่อไป และอยากหนีไปจากงานที่ทำอยู่ เมื่อเกิดวงจรการทำงานที่ไม่ดีเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ความฉลาดและอารมณ์ของเราก็จะถูกบั่นทอนไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้ตัวอีกที ความสามารถและสติปัญญาก็ถอยหลัง กลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตต่อไป นอกจากส่งผลต่อสมองและจิตใจแล้ว อาการ ADT ยังส่งผลต่อเนื่องกับทุกระบบในร่างกายกันไปเป็นลูกโซ่ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคปวดตามข้อ โรคเบาหวาน เป็นต้น

ใส่ใจ แก้ไข ปรับพฤติกรรม ADT ได้อย่างไร

หากไม่อยากจิตตก จนต้องตกเป็นป่วยโรค ADT กันแล้วละก็ จะต้องแก้ไขอย่างไร … บอกเลยว่าไม่ยาก เราสามารถทำได้ในทุกวันของการทำงานกันอยู่แล้ว

– ยอมรับความจริงกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่

– ให้เวลากับตัวเองบ้าง ต้องมีเวลาเผื่อสำรองไว้สำหรับการทำงานแต่ละครั้ง เพื่อให้ได้หยุดคิดและทบทวนก่อนเริ่มงานใหม่

– ตั้งสติ นับหนึ่งใหม่ เริ่มจัดลำดับความสำคัญทั้งหมด

– แบ่งงานที่มีเนื้องานปริมาณมาก ย่อยให้เล็กลง แล้วทำสิ่งที่ง่ายก่อน จะได้มีกำลังใจในการทำงาน รวมไปถึงรู้จักกระจายงานและข้อมูลที่จำเป็นให้เพื่อนร่วมงานในทีมเดียวกัน

– หากทำงานแล้วติดขัด ให้กลับไปทำส่วนที่ง่าย ๆ ให้สำเร็จก่อน เพื่อช่วยเคลียร์งานให้เร็วขึ้นได้ รู้สึกภูมิใจที่งานสำเร็จไปอีกขั้น แล้วค่อยกลับมาที่งานค้างอีกครั้ง

– ตั้งค่าโทรศัพท์ หยุดการตั้งเตือนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ปิดเสียงโทรศัพท์ เพื่อสร้างสมาธิในช่วงที่ต้องเร่งทำงาน

– ถ้าหากรู้สึกว่างานเยอะหรือเริ่มเครียด ให้หยุดทำงานชั่วคราว เปลี่ยนอิริยาบถ เปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่นชั่วคราว ใช้เวลาพักสั้น ๆ เพื่อเคลียร์สมองและผ่อนคลายจิตใจเป็นช่วง ๆ

– ทักทายผู้คนรอบข้างอย่างเป็นมิตร อย่าเก็บตัวมากเกินไป

– หาเพื่อนสนิทเพื่อผ่อนคลายความเครียด ไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ

– ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้เต็มอิ่ม

– ดูแลตัวเอง ใส่ใจเรื่องโภชนาการที่ดี รับประทานอาหารให้เป็นเวลา และไม่ควรรับประทานอาหารแบบรีบร้อนเกินไป

– หมั่นออกกำลังกายทุกวันหรือวันเว้นวัน ครั้งละ 30 นาที รีเฟรชร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ให้ร่างกายได้หลั่งสาร Endorphin ทำให้สมองปลอดโปร่งแจ่มใส พร้อมกับการทำงานได้ต่อไป

– สร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน จัดห้องทำงาน โต๊ะทำงาน และเอกสารต่าง ๆ ให้เรียบร้อย สะอาด เป็นระเบียบ สบายตา

การป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรค ADT ก็เป็นวิธีการทั่ว ๆ ไปที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เรามักจะไม่ได้ทำ หรือทำ ๆ หยุด ๆ ไม่สม่ำเสมอ อย่าลืมว่า … ทำงานที่รักแล้วก็ต้องรักตัวเองด้วยเช่นกัน จะได้มีพลังในการทำงานต่อไปได้อีกยาวนาน และมีความสุขกับการทำงาน

โนเกียเปิดตัวแพลตฟอร์ม Internet Routing ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ที่จะช่วยให้โครงข่ายในปัจจุบันมีความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูล มีความรวดเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่มากขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถปรับประยุกต์ (adaptable) ใช้ในการสร้างโครงข่ายสื่อสารได้หลากหลาย และมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้ ชิปประมวลผล FP4 ที่ โนเกียพัฒนาขึ้นมานั้น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมหาศาลให้กับโซลูชั่นของโครงข่ายสื่อสารที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในขณะเดียวกัน โนเกียยังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โครงข่ายรายแรกที่คิดค้นนวัตกรรมที่สามารถช่วยยกระดับความปลอดภัย ให้กับโครงข่ายสื่อสารอีกด้วย

โนเกียพลิกโฉมการสื่อสาร ในโลกของอินเทอร์เน็ตด้วยนวัตกรรมใหม่

โนเกียพลิกโฉมการสื่อสาร ในโลกของอินเทอร์เน็ตด้วยนวัตกรรมใหม่

“ปฐมบทใหม่” ของโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารแบบเสมือนจริงกับโลกดิจิตอล (Immersive communications), Internet of Things (IoT) ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ ระบบอัตโนมัติต่างๆ มีส่วนช่วยในเพิ่มประสิทธิผล ในโลกของการสื่อสาร โดยรูปแบบการสื่อสารเหล่านี้ ได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงาน การใช้ชีวิตของคนทั่วไป อีกทั้งยังก่อให้เกิดความต้องการใหม่ๆ บนโครงข่าย ซึ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในการเข้าถึงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ วีดีโอ หรือ คอนเทนท์ที่หลากหลาย เหล่านี้ มีส่วนช่วยในการเพิ่มมิติและขนาดข้อมูลในโลกของการสื่อสาร อีกทั้งยังก่อให้เกิดช่องว่างสำหรับภัยคุกคาม รวมไปถึงความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้โครงข่ายสื่อสารข้อมูลยุคใหม่ต้องมีความสามารถที่มากขึ้น นอกเหนือจากการทำงานเละประมวลผลได้เร็วขึ้น

