พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถโดยสารอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่มีเครือข่ายครอบคลุมหลายจังหวัดมากที่สุด เปิดบริการ GrabTaxi ในอุบลราชธานี และขอนแก่น โดยเครือข่ายและการให้บริการของแกร็บนั้นครอบคลุม 7 จังหวัดและเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, พัทยา(ชลบุรี), อุบลราชธานี และขอนแก่น

เปิดบริการ GrabTaxi ในอุบลราชธานี และขอนแก่น

เปิดบริการ GrabTaxi ในอุบลราชธานี และขอนแก่น

จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดขอนแก่น นั้นถือว่าเป็นสองหัวเมืองใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด และเราสามารถพบเห็นรถแท็กซี่ได้ในหลายๆ พื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารท้องถิ่นยังคงประสบปัญหาในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ตามท้องถนน รวมถึงการโทรติดต่อไปยังศูนย์บริการเพื่อจองรถแท็กซี่ล่วงหน้า ซึ่งไม่คล่องตัวและทำให้ผู้โดยสารต้องเสียค่าโทรศัพท์โดยไม่จำเป็น แกร็บ เล็งเห็นปัญหาในจุดนี้ จึงมอบบริการที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับผู้โดยสารในพื้นที่ โดยผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของ แกร็บ ได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงติดตั้งและใช้งานแอพพลิเคชั่น แกร็บ บนสมาร์ทโฟน และเรียกให้รถแท็กซี่มารับภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

ในโอกาสนี้ นาย วี แตง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่น ถือเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่ง แกร็บ มองว่าแพลตฟอร์มด้านการขนส่งของเราจะสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัว สะดวกสบาย และปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ทั้งผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในจังหวัด นอกจากนี้ ผู้ขับขี่แท็กซี่เองก็จะมีโอกาสรับงานได้มากขึ้นซึ่งหมายถึงรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจจากการใช้แอพพลิเคชั่นของเรา”

ส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับผู้ขับขี่ในท้องถิ่นมากขึ้น
ผู้ขับขี่ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่ จะได้รับการแจ้งเตือนการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของลูกค้าผ่านทางแอพพลิเคชั่นแกร็บสำหรับผู้ขับขี่ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงจุดรับและจุดหมายของผู้โดยสาร เส้นทาง และข้อมูลเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับการเดินทาง นอกจากนี้ ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่สามารถติดต่อสื่อสารกันโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าโทรศัพท์ผ่านทาง “แกร็บแชท” (GrabChat) ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นการสื่อสารในแอพพลิเคชั่น แกร็บ ที่จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้โดยสารต่างชาติที่ต้องการเรียกรถแท็กซี่ ที่ผ่านมา แกร็บ ได้ทำงานร่วมกับบริษัทแท็กซี่ท้องถิ่นหลายแห่งในการชักชวนให้ผู้ขับรถแท็กซี่เข้ามาเป็นสมาชิกผู้ขับขี่ของแกร็บและเพิ่มช่องทางการรับงานผ่านทางแอพพลิเคชั่น”

“แกร็บ ให้ความสำคัญกับการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้แอพพลิเคชั่นของเราสามารถใช้งานง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ แอพพลิเคชั่นของ แกร็บ นั้นถือเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นที่มีจำนวนการใช้งานต่อวันมากที่สุด เราจึงมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า แกร็บแชท (GrabChat) ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความเอสเอ็มเอส (SMS) ได้ถึง 85,000 ข้อความต่อสัปดาห์ รวมถึงฟีเจอร์ แชร์มายไรด์ (Share My Ride) ซึ่งผู้โดยสารสามารถแชร์พิกัดตำแหน่งปัจจุบันให้กับผู้อื่นได้โดยทันที นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นของเรายังมีระบบการให้คะแนนผู้ขับขี่ (Driver Rating) ซึ่งทำให้ แกร็บ สามารถรักษามาตรฐานการให้บริการในระดับสูงไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ แกร็บ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มอบประสบการณ์การเดินทางและบริการต่างๆ ที่น่าประทับใจให้แก่ชาวจังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่น” นาย วี แตง กล่าวสรุป

ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่สามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่และตรวจสอบตำแหน่งของผู้ขับขี่ผ่านทางแอพพลิเคชั่น แกร็บ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ผู้ที่สนใจสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นแกร็บได้จากสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (iOS) พร้อมติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.grab.com/th/en

เคยมีปัญหาเล่น internet แล้วสะดุดไม่ต่อเนือง เฮ้ยดูซี่รี่ย์อยู่แล้วค้างมันเกิดอะไรขึ้น?? นั่นและสาเหตุหลักจากอินเทอร์เน็ตจากที่เล่นกันอยู่ทุกวันเคย เช็คความเร็วอินเทอร์เน็ต Speedtest กันบ้างไหม มีความเร็วเท่าไรวิ่งเต็มที่หรือไม่ แล้วหน่วงเวลาสักแค่ไหน? พอย้อนมาดูแล้วเออวะเรายังไม่เคยทำเลยละก็แนะนำด่วนๆ ต้องเช็คได้แล้วนะแต่ถ้ายังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงใช้เว็บไซต์ไหนและเสียค่าบริการหรือเปล่าแนะนำมาทางนี้เลยเดี้ยวแอดมินจะแนะนำเอง

Speedtest ไหลลื่นทุกระบบ เช็คเน็ตเต็มสปีด

Speedtest ไหลลื่นทุกระบบ เช็คเน็ตเต็มสปีด

การเช็คความเร็วอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องยากแต่สิ่งที่ทำให้หลายคนงงเกี่ยวกับรายละเอียดของมันซะมากกว่า เพราะถ้าเราไม่รู้ว่าค่าต่างๆ ที่เช็คออกมาแล้วมันคืออะไรและจะรู้ไปเพื่ออะไร เราจะไปเช็คทำไมให้เสียเวลาเนอะ ค่าแรกที่เราควรดูก่อนเลยคือ Latency ค่าความเร็วในการตอบสนองที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งแพ็คเกจข้อมูลระหว่างตัว Client กับ Server ยิ่งค่าตัวเลขนี้ยิ่งต่ำยิ่งดีทำให้การเล่นอินเทอร์เน็ตมีความหน่วงน้อยลง มีผลมากกับพวกที่เล่นเกมส์จำพวก Moba เช่น DotA2, League of Legend, Hero of Newerth เป็นต้น ซึ่งความหน่วงนี้จะทำให้ตอบสนองได้ช้าลงมาก ยิ่งค่าตัวเลขวิ่งพุ่งกระฉูดละก็เลิกเล่นไปดูหนังยังดีกว่านะ ฮ่าๆ

Transfer Rate คือ ขนาดแพ็คเกจข้อมูลที่สามารถเดินทางได้ จะบอกว่าเป็นความเร็วในการรับส่งก็ได้เช่นกันยิ่งเน็ตเวิร์คมีแบนด์วิดสูงเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ค่า Transfer Rate สูงมากขึ้นทำให้ความกว้างขอบเขตของการใช้งานได้ดีขึ้น เพราะการรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพกว้างและดีอย่างมาก หลายคนอาจบอกว่าไม่เกี่ยวหรอกแค่นี้มันจะไปช่วยอะไร บอกเลยว่ามันเป็นส่วนนึงที่ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตคุณแย่ลงได้เลยนะน่ะ หากลองเทียบระหว่างอินเทอร์เน็ตชนิดเดียวกันและมีความเร็วต่างกัน เช่น 15Mb กับ 30Mb มาเที่ยวกันจะเห้นความต่างในหลายส่วนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 1 ในนั้นก็จะเป็นเรื่องของ Treansfer Rate เช่นกัน ยิ่งต้องทำงานเกี่ยวกับการรับส่งไฟล์ขนาดใหญ่ (Transfer Data) ไม่ว่าจะเป็นการ Backup Database หรือ โยนไฟล์ประเภท Graphic ระดับพระกาฬ (ใหญ่โตเป็น GB) จะรู้สึกถึงความเร็วในการโอนไฟล์เลยทีเดียว

นอกจากปัจจัยข้างต้นที่พูดถึงแล้วยังมี Speed ของผู้ให้บริการ ตำแหน่งที่ตั้ง Server ISP และอื่นๆ อีกมากที่มีผลกระทบกับอินเทอร์เน็ตโดยตรงและในบางครั้งการซ่อมแซมอินเทอร์เน็ตก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้เล่นอินเทอร์เน็ตติดขัดอีกเหมือนกันนะ ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตกว่า 5 เจ้าใหญ่ๆ ด้วยกัน ตั้งแต่ Cat Telecom, True, AIS, 3 Broadband, TOT เป็นต้น ซึ่งแต่ละ ISP ก็มีลักษณะต่างกันทั้ง Package และความเร็วรวมทั้งการให้บริการหลังการขายที่มีความรวดเร็วต่างกันพอสมควร แต่ก่อนจะติดตั้งอย่าลืมตรวจสอบพื้นที่ให้บริการด้วยนะจ้ะ

อีกหนึ่งคำพูดของดิจิทัล เจนเนอเรชั่นที่มีไลฟ์สไตล์เชื่อมต่อกับความเร็วของอินเทอร์เน็ตในยุคดิจิทัล ดิจิทัลแก็ดเจ็ตหลากหลายรูปแบบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเขาตามการใช้ชีวิตของแต่ละคน หากมี ศูนย์ dInfinite รวมดิจิทัล คงจะดีไม่น้อยเลยไม่ว่าจะเป็นเหล่ามิวสิคเลิฟเว่อร์ที่มักสตรีมมิ่งเพื่อเข้าถึงเพลงทุกแนวหรือคนที่หลงใหลความสนุกของนวัตกรรมใหม่ๆ หรือกลุ่มผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีการออกกำลังกายเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ดีแทค ในฐานะแบรนด์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย เข้าใจความต้องการอันหลากหลายของลูกค้า และพร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล จึงคัดสรรดิจิทัลแก็ดเจ็ตล้ำสมัย จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เพื่อตอบสนองและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าดีแทคโดยเฉพาะ กับโซน Experience Corner หนึ่งในดิจิทัลโซนภายใน “ดีอินฟินิท” (dInfinite) ดิจิทัลเซอร์วิซแฟลกชิพสโตร์ที่นำเสนอพื้นที่เทคโนโลยีเพื่อมอบประสบการณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยอัพเดทเทรนด์ใหม่ล่าสุดก่อนใครกับ สุดยอดแก็ดเจ็ตและอุปกรณ์เสริมต่างๆ สุดล้ำที่เหล่าดิจิทัล เจนเนเรชั่นพลาดไม่ได้ อาทิ โดรน, Star Wars หรือแก็ดเจ็ตเพื่อสุขภาพ พร้อมเปิดให้ทดลองใช้จริงเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตก้าวทันยุคดิจิทัลแบบไม่ตามใคร

ศูนย์ dInfinite รวมดิจิทัล แก็ดเจ็ตที่ดีที่สุด ให้คุณสนุก ไม่สะดุด

ศูนย์ dInfinite รวมดิจิทัล แก็ดเจ็ตที่ดีที่สุด ให้คุณสนุก ไม่สะดุด

เน้นทุกบีต เคลียร์ทุกการสตรีมมิ่ง กับที่สุดของหูฟังและลำโพงล้ำสมัย นวัตกรรมสุดล้ำแนวใหม่สำหรับมิวสิคเลิฟเวอร์โดยเฉพาะ กับหูฟังไร้สายอัจฉริยะรุ่น Trekz Titanium จากแบรนด์ Aftershokz ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Bone Conduction ส่งคลื่นเสียงด้วยการสั่นสะเทือนไปยังหูชั้นใน คุณจึงสามารถฟังเพลงได้ชัดเจนเพียงแค่แนบหูฟังไว้ด้านหน้าของใบหู ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงขณะเดียวกันยังรับฟังเสียงรอบตัวได้ชัดเจน และปลอดภัย ทั้งยังมอบความสะดวกสบายในการพกพาด้วยน้ำหนักเบา สามารถบิด-งอได้ สวมใส่สบาย และยืดหยุ่นรองรับศีรษะ พร้อมการใช้งานที่ยาวนานถึง 10 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง นับเป็นการมอบประสบการณ์ฟังเพลงที่ไม่เหมือนใคร
Marshall – Major II
ดิจิทัล เจนเนอเรชั่นคนไหนที่ชื่นชอบเฮดโฟนต้องไม่พลาดกับหูฟังรุ่น Major II จากแบรนด์ Marshall ที่ให้คุณภาพเสียงคมชัดทุกบีทด้วยเสียงเบสที่ทุ้มนุ่มลึก มาพร้อมวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน โดดเด่นด้วยสายคาดศีรษะหุ้มด้วยหนังสีดำ และตัวสายที่ออกแบบมาให้สามารถถอดเปลี่ยนสายและเชื่อมต่อตัวพ่วงหูฟังได้หลากหลายด้วยตัวแจ็คที่ดีไซน์เป็นรูปตัว L เหมาะสำหรับใช้งานกับสมาร์ทโฟนและง่ายต่อการพกพา พร้อมมอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยรีโมทควบคุมการใช้งาน ทั้งเล่น/หยุดเพลง หรือเลือกเพลงก่อนหน้า – ถัดไป หรือเพิ่ม-ลดระดับเสียง และกดรับ-วางสายโดยไม่ต้องควบคุมจากหน้าจอสมาร์ทโฟน
Marshall – Kilbum
สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างแต่อินเทรนด์กับลำโพงรุ่น Kilburn จากแบรนด์ Marshall ลำโพงบลูทูธที่มีแบตเตอรี่ในตัวใช้นานถึง 20 ชั่วโมง ให้คุณภาพเสียงทุ้ม และนุ่มลึก มาพร้อมดีไซน์โดนใจดิจิทัล เจนเนอเรชั่น ด้วยสไตล์วินเทจ เพิ่มลูกเล่นให้โดดเด่นด้วยสายหนัง มอบความสะดวกสบายให้สามารถพกพาไปได้ทุกที่ทุกเวลา