โนเกียเบลล์แลบส์ (Nokia Bell Labs) ได้คาดการณ์อัตราข้อมูล IP ที่วิ่งในโครงข่ายสื่อสารจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยจะเพิ่มขึ้นถึงระดับ 330 เอ็กซาไบต์ต่อเดือนภายในปี 2565 โดยอัตราเติบโตรวมต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 25 และอัตราข้อมูลสูงสุด (peak data rate) จะเติบโตเร็วกว่าเดิมถึงเกือบร้อยละ 40 ต่อปี

การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสตรีมมิ่งความละเอียดสูง รวมถึงเทคโนโลยีล่าสุด การสื่อสารแบบเสมือนจริง (virtual reality) ผนวกกับการถือกำเนิดขึ้นของโครงข่ายความเร็วสูง ที่นอกเหนือไปจากเชื่อมโยงผู้คนต่างๆ แล้ว ยังรวมไปการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ อีกด้วย ทั้งนี้ โนเกียเบลล์แลบส์ คาดการณ์ว่าจะมีอุปกรณ์ที่มีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถึง 100,000 ล้านชิ้นภายในปี 2568

“ความท้าทายใหม่ๆ เหล่านี้ทำให้เราต้องคิดใหม่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ต” นายบาซิล อัลวาน ประธานกลุ่มธุรกิจ IP Optical Network – ION ของโนเกีย กล่าวว่า “แพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตถูกพัฒนามาเพื่อรองรับวิดีโอระดับ HD แบบ on-demand ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไปพร้อมกับการขยายการเชื่อมต่อสู่อุปกรณ์ใหม่ๆ หลายพันล้านชิ้น การพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าของระบบสื่อสารจึงต้องการประสิทธิภาพของอุปกรณ์โครงข่ายที่มากขึ้น สามรถบริหารจัดการข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้น รวมไปถึงระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของโนเกียในครั้งนี้ เรานำเสนอความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการรองรับวิวัฒนาการนี้ และที่สำคัญที่สุด เราได้สร้างระบบที่มีความชาญฉลาด เป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของโลกสื่อสาร เพื่อประโยชน์ทางสังคม อีกทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยขีดความสามารถ คุ้มค่า ยืดหยุ่น และปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยพัฒนาขึ้นมา”

ไอฟลิกซ์ (IFLIX) ผู้นำบริการดูซีรีส์และหนังออนไลน์สำหรับตลาดเกิดใหม่ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “ช่องรายการ” (Channels), “เพิ่ม” (ADD) และ “ติดตาม” (FOLLOW) พลิกโฉมการแสดงคอนเทนท์ให้ตรงตามความสนใจของสมาชิกแต่ละคนมากขึ้น ยกระดับการค้นหนังและซีรีส์ของสมาชิก พร้อมเสริมศักยภาพระบบการแสดงคอนเทนท์ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ไอฟลิกซ์พลิกโฉมหน้าโฮมเพจ เปิดฟีเจอร์ ช่องรายการ

ไอฟลิกซ์พลิกโฉมหน้าโฮมเพจ เปิดฟีเจอร์ ช่องรายการ

ฟีเจอร์ช่องรายการ (Channels) เป็นการผสานรูปแบบการจัดกลุ่มรายการของช่องโทรทัศน์แบบดั้งเดิมและความสะดวกสบายของวิดีโอ ออน ดีมานด์ (Video on Demand)แบบใหม่ ไว้ด้วยกัน โดยไอฟลิกซ์จับมือกับสตูดิโอและผู้สร้างคอนเทนท์ชั้นนำเพื่อนำเสนอสุดยอดความบันเทิงในรูปแบบช่องรายการจากสตูดิโอและผู้สร้างที่สมาชิกชื่นชอบ ซึ่งฟีเจอร์นี้ถูกพัฒนามาให้ใช้ง่าย เหมือนช่องรายการ แต่ต่างตรงที่สามารถเลือกเวลาที่รับชมได้ เมื่อไรก็ได้

การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ครั้งนี้เน้นการนำเสนอคอนเทนท์ให้ตรงตามความสนใจของสมาชิกแต่ละคนมากยิ่งขึ้น (Personalization) โดยสมาชิกสามารถเลือกรายการโปรดด้วยตัวเอง หรือเลือกจากรายการที่ระบบแนะนำให้ ซึ่งระบบจะอิงจากการสิ่งที่เคยเลือกและประวัติการรับชมของสมาชิก นอกจากนี้ ยังสามารถ “เพิ่ม (ADD)” รายการ หรือ “ช่องรายการ” (Channel) ที่สนใจให้ปรากฎบนโฮมเพจของตนได้อีกด้วย

ฟีเจอร์การนำแสนอคอนเทนท์แบบใหม่นี้ทางไอฟลิกซ์เป็นผู้พัฒนาเอง โดยคำนึงถึงพฤติกรรมการรับชมของสมาชิกในแต่ละประเทศและทดสอบกระบวนการคำนวนมานานกว่า 6 เดือน และในที่สุดเราก็ได้มาซึ่งระบบที่ดียิ่งขึ้นและแสดงคอนเทนท์ได้ตรงตามความสนใจของสมาชิก ซึ่งระบบใหม่นี้จะช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงซีรีส์และหนังที่โดนใจ จากคลังของไอฟลิกซ์ที่มีคอนเทนท์จาก ฮอลลีวูด ยุโรป เอเซีย และไทย ที่ต้องการได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังคงฟีเจอร์ “ติดตาม” (Follow) เพื่อให้สมาชิกสามารถติดตาม “เพลย์ลิสต์ (Playlists)” ของเหล่าเซเลปคนดังที่มาร่วมแชร์ซีรีส์และหนังเรื่องโปรดของตนให้แฟนคลับได้ติดตามอีกด้วย

นายมาร์ค บริทท์ (Mark Britt) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ไอฟลิกซ์ เผยว่า “ในวันนี้เป็นอีกขั้นของไอฟลิกซ์ ที่ต้องการเติมเต็มความต้องการรูปแบบคอนเทนท์แบบออนดีมานด์และช่องรายการโทรทัศน์แบบจ่ายรายเดือนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเรายินดีที่มีสตูดิโอชั้นนำระดับโลก ที่ร่วมเปิดประสบการณ์การนำเสนอในช่องรายการบนไอฟลิกซ์”

นายมาร์ค กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบัน มีรายการและหนังที่มีคุณภาพมากมายให้ได้รับชม ซึ่งอาจกล่าวได้เลยว่าเป็นยุคทองของคอนเทนท์ แต่บางครั้งการค้นหารายการที่ต้องการกลายเป็นอุปสรรคผู้ใช้งานเอง เราจึงคิดฟีเจอร์การแสดงคอนเทนท์ตามความสนใจของสมาชิกไอฟลิกซ์แต่ละคน เพื่อให้สมาชิกเห็นคอนเทนท์ที่ตัวเองต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาและตอบสนองความต้องการคอนเทนท์ของผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างดีเยี่ยม”

ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2558 ไอฟลิกซ์ ขึ้นเป็นผู้นำบริการดูซีรีส์และหนังออนไลน์สำหรับตลาดเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในประสบการณ์ความบันเทิงและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศได้อย่างดีเยี่ยม โดยจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ธุรกิจไอฟลิกซ์มีประสบความสำเร็จมีการเติบโตอย่างมาก

ไอฟลิกซ์ เปิดให้บริการแล้วใน 20 ประเทศทั่วเอเชียและตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยไอฟลิกซ์ เป็นคลังรวมซีรีส์ ภาพยนตร์ รายการทีวี จาก ฮอลลีวูด ยุโรป เอเซีย และไทยรวมถึง รายการเอ็กซ์คลูซีฟที่รับชมได้ที่ ไอฟลิกซ์ เท่านั้น ทั้งนี้สามารถเชื่อมต่อได้สูงสุด 5 อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค และทีวี ให้สมาชิกรับชมได้แบบไม่อั้น ทุกที่ ทุกเวลา

เมื่อเราใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกวันย่อมต้องมีการซ่อมบำรุงกันบ้างไม่ว่าจะเป็นการจัดเรียงข้อมูล (Defragment) ตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ (Scan Harddisk) หรือแม้แต่ลบไฟล์ขยะ (Recycle Bin and Temp Files) ถ้าทำไม่เป็นละก็คอมพิวเตอร์คุณได้อืดแน่ๆ วันนี้แอดมินมีโปรแกรม WinOptimizer ที่ใช้งานง่ายมากแถมยังช่วยเพิ่มความเร็วให้กับคอมพิวเตอร์ได้เต็มสูบ ทั้งยังวิเคราะห์ระบบในคอมพิวเตอร์ออกมาก่อนสั่งการทำงานต่างๆ ได้ โดยไม่เสียเวลาการใช้งานคุณเลยละ ด้วยโปรแกรมนี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับคนที่ไม่เคยใช้งานโปรแกรมประเภทนี้มาก่อนได้เป็นอย่างดี เอาละไปดูกันว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้าง

โปรแกรม WinOptimizer เพิ่มประสิทธิภาพคอม

โปรแกรม WinOptimizer เพิ่มประสิทธิภาพคอม

ในเวอร์ชั่นเต็ม (เสียเงิน) มันเป็น โปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท Ashampoo ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อดังจากประเทศเยอรมัน มันเป็นโปรแกรมที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ รวมไปถึง ระบบการทำงานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณให้สูงขึ้น ช่วยให้ คอมแรงขึ้น สะดวกสำหรับการใช้งานในด้านต่างๆ มากยิ่งขึ้น

โดย โปรแกรม WinOptimizer ตัวนี้ มันสามารถที่จะช่วยลบไฟล์ขยะ ในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ที่เก็บชั่วคราว (Temp File) รวมไปถึงไฟล์ขยะจากอินเทอร์เน็ตเป็นต้น นอกจากนี้มันยังสามารถช่วยคุณลบไฟล์รีจิสทรี (Registry File) และยัง ช่วยจัดเรียงข้อมูล (Disk Defragment) ที่อยู่อย่างกระจัดกระจายบนเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ ให้มาอยู่ในบริเวณเดียวกัน เพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลสามารถเป็นไปได้เร็วขึ้น มีการสำรองข้อมูลที่สำคัญ พร้อมระบบกู้ข้อมูลให้กลับมาได้อีกด้วย

มีความสามารถในการ ทำความสะอาดระบบและเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน มีกลไกการสำรองข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกลบสามารถกู้คืนในกรณีที่จำเป็นได้ เพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องให้กับระบบของคุณ ช่วยจัดระเบียบข้อมูล ช่วยตรวจสอบวิเคราะห์สถานะต่างๆ ทำความสะอาดรีจิสทรี ช่วยเร่งให้คอมเร็วขึ้น โดยคุณสามารถปรับการตั้งค่าสำหรับเริ่มต้นการใช้โปรแกรม ตอบสนองต่อวินโดว์ เหมาะสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับระบบ OS ต่างๆ ช่วยให้ง่ายต่อการเข้าถึงสำหรับการปรับตั้งค่าต่างๆ ทำให้คุณรู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้เป็นอย่างดี

โดยตัวโปรแกรมสามารถตรวจสอบจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของระบบในเชิงลึกเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด สำหรับระบบปฏิบัติการ (OS) รวมไปถึง ฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ หน่วยความจำหลัก (แรม) รวมไปถึง ฮาร์ดดิสก์ มีกลไกที่ช่วยในการกู้คืนข้อมูล หากคุณเผลอลบไฟล์สำคัญโดยไม่ได้ตั้งใจละก็สามารถทำการกู้ไฟล์ กู้ข้อมูลของคุณคืนมาได้
เพียงคลิกเดียวก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ปกป้องความเป็นส่วนตัว ของคุณ ป้องกันการได้รับข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อให้ไฟล์งานสำคัญหรือโฟลเดอร์สำคัญๆ ได้รับการป้องกันอย่างดี สนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 10 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าห้างสรรพสินค้านั้นจะเปิดตัวน้อยลงจากปีที่แล้ว แต่ทว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกในประเทศไทยกลับได้รับผลตอบรับในทิศทางบวกปีต่อปี งานนี้ต้องขอบคุณการเปิดรับอีคอมเมิร์ซ รวมทั้ง ช่องทางโซเชี่ยลมีเดียใหม่ๆที่ช่วยเพิ่มยอดขาย อย่างเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และไลน์ ตลาดค้าปลีกในไทยกำลังแสดงถึงสัญญาณตอบรับที่ดี พร้อมๆด้วยโครงการที่เพิ่มอัตราการเติบโตขึ้นมากขึ้น 6 % นับตั้งแต่ปี 2563