ให้สุขภาพดีแบบไร้กังวล กับ “โมติเวชั่น แก็ดเจ็ต” (Motivation Gadget)
FitbitSurge1 เอาใจเหล่าดิจิทัล เจนเนอเรชั่นที่รักสุขภาพด้วย ฟิตเนสวอท์ช รุ่น Surge จากแบรนด์ Fitbit ให้สนุกกับการใช้งานในหลากหลายฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกกิจกรรมประจำวัน การตรวจวัดชีพจร และระบบ GPS ในตัว พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ E-Ink ที่แจ้งเตือนในรูปแบบต่างๆ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังสมาร์ทโฟนได้แบบไร้สาย ทำให้เหล่าดิจิทัล เจนเนเรชั่นไม่พลาดทุกการติดต่อสำคัญระหว่างการออกกำลังกายแน่นอน
fitbit charge hr 2 อีกหนึ่งไอเท็มที่ไม่ควรพลาดกับแอคทีฟ แทรคเกอร์ รุ่น Charge HR จากแบรนด์ Fitbit ให้เหล่าดิจิทัล เจนเนเรชั่นสามารถออกกำลังกายพร้อมวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบต่อเนื่องบนข้อมือของคุณ ด้วยระบบ การประมวลผลร่วมกับการตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย มาพร้อมโหมดการทำงานเพื่อติดตามการนอนยามค่ำคืนอย่างอัตโนมัติ และแจ้งปลุกด้วยระบบสั่นที่ไม่รบกวนคนข้างกาย ทั้งนี้ยังเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อไม่ให้พลาดทุกสายเรียกเข้าที่จะแสดงเบอร์โทรเรียกเข้าบนหน้าจอทันที
สำหรับใครที่ชื่นชอบวัสดุที่ทำจากซิลิโคน ต้องไม่พลาดแบรนด์ MIO รุ่น Alpha 2 HR ที่ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจจากข้อมือได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายคาดอก ด้วยระบบไฟ LED บอกระดับโซนการออกกำลังกายเพื่อปรับความสมดุลระหว่างการออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมาพร้อมความสามารถในการวัดการก้าวเดิน ระยะทาง ความเร็วที่จะแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ทุกครั้งผ่านการเชื่อมต่อข้อมูลกับสมาร์ทโฟนด้วยระบบบลูทูธ เพื่อให้สามารถติดตามการออกกำลังกายได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น
หรือรุ่น Fuse HR Activity ไอเท็มแอคทีฟ แทรคเกอร์ ที่ติดตามทุกกิจกรรมประจำวันตลอด 24 ชั่วโมง สามารถวัดการเต้นของหัวใจ รวมถึงคำนวณสมรรถนะด้านกีฬาจากการวัดชีพจร โดยสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ทั้งระบบ iOS, Android และอุปกรณ์ประมวลสถิติอื่นๆ เช่น จักรยาน หรือ GPS “Blaze” สมาร์ทวอท์ชเรือนแรกจากแบรนด์ Fitbit มาพร้อมจอสีสามารถ ดูข้อมูลต่างๆ ได้จากหน้าปัด และ ฟีเจอร์ PurePulse ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ฟังก์ชั่น SmartTrack ที่จะเก็บข้อมูลการออกกำลังกายของผู้สวมใส่แบบอัตโนมัติ รวมถึงแสดงรายชื่อผู้โทรเข้า ข้อความ และการแจ้งเตือนนัดหมาย โดยมีแบตเตอรี่ใช้งานยาวนานต่อเนื่องถึง 5 วัน

อีกหนึ่งดิจิทัลแก็ดเจ็ตที่น่าจับตามอง กับแบรนด์ Withings รุ่น Activité POP สมาร์ทวอท์ชที่มาพร้อมความเท่ห์บาดใจด้วยการแสดงเวลาแบบอนาล็อก ดีไซน์เรียบเท่ผสานนวัตกรรมอันล้ำสมัยด้วยฟังก์ชั่นติดตามกิจกรรมระหว่างวัน ทั้งเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การนอน โดยมีตัวเรือนกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร สามารถเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนเพื่อให้อ่านข้อมูลต่างๆ บนแอพพลิเคชั่นได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานถึง 8 เดือนต่อครั้ง

เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล “Smart Body Analyzer” จากแบรนด์ Withings ที่มีฟังก์ชั่นในการวิเคราะห์น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับไขมัน ซึ่งจะประมวลผลในรูปแบบกราฟ โดยเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ บลูทูธหรือ Wi-Fi รองรับการใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android

เกมมิ่งเมาส์ Razer DeathAdder Elite ที่การันตีด้วยรางวัล “Best Gaming Mouse” ซึ่ง Razer DeathAdder เป็นเกมมิ่งเมาส์ที่ได้รับรางวัลมากที่สุดจากบรรดาผลิตภัณฑ์เกมมิ่งเมาส์ทั้งหมด และ เมาส์ DeathAdder Elite รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอกย้ำความเป็นเกมมิ่งเมาส์ที่ดีที่สุดในโลก

สุดยอดเกมมิ่ง เมาส์ DeathAdder Elite

สุดยอดเกมมิ่ง เมาส์ DeathAdder Elite

เกมมิ่งเมาส์รุ่นเรือธงนี้มาพร้อมกับออพติคอลเซนเซอร์ที่ดีที่สุดในโลก ระบบออพติคอลเซนเซอร์ของ Razer 5G ให้ความละเอียดได้มากถึง 16,000 DPI ที่ 450 IPS โดยทั้งสองคุณสมบัตินี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในกับแวดวงอุปกรณ์เกม ยิ่งไปกว่านั้น Razer DeathAdder Elite ยังมาพร้อมกับระบบ resolution accuracy (RA) ให้ความแม่นยำสูงถึง 99.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงที่สุดสำหรับเกมมิ่งเมาส์ที่เคยมีบันทึกไว้ ทำให้ Razer DeathAdder Elite เป็นเกมมิ่งเมาส์ที่เร็ว ไวต่อการเคลื่อนไหว และแม่นยำที่สุดในตอนนี้

Razer DeathAdder Elite เป็นเมาส์รุ่นแรกของ Razer ที่มาพร้อมกับระบบ Razer Mechanical Mouse Switches โดย Razer DeathAdder Elite ได้รับการออกแบบและผลิตร่วมกับ Omron ผู้นำด้านการผลิตสวิทช์เมาส์ระดับโลก ทำให้ระบบสวิทช์รุ่นใหม่นี้เหมาะสมกับการตอบสนองที่รวดเร็ว มีความทนทานเพิ่มขึ้นมากกว่าเมาส์อื่นๆ สามารถทนการกดถึง 50 ล้านครั้ง Razer DeathAdder Elite รุ่นใหม่ได้พัฒนา scroll wheel และเพิ่มปุ่ม DPI เพื่อฟังก์ชั่นและประสิทธิภาพให้กับเกมมิ่งเมาส์รุ่นนี้

Razer DeathAdder Elite ยังประกอบด้วยเทคโนโลยี Razer Chroma™ ช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการปรับแสงซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้

คุณ Min-Liang Tan ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการบริหารของบริษัท Razer กล่าวว่า “นี่คือเกมมิ่งเมาส์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งกว่าเดิมและเราได้พัฒนาองค์ประกอบในทุกๆด้านของ Razer DeathAdder Elite ”

เกมมิ่งเมาส์รุ่นใหม่นี้ยังคงการออกแบบในตำนานตามแบบฉบับของ DeathAdder โดย Razer DeathAdder Elite ได้รับการทดสอบและตรวจสอบโดยนักกีฬา eSports ที่เก่งที่สุดในโลก เพื่อให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพขั้นสูงสุดและความสบายที่เมาส์ตัวนี้มอบให้กับเหล่าเกมเมอร์ไม่ว่าจะเล่นเกมนานแค่ไหนก็ตาม

คุณ Lee “Faker” Sang-hyeok กล่าว “ไม่เคยมีเกมมิ่งเมาส์ตัวไหนที่มอบความสบายและมอบความแม่นยำได้มากไปกว่า Razer DeathAdder Elite แนวคิดการพัฒนา Razer DeathAdder Elite ทั้งหมดเพื่อเกมเมอร์มืออาชีพและมือสมัครเล่น”

Razer DeathAdder ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2006 ได้กลายเป็นเกมมิ่งเมาส์ที่ขายดีที่สุดตลอดกาล โดยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเหล่าเกมเมอร์ในด้านประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่น และความทนทาน

เป็นที่ทราบกันดีว่ายุคนี้อะไร ๆ ก็ต้องดิจิทัล แต่ทำไมอาชีพนักการตลาดดิจิทัลถึงหาคนทำงานยากจัง ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วอาชีพนี้ไม่ต้องจบตรงสายก็สามารถหารายได้งาม วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำเทคนิคของการมุ่งหน้าสู่อาชีพ DigitalMarketing ไม่ได้ยาก นักการตลาดดิจิทัล หรือผู้ที่อยากออกจาก ฟรีแลนซ์ ด้วยวิธีแสนง่ายแต่รายได้แสนงาม นักการตลาดดิจิทัลต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

DigitalMarketing ไม่ได้ยาก แค่อย่าตกเทรนด์

DigitalMarketing ไม่ได้ยาก แค่อย่าตกเทรนด์

  1. ชอบสิ่งใหม่ไม่ตกเทรนด์ ฟังดูไม่ยากใช่ไหมเราแนะนำให้คุณลองทบทวนตัวเองว่า ที่ผ่านมา เคยมีใครบอกว่าคุณเชย บ้างหรือไม่ ถ้าไม่ละก็ คุณก็น่าจะผ่านข้อแรกไปได้ไม่ยาก การอัพเดทตัวเองไม่ให้ตกเทรนเป็นคุณสมบัติจำเป็นอย่างมากของการก้าวเข้าสู่อาชีพนักการตลาดดิจิทัล เพราะ อย่างที่ทราบกันดีว่า ยุคที่ทุกคนทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบดิจิทัล ทุกอย่างมันจึงดูรวดเร็วไปหมด การเสพข่าวสารแบบรอบทิศทางจึงควรทำให้เป็นนิสัย Facebook Twitter เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่าง ๆ หรือ แม่แต่กระทู้ยอดฮิต เหล่านี้ เป็นแหล่งอัพเดทข้อมูลชั้นดีเลยละ ฉะนั้นแนะนำว่า จากที่คุณเสพมันอยู่แล้ว แค่เสพและใส่ใจเพิ่มอีกนิดเพื่อเก็บเป็นข้อมูลฝังไว้ในสมอง แค่นี้ก็น่าจะยอดเยี่ยมแล้ว
  2. เรียนรู้ด้วยตัวเอง และเรียนรู้จากผู้อื่น คุณสมบัติธรรมดา ๆ ที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นพื้นฐานของทุกอาชีพ นักการตลาดดิจิทัลก็เช่นกัน มันจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะขาดข้อนี้ไปไม่ได้ เพราะเมื่อใดที่นักการตลาดดิจทัลปิดกันการเรียนรู้ เมื่อนั้นละก็ เจ๊งแน่ ๆ เพราะมันจะทำให้คุณกลายเป็นคนโลกแคบ แล้วเราจะมีวิธีการเรียนรู้อย่างไรเพื่อที่จะพัฒนาให้ตัวเราเข้าสู่ในอาชีพนี้ได้ บอกได้เลยคะว่าไม่ยาก อยู่บ้านเฉย ๆ ก็เรียนรู้ได้ ก็จากการทำตัวเป็นนักท่องอินเทอร์เน็ตนั่นไงละ เพราะเดี๋ยวนี้การที่เราอยากรู้อะไรนั้นง่ายนิดเดียว แค่คลิกก็เจอแล้ว เพียงแต่อยู่ที่คุณนั่นแหละ ว่าเลือกที่จะคลิกมันหรือไม่และอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่สำคัญก็คือการเรียนรู้จากผู้อื่น ลองพาตัวเองออกไปเจอคนเก่งเยอะ ๆ เรียนรู้วิธีการคิด กระบวนการทำงาน การจัดการและแก้ปัญหาของเขา และนำมาประยุกต์ใช้ บางทีการเปิดใจรู้จักกับคนใหม่ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะพัฒนาตัวเราได้ดีเหมือนกันนะ
  3. เข้าใจเรื่องกระแสและ Seasonal ในยุคที่คนเสพทุกอย่างผ่านสื่อโซเชียล หน้าที่หนักของนักการตลาดดิจิทัลจึงต้องรู้ว่าอะไรคือกระแสที่กำลังมา ในขณะนั้น คุณต้องรู้ว่า ช่วงนี้คนในสังคมใส่ใจเรื่องอะไร และพวกเขากำลังจับกลุ่มคุยอะไรกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะมันจะย้อนกลับไปที่คุณเอง ว่าคุณเสพสื่อมากพอหรือยัง คุณท่องโลกโซเชียลมากน้อยแค่ไหน และ คุณออกไปเปิดหู เปิดตาดูโลกภายนอกหรือไม่ การจะเข้าใจเรื่องกระแสและ Seasonal ไม่ยาก คุณแค่ต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกระแสเท่านั้นเอง
  4. เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกและรู้จักการนำมาประยุกต์ใช้ให้เป็น คุณรู้หรือไม่ว่า คนไทยมากกว่า 50% นั้นใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน เช่นกันถ้าคุณอยากเป็นนักการตลาดดิจิทัลที่ดีคุณต้องรู้จักหาข้อมูลเหล่านี้ คุณต้องรู้ว่า พวกเขาเข้าไปทำอะไรบนโลกอินเทอร์เน็ต คนช่วงอายุเท่าไหร่ชอบกิจกรรมแบบไหน พวกเขากำลังสนใจอะไร และพวกเข้าต้องการอะไร คุณก็ควรจะวิเคราะห์เป็นเพื่อจะเก็บเป็นข้อมูลในการใช้วิเคราะห์หาพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อวางแผนทำการตลาด ซึ่งถ้าคุณสามารถเจาะและเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกได้บอกได้เลยว่า มันคือกุญแจชั้นดีที่จะทำให้คุณประสบผลสำเร็จในอาชีพได้เลยละ
  5. สามารถอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ กุญแจดอกสุดท้ายที่จะทำให้คุณกลายเป็นนักการตลาดดิจิตอลมือฉกาจ ในยุคเวิลดิ์ไวด์เช่นนี้ การรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างมาก การที่คุณสามารถอ่านและเขียนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลได้ ถือว่าคุณมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะมันเลี่ยงไม่ได้เลยที่คุณจะต้องเจอกับชาวต่างชาติ ติดต่อสื่อสารกับผู้บริหารที่บางทีอาจจะไม่ใช่คนไทย ฉะนั้นหากคุณสำรวจตัวเองแล้วพบว่า จุดอ่อนของคุณอยู่ที่ข้อนี้ แนะนำว่าลองเทคคอร์สเรียนเขียนอ่านภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการสักคอร์ส ก็น่าจะเป็นใบเบิกทางที่ดีเยี่ยมเลยละ