ส่องช่องทางการค้าปลีกผ่านยุคโซเชียลมีเดีย

ส่องช่องทางการค้าปลีก ผ่านยุคโซเชียลมีเดีย

นับตั้งแต่คนไทยเริ่มตอบรับอีคอมเมิร์ซมากขึ้น จำนวนของการส่งมอบสินค้าคืนนั้นก็เพิ่มขึ้นมาตามไปด้วย ตามวัตถุประสงค์และเหตุผลสำหรับการได้รับสินค้าคืน

เมื่อเวลาไม่นานมานี้ เหตุผลที่เป็นที่ยอมรับสำหรับลูกค้าในการส่งสินค้าคืนก็ต่อเมื่อสินค้านั้นเสีย หรือชำรุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์หลังสงกรานต์ หรือปีใหม่ เมื่อสินค้าไม่ตรงความต้องการของสมาชิกในครอบครัวและเพื่อน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ร้านค้ามักจะไม่พึงพอใจสินค้าที่ได้รับคืน และร้านค้ามักใช้วิธีจัดการที่ทำให้ขั้นตอนในการคืนสินค้ากลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยากสำหรับลูกค้า

ในวันนี้ วัฒนธรรมในการคืนสินค้าได้เปลี่ยนแปลง สุภาษิตที่กล่าวว่า ลูกค้าเป็นฝ่ายถูกเสมอนั้นเป็นจริงตลอดกาล ลูกค้าสามารถคืนสินค้าได้ตลอดทั้งปี หากไม่ได้รับการกระตุ้นเพื่อส่งสินค้ากลับมาเป็นแรงจูงใจด้วยการเพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมการคืนสิ่งของ ผู้ค้าปลีกที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร คำตอบคือนำดิจิตอลมาใช้ในการจัดการ
ด้วยการเพิ่มช่องทางในการสั่งสินค้าหลากหลายช่องทาง และเติมสินค้า ทำให้นักช็อปรู้สึกสะดวกสบายในการสั่งสินค้าในขนาดที่แตกต่างกัน เพื่อทดลองใส่ว่าขนาดใดเหมาะสมและพอดีที่สุด กลายเป็นวัฒนธรรมที่เรียกกันว่า ห้องลองเสื้อที่บ้าน

ความนิยมในการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต และนำสินค้ากลับไปที่บ้านนั้นทำให้จำนวนการคืนสินค้านั้นเพิ่มสูงขึ้น พนักงานขายที่ต่อรองกับลูกค้าและส่งพัสดุให้ลูกค้า สามารถมองเห็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นในการคืนสินค้า แท้จริงแล้วการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตและนำสินค้ากลับไปที่บ้านนั้นเป็นการปล่อยให้ลูกค้ามีโอกาสได้ทดลองสินค้า ด้วยวิธีนี้ เมื่อลูกค้าต้องการคืนสินค้า สินค้าสามารถถูกส่งคืนกลับไปยังคลังสินค้าได้เร็วที่สุด ลดโอกาสที่สินค้าจะเสียหายหรือสูญหาย

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น การคืนสินค้าสามารถเป็นปัญหาต่อผู้ค้าปลีก เนื่องด้วยสินค้าอาจจะหมดไปจากคลังสินค้าและถูกส่งคืนหลากหลายช่องทาง ผู้ค้าปลีกจึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดการสินค้าคงคลัง และมีความสามารถในการมองเห็นสินค้าคงคลัง รับรู้ว่าคลังสินค้าทีได้รับคืนอยู่ที่ไหน และที่ใดเป็นที่ที่ต้องการการเติมสินค้าคงคลัง และลดการเก็บสินค้าคงคลัง

มีหลากหลายขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวสนับสนุน และจิตใต้สำนึก ที่เป็นสิ่งยืนยันผู้ค้าปลีกสามารถส่งให้ลูกค้าอย่างราบรื่น

เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ผู้ค้าปลีกนั้นมักจะส่งเสริมให้ลูกค้าส่งสินค้าคืน ณ ร้านค้าที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าสามารถนำสินค้ากลับไปสู่ชั้นวางโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อคงไว้ซึ่งยอดขายและรายได้

ผู้ค้าปลีกควรจะส่งเสริมช่องทางในการคืนหลากหลายช่องทาง รวมทั้งการคืนสินค้าภายในร้าน ล็อคเกอร์ หรือแม้แต่การรับเมื่อสินค้าได้คืน ร้านค้าควรจะใช้เครื่องแสกน เครื่องคอมพิวเตอร์มือ หรือวิทยุความถี่ซึ่งอยู่ข้างคลังสินค้าในสต็อคที่ใช้ได้ในขณะนั้น สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้า การมองเห็นสินค้าคงคลังนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนในการทำธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากสินค้าสามารถถูกส่งอย่างมีประสิทธิภาพไปยังตามที่ที่ต้องการ

ร้านค้าแบบดั้งเดิมในประเทศไทยกำลังอยู่ภายใต้ความกดดันในด้านยอดขาย เนื่องมาจากการได้รับความนิยมและการเข้ามาของอีคอมเมิร์ซ ร้านค้าหลายรายถูกบังคับให้สร้างสรรค์และนำเสนอประสบการณ์การช็อปปิ้งแบบเชิงโต้ตอบ (interactive) มากขึ้น หลอมรวมนวัตกรรมกับเทคโนโลยี และรูปแบบธุรกิจสำหรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตและนำสินค้ากลับไปที่บ้าน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการเปลี่ยนรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงธุรกิจออนไลน์ ผู้ค้าปลีกทั่วโลกต่างสูญเสียเงินจำนวนกว่า 1.75 ล้านล้าน
ดอลล่าร์สหรัฐ ในทุกๆปี เนื่องจากการสินค้าล้นคลัง สินค้าหมดจากคลังสินค้าและตามที่ IHL Group นักวิเคราะห์รายย่อยกล่าว