โซนี่ ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำจุดยืนผู้นำเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ Hi-Resolution Audio หรือ Hi-Res Audio (“ไฮ-เรส ออดิโอ”) พร้อมจุดกระแสความนิยมการฟังเพลงระดับไฮเรสออดิโอ ด้วยการพลิกโฉมรูปแบบการฟังเสียงเพลงคุณภาพสูงได้ในทุกที่ทุกเวลา พร้อมขยายฐานลูกค้า ไฮเรสออดิโอให้กว้างขึ้น ด้วยการเปิดตัวกองทัพผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในกลุ่ม Hi-Res Audio ครบไลน์ ที่พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากโซนี่

มาพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การฟังเพลงในยุคดิจิตอลได้อย่างลงตัว ที่จะให้ผู้ฟังได้ดื่มด่ำประสบการณ์กับคุณภาพรายละเอียดสุดคมชัดของเสียงเพลงในทุกย่านเสียง ด้วยผลิตภัณฑ์หลากหลายครอบคลุมทุกรูปแบบการใช้งาน ตั้งแต่การใช้งานส่วนตัว จนถึงการใช้งานภายใน และนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น วอล์คแมน หูฟัง ลำโพงไร้สาย ชุดเครื่องเสียงขนาดกะทัดรัด รวมทั้งชุดเครื่องเสียงติดรถยนต์ระดับไฮเรสออดิโอเครื่องแรกของโลก โดยผลิตภัณฑ์ไฮเรสออดิโอรุ่นใหม่จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป

Hi-Resolution Audio โซนี่ไทย ตอกย้ำจุดยืนผู้นำเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพสูง

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Hi-Resolution Audio ตอกย้ำจุดยืนผู้นำเทคโนโลยีด้านเสียงคุณภาพสูง

  • NW-ZX100 Walkman – นับเป็นเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบพกพาความละเอียดสูงระดับเรือธงตัวใหม่ มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาอย่างมาก โดย NW-ZX100 Walkman® จะเปิดโลกใหม่ของการฟังเพลงของคุณด้วยพลังของเสียงดนตรีที่สมจริงครบถ้วนอย่างมีชีวิตชีวา ให้คุณดื่มด่ำเพลิดเพลินกับเสียงเพลงสุดคมชัดยิ่งกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ในตัวเครื่องมากมาย อาทิ ระบบตัดเสียงรบกวนแบบดิจิตอล Digital Noise Cancelling เพื่มอรรถรสในการฟังเพลงโดยปราศจากเสียงรบกวน มาพร้อมดิจิตอลแอมปลิไฟล์ S-Master HX™ ภาคขยายเสียงอันทรงประสิทธิภาพที่จะทำการประมวลผลสัญญาณเสียงได้อย่างละเอียดเที่ยงตรง ลดทอนสัญญาณรบกวน และค่าความเพี้ยนให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันยังอัดแน่นด้วยคุณภาพที่ให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงระดับ Hi-Res Audio ได้นานถึง 45 ชั่วโมง และเพลงฟอร์แม็ต MP3 นานถึง 70 ชั่วโมง
  • NW-ZX100 Walkman – ใส่ใจในการออกแบบอย่างพิถีพิถันเฉกเช่นเดียวกับชุดเครื่องเสียงระดับ ไฮเอนด์ ตัวกรอบเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพเยี่ยมอย่างอลูมิเนียมทำให้นอกจากจะเพิ่มความแข็งแกร่งและสวยงามแล้ว ยังช่วยในเรื่องการตัดเสียงรบกวนอีกด้วย ส่วนสายสัญญาณในภาคจ่ายไฟก็ออกแบบสายที่ใหญ่ขึ้นเพื่อลดความต้านทาน รวมทั้งการบิดเบือนของสัญญาณ แถมยังปรับสมดุลย์เสียงให้เป็นธรรมชาติและให้เสียงเบสที่ลึกมีพลังยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังมีเทคโนโลยี DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ ที่จะช่วยยกระดับปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณที่ถูกบีบอัดมา อาทิ MP3 ให้ใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution ยิ่งไปกว่านั้น NW-ZX100 Walkman® ยังมาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง LDAC™ (low latency codec) ที่จะทำให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินกับการฟังเพลงคุณภาพสูงในแบบไร้สายผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth และ NFC ได้อย่างดีเยี่ยม โดยมาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 128GB และมีช่องใส่ micro SD memory card เพื่อเพิ่มความจุรองรับคลังเพลงระดับ Hi-Res Audio ได้มากถึง 256GB วางจำหน่ายแล้วราคา 21,990 บาท
  • NW-A25 & NW-A26HN Walkman – สัมผัสประสบการณ์ดนตรีชั้นเยี่ยมอีกระดับ ด้วยเทคโนโลยีชั้นยอดที่บรรจุในรุ่น NW-A25 & NW-A26HN Walkman อาทิ ระบบป้องกันเสียงรบกวน Digital Noise Cancelling ในตัวเพื่อให้คุณสนุกกับการฟังเพลงได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากเสียงรบกวน และ S-Master HX™ digital amplifier ช่วยรักษาคุณภาพเสียงให้คมชัดบริสุทธิ์ และมีชีวิตชีวามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะเดียวกันยังมีเทคโนโลยี DSEE (Digital Sound Enhancement Engine) HX™ ที่จะช่วยยกระดับปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณที่ถูกบีบอัดมา อาทิ MP3 ให้ใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Resolution รวมถึงเทคโนโลยีล่าสุดของโซนี่ LDAC™ (low latency codec) ที่จะทำให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินกับการฟังเพลงคุณภาพสูงในแบบไร้สายผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth และ NFC ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย โดย NW-A25 & NW-A26HN Walkman® มาพร้อมความจำในตัวเครื่อง 16GB และ 32GB ตามลำดับ ซึ่งทั้งสองรุ่นมีช่องใส่ micro SD memory card เพื่อให้คุณสนุกไปกับคลังเพลงโปรดคุณภาพเสียงชั้นยอดได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 50 ชั่วโมง โดยรุ่น NW-A26HN มาพร้อมหูฟังรุ่น MDR-NW750N เหมาะสำหรับการฟังเพลงได้อย่างเต็มอรรถรส ปราศจากเสียงรบกวน ทั้ง 2 รุ่นวางจำหน่ายแล้วโดย NW-A25 มีให้เลือก 5 สีคือ สีน้ำเงินเวอริเดียน ชมพูบอร์กโดซ์ ดำชาร์โคล์ สีเหลืองไลม์ สีแดงซินเนบาร์ จำหน่ายราคา 6,990 บาท และ NW-A26HN มีสีดำ และเงิน จำหน่ายราคา 9,990 บาท

 

ไดร์เวอร์ (Driver) และข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากหายไปคงเสียดายกันแย่เลย จะง่ายกว่ามั้ยถ้ามีโปรแกรมสำรองข้อมูลและไดร์เวอร์ได้ในตัวเดียว วันนี้เลยมีโปรแกรมมาแนะนำ มันคือ โปรแกรม Driver Magician สำรองไดร์เวอร์และข้อมูลต่างๆ ครบครันในตัวเดียว โดยที่เราไม่ต้องหาไดร์เวอร์กันให้วุ่นวายอีกต่อไปเพราะมันจะสำรองข้อมูลในเครื่องที่คุณต้องการและไดร์เวอร์ที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งมันจะเก็บแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่ง เปรียบเสมือนการโคลนนิ่ง (Cloning) เลยละ โดยการทำแบบนี้จะเป็นการเก็บไฟล์ไว้ในรูปแบบ .EXE และนำไปเก็บในที่ที่ต้องการ เช่น ฮาร์ดดิสก์ (HardDisk), แฟลชไดร์ (Thumbdrive), หรือ ภายในพาร์ทิชั่น (Partition) ก็ได้เช่นกัน

โปรแกรม Driver Magician สำรองไดร์เวอร์และข้อมูลต่างๆ

โปรแกรม Driver Magician สำรองไดร์เวอร์และข้อมูลต่างๆ

  • มีโหมดให้เลือกใช้งานถึง 4 โหมดด้วยกัน (Backup Mode)
  • สามารถคืนค่าข้อมูล (Restore) ได้ง่ายมากๆ เพียงไม่กี่คลิก
  • สามารถอัพเดทไดร์เวอร์ (Update Driver) ได้ในตัว โดยไม่ต้องรอติดตั้งเอง
  • สามารถถอนการติดตั้ง (Uninstall) ไดร์เวอร์ได้ในตัว
  • บันทึกจัดเก็บข้อมูลเวอร์ชั่น (Version) ของไดร์เวอร์ภายในเครื่องทุกตัว ให้ตรงกับเวอร์ชั่นล่าสุด
  • สามารถค้นหาฮาร์ดแวร์ชิ้นใหม่ที่ติดตั้งในเครื่องได้ทันที (Hardware Detection)
  • แสดงรายชื่อและรายละเอียดของฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง
  • เมื่อทำการสำรองข้อมูลจะถูกบีบอัดไฟล์ให้อยู่ในสกุลไฟล์ .EXE และสามารถคืนค่าทั้งหมดด้วยโปรแกรมนี้ได้เลย
  • หน้าตาโปรแกรมใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน มีปุ่มเลือกทั้งหมด (Select All) เพื่อความสะดวกสำหรับใช้งานหมดทุกอัน
  • ดาวน์โหลดมาใช้งานฟรีจากเว็บไซต์ผู้พัฒนา และปลอดภัยจากไวรัส 100%

เห็นความสามารถของมันกันแล้วหลายคนคงชอบโปรแกรมนี้กันบ้างแล้วละสิ ซึ่งมันตอบโจทย์กับผู้ที่ไม่ต้องการลงโปรแกรม ไดร์เวอร์ซ้ำหลายครั้งที่ติดตั้ง Windows ใหม่แน่นอน นอกจากเปลืองเวลาในการติดตั้งแล้วยังยุ่งยากพอสมควรอีกด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาสำหรับไดร์เวอร์โดยเฉพาะและรองรับทุกค่ายที่มีใช้งานในปัจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ATI Redeon, Nvidia Series, Sound Card, Mainboard Driver เป็นต้น ทั้งยังแจ้งรายละเอียดของไดร์เวอร์ในเวอร์ชั่นต่างๆ เช่น ชื่อของอุปกรณ์, ประเภทของอุปกรณ์, วันเดือนปีที่ติดตั้งไดร์เวอร์, ค่ายของไดร์เวอร์ที่ติดตั้ง

และด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากเกินไปทำให้มันสามารถพกพาใส่ Thumbdrive ไปใช้งานที่อื่นได้รวมถึงไฟล์ที่แบ๊คอัพและการคืนค่าเช่นกัน นอกจากนี้มันยังสามารถทำงานตั้งแต่บน Windows 98, 2000, ME, XP, Server 2003, Vista, 7 (Seven), 8, 8.1, 10 หากสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี (Freeware)