ในช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับผู้ค้าปลีก นับเป็นสิ่งสำคัญที่เกิดนโยบายการคืนสินค้ามาใช้ ซึ่งรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด รวมทั้งอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ปริ้นเตอร์ขนาดพกพา และเครื่องแสกนส่วนบุคคล นอกจากนี้ เครื่องkiosk ที่การโต้ตอบ(ineractive)ได้ ควรนำมาใช้ในการคืนสินค้า รวมทั้งอำนวยความสะดวกสบายผ่านการแสกนบาร์โค้ด ปริ้นตราสินค้าหีบห่อและพัสดุ สิ่งเหล่านี้ช่วยในการสร้างประสบการณ์เฉพาะที่ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและทำให้เหล่านักช็อปหวนกลับมาช็อปปิ้งอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ค้าปลีกควรตระหนักเนื่องจากอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มลดลงในขณะนี้และในอนาคต

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง ทุกคนสามารถอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง ผ่านทางสื่อ social network อย่างเฟสบุค อินสตแกรม และแพลตฟอร์มอื่นๆ ทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า กลายเป็นแพลตฟอร์ที่มีคนเข้าถึงมากกว่า 40 ล้านคนต่อเดือน นอกจากนี้ การเพิ่มสีสันด้วยคอนเทนท์ที่แปลกใหม่ เช่นวีดีโอ How to รีวิวสินค้า เพื่อตอบรับกระแส Social Commerce ที่กำลังมาแรง

ลาซาด้านำเทรนด์ WATCH – CLICK – SHOP ครั้งแรกในเอเชีย

ลาซาด้านำเทรนด์ WATCH – CLICK – SHOP ครั้งแรกในเอเชีย

ลาซาด้าออกคอนเทนท์รูปแบบใหม่ ครั้งแรกในเอเชีย ร่วมกับ สตาร์ทอัพจากนิวยอร์ก Cinematique Inc.ให้คุณพบกับประสบการณ์การชมคอนเทนท์และช้อปปิ้งไปพร้อมกัน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ริเริ่มมาจากกลุ่มคนที่ทำภาพยนตร์ และมิวสิควีดีโอในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่พยายามช่วยตอบคำถามจากผู้ชมที่ต้องการเป็นเจ้าของ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่อยู่ในภาพยนตร์และมิวสิควีดีโอ เกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ WATCH CLICK SHOP เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถตามหาสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ และเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ประเทศไทยพบสถิติคนใช้ Social Media ติดอันดับโลก ลาซาด้า ประเทศไทย จึงได้นำเอาเทคโนโลยีนี้มาให้คนไทยได้ลองเล่นในแคมเปญ Fashion Mid-Year Sale ด้วยแฟชั่นวีดีโอ LIVE LOVE LAUGH ที่ได้นางแบบสาวสุดฮอตอย่าง สกาย มาเรีย เฮิร์ชเลอร์ จาก The Face Thailand ซี่ซั่น 3 มานำเสนอเสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์กีฬา และของตกแต่ง ให้เลือกคลิกมากกว่า 50 รายการ ด้วยส่วนลดราคาสูงสุดถึง 80% ระหว่างวันที่ 23 – 28 มิถุนายนนี้

พร้อมให้คุณเปิดโลกแห่งการชมคอนเทนท์ พร้อมการช้อปปิ้งออนไลน์ คุณสามารถรับชมวิดีโอและช้อปสินค้าโดนใจ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียง

  1. Watch รับชมวีดีโอ อัพเดตเทรนด์สินค้าแฟชั่น สุภาพบุรุษสุภาพสตรี เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของตกแต่งหลากหลายสไตล์ที่คุณชื่นชอบ
  2. Click เพียงคลิกไปที่เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของตกแต่งทุกชิ้นที่ปรากฏบนหน้าจอ จะมีป๊อปอัพขึ้นมาที่ด้านล่างหน้าจอว่าได้มีเลือกเก็บสินค้าระหว่างชมวิดีโอนั้น และเมื่อวิดีโอจบ เว็บไซด์จะนำคุณไปยังหน้าสินค้าที่ได้เลือกไว้ ซึ่งจะมีรายละเอียด พร้อมปุ่มสั่งซื้อสินค้าปรากฏขึ้น
  3. Shop กดปุ่มเพื่อดูรายละเอียดสินค้า แล้วคุณจะเข้าไปสู่เว็บไซต์ของลาซาด้าเพื่อไปยังขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าราคาสุดพิเศษ

ในการสัมภาษณ์งานถ้าจะมานั่งร้องเพลง พูดไม่ค่อยเก่งคงไม่มีที่ไหนรับคุณเข้าทำงานแน่ แม้จะเป็น ฟรีแลนซ์ เองก็ตาม เพราะการทำงานไม่ใช่ความรัก ที่ใครจะมารอคุณได้ การสัมภาษณ์งานคือการทำให้คนสัมภาษณ์ประทับใจคุณตั้งแต่แรกพบ แต่ถ้าคุณมีปัญหาว่าพูดไม่เก่ง ขี้อาย ใจสั่น อาจทำให้คุณชวดงานนี้ไป เรามีวิธีแก้ไขอาการพูดไม่ค่อยเก่ง เพื่อให้สัมภาษณ์งานอย่างมั่นใจขึ้นมาฝากกัน