การทำธุรกิจในปัจจุบันมักต้องการความคล่องตัวในการดำเนินงานสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือใหญ่มักต้องมีความเร็วในการทำงานอย่างราบรื่นที่สุด วันนี้ทางบริษัท ออราเคิล เผยผลการศึกษาวิจัยเรื่อง Oracle Cloud Agility ระบุธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังส่งสัญญาณของความคล่องตัว (Agility) ที่เด่นชัดในบางสาขาและตระหนักถึงประโยชน์ของความคล่องตัวต่อธุรกิจอย่างชัดเจน (กล่าวคือ สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือสามารถทำซ้ำผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว) อย่างไรก็ตาม งานวิจัยของออราเคิลก็ชี้ให้เห็นถึงภาวะขาดการรับรู้อย่างชัดเจนในหลายธุรกิจ ว่าเทคโนโลยี อย่างเช่น Platform-as-a-Service (PaaS) สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยจัดการกับความท้าทายต่างๆ เช่น ปริมาณงานที่มีการจัดการอย่างยืดหยุ่น หรือการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว จุดนี้อาจทำให้พวกเขาเสียเปรียบในการจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดจากการแข่งขัน

ธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพลาดโอกาสสร้างความได้เปรียบด้าน Cloud Agility

ธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพลาดโอกาสสร้างความได้เปรียบด้าน Cloud Agility

การศึกษาเรื่อง Oracle Cloud Agility ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นพนักงาน 759 คนที่ทำงานให้กับองค์กรขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคล่องตัวทางธุรกิจ (Business Agility) ในยุคของคลาวด์ ผู้ตอบแบบสอบถามระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ของความคล่องตัว โดยมีร้อยละ 85 ระบุว่าเป็นความสามารถในการพัฒนา ทดสอบ และเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญหรือสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกือบ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 29) เชื่อว่าการใช้งานที่เกิดประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นและบริการเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจในปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที

การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผลกระทบของความคล่องตัวต่อความสามารถในการแข่งขันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ในความเป็นจริง ความสามารถของคู่แข่งที่จะนำเสนองานบริการลูกค้ารูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่านั้นถือเป็นภัยคุกคามในลำดับต้นๆ (ร้อยละ 29)

เมื่อกล่าวถึงการแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการมีความคล่องตัว กว่าครึ่ง (ร้อยละ 52) ของธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าพวกเขามีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามจากการแข่งขันเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ร้อยละ 60 ของธุรกิจระบุว่า พวกเขาสามารถพัฒนา ทดสอบ และปรับใช้แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือภายใน 6 เดือน และเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 46) รู้สึกว่าพวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ภายในระยะเวลา 1 เดือน

“ความเร็วที่หลายประเทศในเอเชียสามารถปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีดิจิตอลอย่าง โทรศัพท์มือถือ ได้รับการยอมรับอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ไม่มีเวลาสำหรับองค์กรเหล่านี้จะพึงพอใจและนิ่งนอนใจกับความสำเร็จที่ผ่านมา สิ่งที่งานวิจัยชิ้นนี้ค้นพบ คือ หลายบริษัทยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพลังของโซลูชั่น PaaS เพื่อเพิ่มระดับความคล่องตัว และเพื่อก้าวล้ำนำหน้าในโลกดิจิตอล” คริส เชลเลียห์ รองประธานกลุ่มบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสถาปัตยกรรมระบบของ Core Technology & Cloud ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว .

ผลการสำรวจนี้ยืนยันในข้อเท็จจริงที่ประเมินว่า หลายธุรกิจไม่ได้ตระหนักอย่างเต็มเปี่ยมว่า PaaS สามารถเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานได้อย่างไร มีเพียงร้อยละ 26 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าพวกเขาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า PaaS คืออะไร

สำหรับผู้ที่กล่าวว่าตนเข้าใจดีว่า PaaS คืออะไร ได้ระบุประโยชน์หลัก 2 ประการ ได้แก่ ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีภายในองค์กร (ร้อยละ 50) และประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการพัฒนาแอพพลิเคชั่น (ร้อยละ 40)

“ชัดเจนว่าหลายธุรกิจรู้ว่าความคล่องตัวเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของพวกเขา แต่มีช่องว่างด้านการรับรู้ว่าจะบรรลุถึงความคล่องตัวดังกล่าวผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้อย่างไร” โรเบิร์ต ชิมป์ รองประธานกลุ่มบริษัท ออราเคิล กล่าว “ปัจจุบัน PaaS สามารถช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจใช้ระยะเวลาอันสั้นเพียงสองสัปดาห์ ซึ่งเอื้อให้พวกเขาเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ทั้งที่ใช้เป็นการภายในและส่วนที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ได้อย่างรวดเร็ว ขีดความสามารถนี้เอื้อให้องค์กรต่างๆ สามารถตอบสนองต่อสภาวะตลาดเกือบจะในทันที และนำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้าก่อนหน้าคู่แข่ง”

“บริการ PaaS เช่น Oracle Cloud Platform มีขีดความสามารถในการให้ความคล่องตัวทางธุรกิจในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญ ณ ขณะนี้ คือ แสดงให้ธุรกิจต่างๆ เห็นว่าการบูรณาการแพลตฟอร์มคลาวด์เข้าไปในสถาปัตยกรรมไอทีของพวกเขานั้นง่ายเพียงใด แน่นอน ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้จากการใช้ PaaS นั้นมีความสำคัญ แต่สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่า คือ ความสามารถของเทคโนโลยีนี้ในการช่วยให้ธุรกิจร่นระยะเวลาการพัฒนาแอพพลิเคชั่น รวมถึงปรับแต่งและบูรณาการแออพลิเคชั่นในกลุ่ม Software as a Service ของบุคคลที่สามเข้ากับธุรกิจของพวกเขาได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งเอื้อให้มีการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” ชิมป์ กล่าว

สำหรับเพื่่อนๆ ทั้งหลายที่ชื่นชอบการแชท (Chating) คุยกันแบบออนไลน์ (Online) กับผู้คนมากมายแบบง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนก็สามารถพูดคุยหาเพื่อนได้ทันทีเลย วันนี้ทางแอดมินจะมาแนะนำ โปรแกรมแชท ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ เลย คือ BeeTalk แอพแชทสุดฮิต ที่กำลังเป็นที่โด่งดังมากในกลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานเลยละ ด้วยความที่มันใช้งานง่ายและมีหน้าตาโดดเด่นทำให้มันติดอันดับต้นๆ ของโปรแกรมแชท ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายชื่อเพื่อน (Add Friend) ที่สามารถค้นหาในระยะใกล้เคียงรอบตัวที่เราอยู่ ณ จุดนั้นๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆ คนไหนสนใจมาติดตามกันต่อเลย