กลัวสัมภาษณ์งานไม่ผ่านมาก เพราะพูดไม่ค่อยเก่ง

กลัวสัมภาษณ์งานไม่ผ่านมาก เพราะพูดไม่ค่อยเก่ง

  1. เป็นคนพูดน้อย – ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนก้มหน้าคุยกันผ่านตัวหนังสือ คุณอาจเป็นคนพูดเก่งพิมพ์เก่งในโซเชียล แต่พอนัดเจอเพื่อนกลับเป็นคนพูดน้อยจนเพื่อนงง การเป็นคนพูดน้อยไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ คุณอาจต้องให้ความสนใจในการพบปะผู้คนมากให้ขึ้น หมั่นพูดคุยให้ชินมากกว่าพิมพ์ จะทำให้คุณกล้าที่จะพูดมากขึ้น
  2. ตื่นเต้นจนลิ้นพันกัน – ถ้าคุณตื่นเต้นทุกครั้ง ตั้งตัวไม่ทันเมื่อเจอกับคำถามสัมภาษณ์งาน ทำให้ลิ้นพันกันจนตอบถูกตอบผิด ลองลิสต์คำถามสัมภาษณ์งานที่คาดว่าจะถูกถามออกมา แล้วฝึกตอบคำถามหน้ากระจก หรือทางที่ดีลองให้เพื่อนสวมบทบาทเป็นผู้สัมภาษณ์งาน และลองถามตอบกันดู การเตรียมพร้อม 100% แม้สถานการณ์จริงอาจได้ใช้ไม่ครบทุกคำถาม ก็ยังดีกว่าไม่เตรียมอะไรไปเลย ถ้าอย่างนั้นมีแต่ติดลบแน่นอนค่ะ
  3. นำเสนอตัวเองไม่เป็น – แน่นอนว่าคนพูดไม่ค่อยเก่ง นำเสนอตัวเองไม่เป็น ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะพูดโน้มน้าวใจ คุณต้องหาจุดเด่นของตัวเอง รวมถึงทักษะและความสามารถในการทำงาน เพื่อนำมาใช้ในการนำเสนอให้กับผู้สัมภาษณ์งานได้ทราบ ข้อดีที่ตัวเองมีก็นำเสนอไป ส่วนข้อเสียก็นำเสนอแบบพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่านำเสนอแบบซ้ำเติมข้อเสียของตัวเอง แต่ให้เอาข้อเสียนั้นมาตอบประมาณว่า รู้ว่าตัวเองมีข้อเสียอะไร และจะสามารถจัดการกับข้อเสียของตัวเองนั้นอย่างไรบ้าง
  4. ติดตามข่าวสารบ้านเมือง – สมัยนี้การสัมภาษณ์งาน นอกจากถามตอบคำถามพื้นฐานแล้ว บางบริษัทก็อาจมีการทดสอบความรู้ทั่วไป เพื่อดูว่าคุณสนใจสิ่งใด มีความคิด ทัศนคติแบบไหน การที่คุณรู้ให้เยอะเข้าไว้ ดูข่าว อัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ในทุก ๆ วัน ก็เป็นแต้มสะสมในคุณนำข้อมูลเหล่านั้นมาพูดคุยในการสัมภาษณ์งานได้ค่ะ
  5. ตั้งสติ อย่ากดดันตัวเอง – หากคุณพยายามแล้วแต่ยังพูดติดขัดหรือพูดไม่ออก จนคนฟังก็รำคาญใจ อย่าวิตกกังวลจนเสียจริตไปก่อน ให้คุณตั้งสติ อย่ากดดันตัวเอง แล้วคิดซะว่าเหมือนคุณมานั่งคุย มาเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง น่าจะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น แต่แค่การเล่าเรื่องครั้งนี้ ต้องหยุดคิด ประมวลเรื่องราวก่อนเล่าออกไปนิดนึง เพราะมันอาจจะมีผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ดีตามมา

ESL (Electronic Sport League) บริษัทจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ eSports ระดับโลก ประกาศว่า เลอโนโวเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ซับแบรนด์น้องใหม่ ผลิตภัณฑ์ Legion Y720 เข้าเป็นผลิตภัณฑ์หลักสนับสนุนสำหรับการแข่งขัน ESL CS:GO Pro League Season ในรอบการแข่งขันที่เหลืออยู่ของฤดูกาลปัจจุบันทั้ง 6 ซีซั่น ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยในฐานะที่เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ESL CS:GO Pro League Season ในครั้งนี้ เลอโนโว ได้มีการเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง แล็ปท็อป สุดล้ำสมัยรุ่นล่าสุดอย่าง Legion Y720 จากเลอโนโว มาให้นักกีฬาได้ใช้สำหรับการแข่งขัน หรือวิเคราะห์เกมการแข่งขันได้อีกด้วย

ESL ปฏิวัติวงการเกม พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ Legion Y720

ESL ปฏิวัติวงการเกมพร้อมส่ง ผลิตภัณฑ์ Legion Y720

“ESL กำลังมองหาพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับการแข่งขันในครั้งนี้ และเราก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion อันทรงประสิทธิภาพเข้ามาใช้สำหรับการแข่งขัน ESL CS:GO Pro League Season ที่กำลังจะเกิดขึ้น“อัลลิค ชูลซ์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ Pro gaming ESL กล่าวแสดงความยินดีกับการร่วมมืในครั้งนี้ “Counter Strike เป็นเกมแนวยิงคู่ต่อสู้ออนไลน์ที่ได้ความนิยมในประเทศไทย และหลากหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากความสวยคม สมจริงของฉาก และถือเป็นเกมที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นที่ต้องการโชว์ทักษะการใช้เมาส์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งการที่เลอโนโวได้เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ ESL ในการให้การสนับสนุนในครั้งนี้ จะทำให้ผู้เข้าแข่งขัน ได้พบกับประสบการณ์การเล่นเกมที่เสมือนอยู่ในสมรภูมิจริง ผ่านผลิตภัฑณ์ Lenovo Legion Y720 ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES 2017

เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา” นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว ประเทศไทยและภูมิภาคอินโดไชน่า จำกัด กล่าว เลอโนโว ได้เตรียมผลิตภัณฑ์พีซีเกมมิ่งอย่าง Legion Y720 สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ เนื่องจากมีเทคโนโลยี VR ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน และด้วยกราฟฟิคการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1060 พร้อมขุมพลัง 7th Gen Intel® Core™ i7 และหน้าจอ IPS ขนาด 15.6 นิ้ว ทีมีความละเอียดสูง นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงอันทรงพลังอย่าง Dolby Atmos® และในระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 10 นอกจากนี้ยังรองรับ Xbox One จอยควบคุมแบบไร้สาย เพื่อตอบสนองการเล่นเกมในแบบของคุณ และ เทคโนโลยี Virtual reality (VR) เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมเสมือนอยู่ในสมรภูมิจริงอีกด้วย

นอกจากนักวิจารณ์และเหล่าบรอดแคสเตอร์จะได้รับประโยชน์ต่างๆจากอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์รูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์และ ภายในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิสที่เมืองแดลลัส เลอโนโวได้มีโอกาสออกบูธแสดงสินค้าเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทดสอบระบบการทำงานใหม่ล่าสุด รวมทั้งกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อให้คอเกมชิงรางวัลสุดพิเศษมากมายอีกด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการจองตั๋วเพื่อเข้าชมการแข่งขันรอบสุดท้ายที่เมือง แดลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 – 4 มิถุนายนนี้ สามารถติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Twitter

มาสเตอร์การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ และวีซ่า ประกาศเปิดตัว “QR Code มาตรฐาน” สำหรับการชำระเงินในรูปแบบใหม่ ที่จะยกระดับประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด ด้วย QR Code มาตรฐาน  ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็ นสังคมไร้เงิ นสดตามนโยบายของธนาคารแห่ งประเทศไทยด้วยนวัตกรรม ความปลอดภัยในการชำระเงิน และระบบธุรกรรมการเงินแบบเปิด ผู้บริโภคที่ถือบัตรมาสเตอร์ การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ หรือวีซ่า สามารถใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถื อที่รองรับ “QR Code มาตรฐาน” สำหรับการชำระเงินได้อย่างง่ ายดายเพียงสแกน QR Code ที่แสดงอยู่ในร้านค้า โดย QR Code จะสามารถใช้งานได้บนสมาร์ ทโฟนและโทรศัทพ์มือถือที่มีกล้ องถ่ายภาพ

ยกระดับการชำระเงินแบบอีเพย์เม้นท์ให้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วย QR Code มาตรฐาน

ยกระดับการชำระเงินแบบอีเพย์เม้นท์ให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย QR Code มาตรฐาน

การกำหนดสเปคมาตรฐานสากลสำหรั บการชำระเงินด้วย QR code จะทำให้ผู้บริโภคและผู้ค้ าในประเทศไทยมีตัวเลือกเพิ่ มมากขึ้นเพื่อชำระเงินทางอิเล็ กทรอนิกส์ได้อย่ างสะดวกสบายและปลอดภัย  ทั้งยังง่ายในการตั้งค่ าและการใช้งาน พร้อมมอบผลประโยชน์หลักสามข้อด้ วยกัน ประการแรก ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องสแกน QR code ที่แตกต่างกันสำหรับการชำระเงิ นด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ และวีซ่า เพราะผู้ค้าจะแสดงเพียงแค่ QR code เดียวที่หน้าร้านหรือผ่านแอพพลิ เคชั่นมือถือของธนาคารที่บริ การร้านค้า ประการที่สอง การทำธุรกรรมผ่านเครือข่ ายการชำระเงินระดับโลกทั้ งสามเครือข่ายนี้จะทำให้ผู้บริ โภคได้รับประสบการณ์การชำระเงิ นที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และปลอดภัยที่สุด

ประการที่สาม “QR Code มาตรฐาน” นี้มีไว้เพื่อการใช้งานร่วมกั นทั่วโลก เพียงแค่ผู้บริโภคมีแอพพลิเคชั่ นบนมือถือที่ รองรับ “QR Code มาตรฐาน” สามารถชำระเงินด้วยได้ทุกที่ ที่รับ “QR Code มาตรฐาน” ขณะนี้ ธนาคารและร้านค้าอยู่ในระหว่ างการดำเนินงานติดตั้ง “QR Code มาตรฐาน” แล้วเสร็จในไตรมาสที่สามประจำปี พ.ศ. 2560 ซึ่งจะมีส่วนช่วยนโยบายรั ฐบาลในการเพิ่มจุดชำระเงินอิเล็ กทรอนิกส์ ภายใต้โรดแมปการชำระเงินอิเล็ กทรอนิกส์แห่งชาติ ของกระทรวงการคลัง นอกจากจะเป็นตัวเลือกทางการชำระเงินที่เข้าถึงได้ ง่ายและปลอดภัยให้กับทุกภาคส่ วนแล้ว “QR Code มาตรฐาน” จะมีส่วนในการเติบโตและเร่งให้ เกิดการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ทั่วประเทศ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำหรับการรั บการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ลดลงสำหรับผู้ค้าในอนาคต ผู้บริโภคชาวไทยจะได้รั บประโยชน์จากการนำ QR Code ไปใช้ชำระเงินพื้นฐานขณะเดิ นทางไปท่องเที่ยวนอกประเทศได้อี กด้วย

มร. โดนัลด์ ออง ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “การเปิดตัวระบบ QR Code มาตรฐาน ในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้ นของก้าวย่างที่สำคั ญของประเทศไทย เพราะจะทำให้ผู้บริโภคพร้ อมยอมรับและหันมาใช้เทคโนโลยี สำหรับการจ่ายเงินในรูปแบบใหม่ ได้รวดเร็วขึ้น จากการสำรวจของมาสเตอร์การ์ ดพบว่า ร้อยละ 50 ของผู้บริโภคที่มีอายุน้อยทั่ วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะหั นมาใช้ QR code ทันที และเรามั่นใจว่าเป็นแนวโน้มที่ จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ความต้องการใช้ QR code จะแพร่หลายยิ่งขึ้นเมื่ อเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในร้ านค้าขนาดย่อมทั่วประเทศ รวมถึงใช้สำหรับการจ่ายบิ ลและการชำระเงินแบบเรียกเก็ บปลายทาง และด้วย QR code นี้พัฒนาด้วยมาตรฐานเดียวกับ QR ทั่วโลก ทำให้ผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ ดใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการได้ ทุกแห่งทั่วโลกที่รับ QR Code มาตรฐาน โดยสามารถมั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของบริการที่ มาสเตอร์การ์ดมอบให้ผู้ถือบัตร ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ ประเทศไทยพัฒนาไปสู่การเป็นสั งคมไร้เงินสด”