BeeTalk แอพแชทสุดฮิต ออนไลน์คุยกันสุดมันส์

BeeTalk แอพแชทสุดฮิต ออนไลน์คุยกันสุดมันส์

มันสามารถส่งข้อความได้หลายแบบเลย ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความแบบทั่วไป (Text), ส่งข้อความแบบสติ๊กเกอร์ (Sticker), ส่งข้อความแบบหายไปเมื่ออ่าน (Hide Massage) ซึ่งฟีเจอร์ส่งข้อความนี่และที่ทำให้มันเจ๋งสุดๆ เอาไว้เล่นกับเพื่อนสนุกๆ ด้วยการส่งข้อความจากนั้นเมื่อเพื่อนอ่านแล้ว มันจะเริ่มนับถอยหลังและหายไป ฟีเจอร์ต่อไปเกี่ยวกับการโทรหากัน (Calling) คล้ายการโทรหากันแบบ Facetime แต่จะไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ต้องการเพียงแค่อินเทอร์เน็ต (Internet) เท่านั้นเองก็ใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ทันที ส่วนใครที่ไปเที่ยว ปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนานและต้องการแบ่งปันความสุขให้เพื่อน หรือ คนในครอบครัว ก็ยังสามารถส่งรูปภาพ (Picture), วีดีโอ (Video) และยังสามารถแชร์สถานที่ (Share Location) ที่ต้องการได้ด้วย

นอกจากนี้มันยังรองรับการส่งข้อความแบบเสียงได้ด้วย (Voice Massage) เพียงกดปุ่มไมโครโฟนบนแอพพลิเคชั่นค้างไว้แล้วพูด เมื่อเสร็จแล้วก็ปล่อยปุ่มนั้นเป็นอันเรียบร้อย ความเจ๋งของมันไม่ได้มีเพียงแค่นี้มันยังใช้งานแบบกลุ่ม (Group Chat) ที่รวบรวมเหล่าเพื่อนๆ สุดกวนมาอยู่ในห้องเดียวกันก็ป่วนกันได้เต็มที่เลย แถมยังมีระบบโหวต (Vote) ให้ใช้งานกันขำๆ ทั้งยังมีระบบคลับ (Club) ที่รวบรวมเพื่อนออนไลน์จากที่ต่างๆ ไว้ในห้องเดียวกัน ตามชื่อคลับที่ตั้งเลย เช่น คลับคนรักนก, คลับคนรักมอเตอร์ไซค์, คลับคนรักเครื่องเสียง เป็นต้น

โดยแอพ BeeTalk นี้ได้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วในระบบ Android, iOS และ WindowsPhone แน่นอนมันรองรับหลายภาษารวมไปถึงภาษาไทยด้วย ปัจจุบันมีปัญหาเกี่ยวกับไอดีผู้ใช้งานที่ โดนแบน BeeTalk ต้องทำการแจ้งกลับไปที่ทางเว็บไซต์ของ BeeTalk โดยสามารถส่งรายละเอียดกับทาง BeeTalk ได้ที่ลิงค์นี้ http://beetalk.in.th/ ได้เลย

ลาซาด้า (LAZADA) ผู้นำด้านการช้อปปิ้งและแพลตฟอร์มพื้นที่ขายของออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Lazada เปิดตัว Seller Centre (Seller Centre Android app) บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ยกระดับการขายของบนโลกออนไลน์ให้ง่ายขึ้นไปอีกขั้น ผ่านแพลตฟอร์มการขายสำหรับแบรนด์สินค้าและผู้ค้าออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Lazada เปิดตัว Seller Centre แอพพลิเคชัน พื้นที่ขายของออนไลน์แห่งแรกในเอเชีย

Lazada เปิดตัว Seller Centre แอพพลิเคชัน พื้นที่ขายของออนไลน์แห่งแรกในเอเชีย

หลังเปิดตัวแพลตฟอร์มการขายในปี 2556 ที่ผ่านมา ลาซาด้าได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการค้ากว่า 20,000 ราย ซึ่งนับเป็นจำนวนกว่า 75% ของภาพรวมการขายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด เซลเลอร์ เซ็นเตอร์ แอพพลิเคชัน เป็นแพลตฟอร์มขายของออนไลน์สำหรับผู้ค้าเพื่อการจัดการคลังสินค้า ราคา โปรโมชั่น และรายการสั่งซื้อสินค้า เป็นแอพพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ผู้ค้าที่ทำธุรกิจเกิดความคล่องตัวมากขึ้น

นาย แม็กซิมิเลี่ยน บิตต์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าวว่า “ลาซาด้ากลายเป็นทางเลือกในการค้าปลีกแบบครบวงจรสำหรับผู้ค้าท้องถิ่นและนานาชาติ ที่ต้องการพัฒนาธุรกิจของตนเองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และด้วยเซลเลอร์ เซ็นเตอร์ แอพพลิเคชัน ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เราเปิดตัวนี้ จะทำให้คู่ค้าของเราสามารถขายของได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตัวแอพพลิเคชันได้ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มยอดขาย”

ลาซาด้า เป็นผู้บุกเบิกอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาค โดยมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย ด้วยวิธีการจ่ายเงินหลากหลายรูปแบบ อาทิ การเก็บเงินปลายทาง การบริการลูกค้าอย่างเต็มที่และการส่งสินค้าคืนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ลาซาด้านำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงของใช้ภายในบ้าน ของเล่น สินค้าแฟชั่นและอุปกรณ์กีฬา

ลาซาด้ามีระบบจัดการที่ทำให้แบรนด์และพ่อค้าคนกลางเข้าถึงลูกค้า 550 ล้านคนใน 6 ประเทศ อย่างง่ายดายและตรงไปตรงมา ผ่านช่องทางการขายปลีกช่องทางเดียว ลาซาด้ากรุ๊ปยังประกอบธุรกิจ Lazada Services โดย Lazada Services เป็นผู้ให้บริการด้านระบบการจัดส่งสินค้า และ helloPay บริการชำระเงินออนไลน์ที่ใช้งานง่าย เพื่อมอบทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับการชำระเงินออนไลน์ให้แก่ผู้บริโภค

คุณสมบัติโดดเด่นของลาซาด้า เซลเลอร์ เซ็นเตอร์ แอพพลิเคชัน

  • การจัดการคลังสินค้าและรายการสินค้า: แก้ไข เผยแพร่ และแชร์สินค้าที่ลงขายได้อย่างสะดวกง่ายดาย
  • การจัดการกับรายการสั่งซื้อสินค้า: เพิ่มความคล่องตัวในการจัดการรายการสั่งซื้อสินค้า และอัพเดทสถานะของรายการสั่งซื้อสินค้า เพื่อให้เกิดความรวมเร็วในการจัดการมากขึ้น
  • รายงานผลแบบเรียลไทม์และการวิเคราะห์ข้อมูล: สามารถดูยอดการขาย และให้ความสะดวกในการทำธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา
  • การแจ้งเตือน : ผู้ประกอบการจะได้รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า และสถานะการส่ง รวมไปถึงแจ้งเตือนเมื่อสินค้าในคลังหมด
  • สิทธิประโยชน์สุดพิเศษเพื่อผู้ค้าออนไลน์กว่า 20,000 ร้าน ในการเข้าถึงนักช้อปหลายล้านคนผ่านแอพพลิเคชันขายของแบบครบวงจร