คุณเหวินฮุ่ย หยาง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ปัจจุบัน ยูเนี่ยนเพย์ เดินหน้าร่วมมือในการดำเนิ นงานกับเครือข่ายทางการชำระเงิ นระดับโลก เพื่อพัฒนามาตรฐาน QR Code สำหรับการชำระเงิน ในฐานะที่ทางยูเนี่ยนเพย์เป็ นเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก เราขอนำเสนอโซลูชั่ นทางการชำระเงินเพื่ อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ งาน ซึ่งจะเป็นทางเลือกและรองรั บความสะดวกสบายทางการชำระเงิ นให้กับผู้ใช้งานรวมถึงกลุ่มธุ รกิจต่างๆ สำหรับ ‘QR Code มาตรฐาน’ เป็นย่างก้าวสำคัญทางด้านนวั ตกรรมของสถาบันการชำระเงิ นในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานและร้านค้ าต่างๆสามารถชำระเงินผ่านระบบ QR Code ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยระบบดังกล่าวจะช่วยส่งเสริ มและพัฒนาศักยภาพทางการชำระเงิ นอีกทั้งเรายังเดินหน้าผนึกกำลั งกับธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรั บสร้างสรรค์โซลูชั่ นทางการชำระเงินเพื่อส่งมอบสิ ทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้ งานในประเทศไทย ยูเนี่ยนเพย์ เชื่อว่า QR Code มาตรฐาน จะสนับสนุนระบบเศรษฐกิจในภูมิ ภาคนี้และเพื่อก้าวเข้าสู่สั งคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง”

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “วีซ่ามีความภาคภูมิใจที่ได้มี ส่วนร่วมในการพัฒนา QR Code มาตรฐาน ในประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าประเทศไทยมีศั กยภาพในการพัฒนาการชำระเงินอิ เล็กทรอนิกส์ให้เติบโตแบบยั่งยื น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริ โภคและผู้ค้ารายย่อยในระยะยาว เนื่องจากจะช่วยการลดค่าใช้จ่ ายรวมถึงง่ายต่อการติดตั้ง เป็นทางเลือกที่สำคัญอี กทางนอกเหนือเครื่อง POS แบบเดิม ความสำเร็จของ mVisa จากทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วว่ าโซลูชั่น QR Code มาตรฐานของวีซ่า มีความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และใช้งานได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มขึ้นมีส่วนผลักดั นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยเม็ดเงินที่มีมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์หรือ 113 พันล้านบาทโดยประมาณ ที่เพิ่มเข้าไปใน GDP ของประเทศตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2558 เรามุ่งหวังที่จะเป็นพันธมิตรที่ ดีกับสถาบันการเงิน ลูกค้า ร้านค้า และภาครัฐต่อไปเพื่อสร้างนวั ตกรรมใหม่ๆ และขยายการเข้าถึงการชำระเงิ นแบบดิจิตอลในประเทศไทย ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการเติ บโตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนและทุ กที่”

คนส่วนใหญ่มีปัญหากับไฟล์ประเภท PDF เอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ หรือแยกไฟล์ ก็หาโปรแกรมมาใช้งานยากเหลือเกิน ขนาดมีโปรแกรมฟรีหลายตัวแล้ว บางโปรแกรมยังอ่านโค๊ดไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำให้ต้องเปลี่ยนโปรแกรมใหม่อีก เลยได้มาลอง โปรแกรม Portable Document Spear ที่รวมทุกสิ่งอย่างที่ใช้งานบนไฟล์ PDF ได้แบบครบครันที่เดียว สามารถแปลงไฟล์ ไปเป็นไฟล์ .PDF ได้จากไฟล์ XLS, XLSX, DOC, DOCX, PPT, PPTX, TXT, Image, CHM, EPUB เป็นต้น พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องอีกด้วย สะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่ายแบบนี้ต้องมีติดเครื่องไว้แล้วละ เอาละมาดูรายละเอียดส่วนอื่นๆ กันบ้างดีกว่า

โปรแกรม Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF ฟรี

โปรแกรม Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF ฟรี

สำหรับโปรแกรมนี้นั้นมีชื่อว่า โปรแกรม Portable Document Spear เป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อจาก โปรแกรม PDF Converter & Merger ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีการทำงาน 3 ฟีเจอร์ รวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมันเป็น โปรแกรมแปลงไฟล์ ที่มีความสามารถในการ แปลงไฟล์เอกสารจากของ โปรแกรม Office ไปเป็นไฟล์ตระกูล Portable Document Format หรือ ไฟล์ PDF นั่นเอง สามารถแยกเอกสาร PDF ได้ นอกจากนี้ โปรแกรม Portable Document Spear ยังมีความสามารถในการ รวมเอกสาร PDF หลายๆ ไฟล์เป็นไฟล์เดียวเข้าด้วยกันได้อีกด้วย

ในส่วนการใช้งานของโปรแกรมนั้นก็ง่ายแสนง่ายไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน เพียงแค่เลือกฟังก์ชั่นการทำงานก่อน แล้วกดปุ่ม “เพิ่ม” เพื่อนำไฟล์ที่ต้องการเข้ามา หากเลือกผิดก็สามารถกดปุ่ม “ลบ”  หรือ “ล้าง” ได้เช่นกัน หากพร้อมแล้วก็ให้ทำการกดปุ่มไอคอน บันทึก แล้วรอให้โปรแกรมประมวลผลจนเสร็จซึ่งอาจใช้เวลาไม่นานมากนักขึ้นอยู่กับขนาด และจำนวนไฟล์ด้วย เพียงเท่านี้เราก็ได้ไฟล์ใหม่มาตามที่เราต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี