สมัยนี้เทรนด์ได้เปลี่ยนไปจากการเล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษรสู่การเล่าเรื่องผ่านภาพถ่าย จนมาถึงเทรนด์ที่ใครๆ ก็อยากแชร์เรื่องราวลงบนโลกออนไลน์ ผู้คนมักบอกเล่าเรื่องราวผ่านทางวิดีโอ ด้วยความที่ยุคสมัยนี้การดูวิดีโอไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเพราะเข้าถึงง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เติมเติมทุกประสบการณ์ให้เสมือนเราได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ดังนั้นหน้าจอของสมาร์ทโฟนในปัจจุบันจึงเป็นดั่งประตูที่ดึงดูดเราไปยังอีกที่หนึ่ง หน้าจอของสมาร์ทโฟนจึงต้องมีสีสันสด คมชัด และที่สำคัญต้องกว้างเต็มตาจะได้ดูกันได้จุใจ เพื่อความเพลิดเพลินอย่างถึงขีดสุด

สองสาวยูทูปเบอร์ เผยอาวุธเด็ดคู่ใจ เติมเต็มทุกจินตนาการและสานฝันให้เป็นจริง

แป้ง zbing z. – นัยรัตน์ ธนไวทย์โกเศส สาวสวยที่โดดเด่นด้วยเสียงใสปิ๊งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ผู้เริ่มต้นจากการเป็นนักแคสเตอร์เกม และเป็นเจ้าของ Lifestyle Vlog ที่มีผู้ติดตามกว่า 9 ล้านคน เพราะมีอาวุธเด็ดคู่ใจทั้งในเกมและชีวิตจริง “เราไม่อยากให้คนที่ติดตามเราดูแค่เรื่องเกม อยากให้รู้จักตัวตนของเรา และเห็นว่าโลกนั้นกว้างใหญ่เหมือนที่เราได้เห็นด้วย จึงได้หันมาทำ Lifestyle Vlog ด้วย ทุกวันนี้แป้งใช้สมาร์ทโฟนเกือบจะตลอดเวลา เพราะนอกจากเล่นโซเชียล อัพเดทเทรนด์ต่างๆ และแคสเกมแล้ว บางครั้งเวลาเราไปต่างประเทศ เราสามารถใช้ทั้งถ่ายและตัดงานได้เลย ยิ่งเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนในช่วงนี้พัฒนาเร็วมากอย่าง HUAWEI Y9 Prime 2019 สำหรับแป้งเนี่ยถือว่าตอบโจทย์มาก เพราะนอกจากจอใหญ่ กว้าง ไร้ติ่งแล้ว ยังถ่ายรูปถ่ายวิดีโอสวยคมชัด และเล่นเกมได้ลื่นมากๆ แถมใช้งานได้แบบยาวๆ เพราะแบตอึดมากๆ”

“เคล็ดลับในการสานฝัน คือเราต้องมีวินัย รู้จักแบ่งเวลาและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จากนั้นก็ทุ่มเทให้กับความฝันของเราอย่างเต็มที่ ผ่านการฝึกฝนที่เข้มข้น แล้วจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”

ด้าน ลิตา – รินทร์ลภัส ไพศาลเปรมสกุล ยูทูปเบอร์สาวสวยผู้เริ่มต้นการเต้นมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนชื่นชอบและประสบความสำเร็จด้วยการอัพโหลดคลิปเต้นตามสถานที่ต่างๆ ในไทยจนโด่งดังไปทั่วโลก “จุดเริ่มต้นที่ลงคลิปในยูทูปคือ เป็นเด็กชอบเต้น และชอบดูคลิปที่ต่างประเทศเขาเต้นกัน ก็เลยลองเต้นและอัพโหลดคลิปดูบ้าง ปรากฏว่า ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี มียอดวิวมาจากต่างประเทศเยอะมาก พอทำไปเรื่อยๆ เริ่มอยากให้ชาวต่างชาติรู้จักสถานที่สวยๆ ในไทย จึงเริ่มทำคลิปเต้นตามสถานที่ต่างๆ มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งหลายๆ คลิปก็ใช้สมาร์ทโฟนในการอัดคลิปหรือไลฟ์สดด้วย ทำให้ลิตาต้องเลือกใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องมีจอที่ใหญ่เพื่อเก็บรายละเอียดท่าเต้นในเพลงต่างๆ ได้ มีสเปคที่แรงเพื่อให้การดูวิดีโอเป็นไปอย่างสนุกสนานและสามารถอัพโหลดวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังต้องมีกล้องที่คมชัดสามารถเก็บภาพนิ่งและวิดีโอได้ครบทุกมุมมอง อย่าง HUAWEI Y9 Prime 2019 ก็เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่มีสเปคครอบคลุมและได้ใจลิตาไปเต็มๆ”

“ต้องบอกว่า Passion ล้วนๆ ที่ทำให้ลิตามายืน ณ จุดนี้ได้ ที่สำคัญคือ ครอบครัวของลิตาพร้อมที่จะสนับสนุนทุกอย่างที่ลิตาทำ สำหรับใครก็ตามที่มีความฝัน อยากฝากให้ทุกคนมีความกล้า กล้าที่จะเริ่ม กล้าที่จะแตกต่าง ฝึกฝนเยอะๆ แล้วเราจะก้าวไปถึงจุดที่ใฝ่ฝันได้แน่นอน”

นี่แหละอาวุธเด็ดคู่ใจชาวยูทูปเบอร์ ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ กว้างเต็มตา ไร้ขอบไร้ติ่งกวนใจ จะตามเทรนด์หรืออัพเดตข่าวสาร หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ สเปคก็จัดให้แบบไม่มีกั๊ก ตอบโจทย์ทุกสาย ไม่ว่าจะสายเกมมิ่ง เซลฟี่ หรือเอนเตอร์เทน HUAWEI Y9 Prime 2019 พร้อมเติมเต็มทุกจินตนาการในราคาเพียง 7,990 บาทเท่านั้น!

โปรแกรมค่าย Intel ชื่อดังที่ใครหลายคนต้องรู้จักเป็นอย่างดี โดยเจ้าโปรแกรมตัวนี้มีชื่อว่า โปรแกรม Intel SSD Toolbox เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานบริหาร Harddisk ของคุณได้ โดยตัวมันสามารถใช้งานได้ทั้ง Harddisk ทั่วไปอย่าง Sata, Sata II, Sata III หรือแม้กระทั่ง SSD Harddisk ก็ใช้งานได้เช่นกันด้วยนะ

โปรแกรม Intel SSD Toolbox ใช้จัดการฮาร์ดดิสก์ ปรับแต่ง ดูข้อมูลของ HDD

โปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทอินเทล (Intel Corp.) มันเป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการบริหารจัดการฮาร์ดดิสก์แบบโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD – Solid-State Drive) ซึ่งเป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีประสิทธิภาพสูง ความเร็วสูง นั่นเอง

โปรแกรม Intel SSD Toolbox สามารถใช้ดูข้อมูลจำเพาะของฮาร์ดดิสก์ Intel แบบ SSD ของคุณได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นชื่อรุ่น (Model No.) เวอร์ชั่นของเฟิร์มแวร์ (Firmware Version) และอื่นๆ พร้อมแสดงสถานะต่างๆ ของฮาร์ดดิสก์อย่างละเอียด ซึ่งมันไปเอาข้อมูลมาจากเทคโนโลยี S.M.A.R.T ที่ติดอยู่กับฮาร์ดดิสก์ แบบ SSD ของ Intel ทุกรุ่นอยู่แล้ว โดยสามารถดูลึกถึงขั้นว่า ระยะเวลาในการเปิดใช้งาน รวมถึงระบบการแจ้งเตือนต่างๆ เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับตัวฮาร์ดแวร์ (Hardware Failure)

นอกจากนี้ โปรแกรม Intel SSD Toolbox ยังมีฟังก์ชั่นการปรับแต่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดดิสก์ได้อีกด้วย แถมยังมีบอกสถานะปัจจุบัน และ สิ่งที่แนะนำ (Recommended Action) ให้กับผู้ใช้งานได้รับทราบอีกด้วยเช่นกัน

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” (ชื่อเดิมไทคอน) ลงนามความร่วมมือกับ “พีบีเอ กรุ๊ป” (PBA Group) ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ จากประเทศสิงคโปร์ ในสัดส่วนการลงทุน 51:49 ตามลำดับ นำเสนอบริการและโซลูชั่นที่ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พีบีเอ กรุ๊ป

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พีบีเอ กรุ๊ป


นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวกลุ่มธุรกิจ สมาร์ทโซลูชั่น (Smart Solutions) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่จะมาต่อยอดและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีสมัยใหม่ โซลูชั่นและบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการลูกค้าได้อย่างครบถ้วน ซึ่งทาง “พีบีเอ กรุ๊ป” (PBA Group) ได้มีการพัฒนาโซลูชั่นด้านการใช้งานระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่หลากหลาย อาทิ ระบบจัดการเครื่องจักรเฉพาะทาง, รถยกอัตโนมัติ, ยานพาหนะอัตโนมัติ (AGVs), หุ่นยนต์ (robots) และแขนกลหุ่นยนต์ (collaborative robots) ที่มีการใช้งานกับอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแพร่หลายในตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีภายใต้ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ส่งผลให้ความต้องการหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรมในประเทศไทยได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากมีฐานผู้ประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยประเทศไทยมีภาพรวมตลาด
การนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 133% จาก 2,131 ยูนิตในปี 2556 เพิ่มเป็น 7,500 ยูนิตในปี 2561[1]
สืบเนื่องจากระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มีต้นทุนที่ลดลง ประกอบกับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดความต้องการด้านการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เริ่มหันมาใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีกันมากขึ้น ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของลูกค้าภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยอาศัยความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทฯ และใช้ประโยชน์จากความเป็นผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย รวมกับโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจาก พีบีเอ กรุ๊ป”
มร. เดอร์ริค แยบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีบีเอ กรุ๊ป (PBA Group) กล่าวว่า “ในฐานะที่ พีบีเอ กรุ๊ป (PBA Group) เป็นผู้นำการให้บริการโซลูชั่นด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติครบวงจรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดค้นผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยี ช่วยยกระดับความสามารถของการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชั่นระบบอัตโนมัติสำหรับใช้งานในโรงงานและคลังสินค้าแบบครบวงจร พีบีเอ กรุ๊ป รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สำหรับการรุกธุรกิจด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย ซึ่ง FPT เป็นกลุ่มธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรที่มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทย บริษัทฯ จะผสานความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในฐานะพันธมิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าของ FPT ทั้งนี้ เราเชื่อว่าความร่วมมือกันของสองบริษัทจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ เรายังเล็งเห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกของตลาดอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในประเทศไทย ที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการใช้งานระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลือกที่ช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอีกต่อไป แต่ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาความสามารถด้านการผลิตและการปฏิบัติงานภายในประเทศเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติ
สำหรับ RACE Academy หรือโครงการฝึกอบรมอิสระของพีบีเอ เป็นโครงการที่มุ่งให้ความรู้และส่งเสริมการศึกษาด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตในยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับระบบอีโคซิสเต็มสของอุตสาหกรรม ด้วยการจัดฝึกอบรมและเสริมทักษะให้กับบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ฝึกอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีด้านการผลิตแบบดิจิทัลในโรงงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและได้สัมผัสประสบการณ์จริงในการทำงานผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือครั้งแรกกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย[2]”
“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะผสานองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของทั้งบริษัทฯ และพีบีเอ นำเสนอเป็นบริการและโซลูชั่นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า เพราะบริษัทฯ เชื่อว่าบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การให้บริการเช่าพื้นที่อาคารอีกต่อไป แต่จะรวมไปถึงบริการและโซลูชั่นที่ครบวงจร สามารถมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าและตอบทุกความต้องการของลูกค้า ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของการใช้งานโซลูชั่นหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานและคลังสินค้า” นายโสภณ กล่าวเพิ่มเติม

ผู้นำด้านโซลูชันแพลตฟอร์มความปลอดภัยระดับโลก เปิดตัว 3 นวัตกรรมใหม่ ได้แก่Cortex™ , Cortex XDR™ และTraps™ 6.0 ซึ่งถูกคิดค้นและพัฒนาบนพื้นฐานของระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และ เทคโนโลยีด้านการเรียนรู้ของเครื่อง(Machine Learning)  เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยขององค์กรในอนาคต 

เปิดตัว Cortex ระบบการจัดการความปลอดภัย พัฒนาบนพื้นฐานของ AI

เปิดตัว Cortex ระบบการจัดการความปลอดภัย พัฒนาบนพื้นฐานของ AI


ในปัจจุบันองค์กรจำนวนมากตื่นตัวกับปัญหาและภัยคุกคามไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบและทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น  จึงจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางป้องกันและแก้ไขหากเกิดเหตุ รวมทั้งกำหนดมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขึ้น สำหรับประเทศไทย ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการคุกคามทางไซเบอร์ที่ได้บันทึกไว้ในสถิติแล้วจำนวนทั้งหมด 2,520 ครั้ง [1]จากรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป พบว่าเหล่าผู้โจมตีได้มีการนำเทคโนโลยีด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการทำงานแบบอัตโนมัติมาใช้ จึงทำให้สามารถเรียนรู้ ผู้ดูแลระบบรักษาความปลอดภัยไม่สามารถตรวจจับอัตโนมัติ และตอบสนองได้ทันท่วงที การที่ระบบไม่สามารถป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพพบว่าเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

§  ระบบรักษาความปลอดภัยแบบไซโลเกิดจากการที่แต่ละอุปกรณ์ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถบูรณาการข้อมูลการตรวจพบเข้าด้วยกันและสั่งการเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติได้ 

§  การขาดแคลนด้านทรัพยากรบุคคลบุคลากรเฉพาะทางด้าน Cyber Security ที่มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของแต่ละองค์กรเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่มีข้อมูลปริมาณมหาศาล ทำให้บุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่สามารถรับมือกับปริมาณข้อมูลเหล่านั้นได้

§  ข้อมูลไม่เพียงพอสำหรับตรวจสอบ: ในการตรวจจับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น การตั้งค่าระบบงานที่สําคัญให้บันทึกเหตุการณ์ หรือเรียกว่า Logs ไม่เพียงพอในการใช้ตรวจสอบและตัดสินใจในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และหากจะต้องรวบรวมข้อมูลจากจุดกำเนิดหลายจุด ต้องใช้ผู้ที่มีประสบการณ์ในระดับสูง และใช้ระยะเวลาตรวจสอบมากขึ้น

Cortex คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

Cortex เป็นเพียงระบบรักษาความปลอดภัยแพลตฟอร์มเดียวในตลาดที่เป็นระบบเปิด ที่บูรณาการเข้ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ Cortex สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับApplication Framework ออกแบบขึ้นมาเพื่อทำให้ระบบความปลอดภัยสามารถใช้งานง่ายมากขึ้น (Simplified) และปรับปรุงให้ได้ผลลัพธ์แบบอัตโนมัติ (Automated Outcome) ดังนั้นCortex จึงอาศัยระบบการทำงานคลาวด์เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณข้อมูล ทำให้สามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำ การทำงานของCortex ประกอบด้วย

Cortex XDR ​ทำหน้าที่ในการตรวจจับและตอบสนองที่ทำงานร่วมกันในระดับ เอนด์พอยท์ (Endpoint) เน็ตเวิร์ค (Network) และ คลาวด์ (Cloud) 

Cortex Data Lake ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลจาก Cortex XDR เข้าด้วยกันและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ ทั้งในเชิงของพฤติกรรมผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หลังจากนั้นส่งข้อมูลที่ประมวลผลได้กลับไปยัง Cortex XDR เพื่อทำการป้องกันภัยคุกคามที่ตรวจพบได้แบบอัตโนมัติและทันท่วงที

Traps 6.0 ทำหน้าที่เป็นทั้งระบบป้องกัน (ระดับอุปกรณ์) ตรวจจับ และตอบสนองต่อผลการวิเคราะห์จาก Cortex นอกจากนั้น Traps 6.0 ยังทำหน้าที่ในการเป็นเซนเซอร์รวบรวมข้อมูลบนอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ และการเก็บหลักฐานสำหรับการสอบค้นต้นตอของปัญหาในระดับขั้นสูงต่อไป

นางสาวธิติรัตน์ ทองถาวร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน  พาโล อัลโต เน็ตเวิร์กส์ กล่าวว่า “การตรวจพบการโจมตี และการตอบสนองต่อภัยคุกความ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์  ในปัจจุบันรูปแบบการป้องกันความปลอดภัยของแต่ละอุปกรณ์แยกจากกันในรูปแบบ Standalone จึงทำให้เกิดจุดบอดขึ้นในองค์กร เกิดความขัดแย้งด้านข้อมูล (Data Conflict) เราเชื่อว่าวิธีจัดการกับปัญหานี้ได้ดีที่สุดคือใช้ความสามารถในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาล ผนึกกับขีดความสามารถในการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence:AI) และเทคโนโลยีด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ในการตรวจพบ และตอบสนองต่อภัยคุกคามโดยอัตโนมัติทันที”

หลังจากที่คุณออกจากห้องสัมภาษณ์งานด้วยความมั่นใจว่าจะต้องได้งานนี้แน่ ๆ แต่เวลาผ่านไป กลับไม่มีสัญญานตอบกลับจาก HR ซักที อีเมลไปถามก็แล้ว โทรไปถามก็แล้ว กลับได้คำตอบมาแค่ว่า “กำลังพิจารณาอยู่” แม้แต่การสมัครเป็น ฟรีแลนซ์ เองก็ตามคุณเริ่มคิดว่า ควรจัดการตัวเองยังไงดี กับการรอคอยที่ไม่รู้จุดหมายแบบนี้ เพราะการรอนี้จะทำให้คุณเสียเวลาได้ ยิ่งถ้ามีนายจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ เรื่องก็จะยิ่งยืดเยื้อเข้าไปอีก การรอคอยเป็นเรื่องที่ยากลำบาก น่าจะทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ แต่มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไม HR ถึงใช้เวลานาน กว่าจะติดต่อกลับมาหาคุณ

เมื่อไปสมัครงานกับบริษัทต่างๆ ทำไมถึง รอนานกว่า HR จะติดต่อกลับ

เมื่อไปสมัครงานกับบริษัทต่างๆ ทำไมถึง รอนานกว่า HR จะติดต่อกลับ

  1. มีผู้เกี่ยวข้องในการตัดสินใจมากเกินไป การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายหรือหลายคนในการตัดสินใจพิจารณารับคนเข้าทำงาน ทำให้กระบวนการจ้างงานล่าช้าไปได้ เพราะแต่ละฝ่ายอาจมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน แต่การมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายมาช่วยกันพิจารณาการจ้างงานก็เป็นเรื่องจำเป็น ถึงแม้ว่าจะทำให้กระบวนการจ้างงานต้องล่าช้าออกไป เพราะความล่าช้านี้จะทำให้องค์กรได้คนทำงานที่เหมาะสมที่สุด เพราะฉะนั้น สาเหตุที่กว่า HR จะติดต่อคุณกลับมาหลังจากที่มีการสัมภษณ์งานกันแล้ว ไม่ได้เป็นที่ตัวคุณไม่ดีหรือไม่เหมาะ แต่เป็นเพราะกระบวนการจ้างงานขององค์กรต่างหาก
  2. HR ยังติดสัมภาษณ์งานผู้สมัครงานคนอื่นอยู่ ถ้าช่วงที่คุณสมัครงานเป็นช่วงฤดูกาลหางานอยู่พอดี แต่ละองค์กรจะมีผู้สมัครงานเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ HR จะได้ใช้เวลาในการหาคนที่เหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน ถ้าคุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นเพราะพวกเขากำลังเดินหน้าสัมภาษณ์ผู้สมัครงานอยู่ และยังไม่มีเวลาพิจารณาหรือติดต่อกลับหาคุณในทันทีก็เป็นได้ค่ะ
  3. ทีมผู้บริหารยังตัดสินใจกันอยู่ อาจเป็นไปได้ว่าผู้บริหารหรือทีมผู้บริหารกำลังถกเกียงกันอยู่ว่า จะเอาอย่างไรดี มองในแง่ดีไว้ค่ะว่า การที่คุณยังไม่ได้ยินคำตอบใด ๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะถ้าคำตอบคือ ‘ไม่’ แล้วล่ะก็ คุณคงได้รับการติดต่อกลับจากพวกเขาไปนานแล้ว การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR อาจเป็นไปได้ว่า คุณเป็นตัวเก็งที่ทางทีมผู้บริหารกำลังพิจารณากันอยู่ ขอให้คุณอดทนรอไปอีกซักนิดค่ะ
  4. HR ยังรอให้มีผู้สมัครงานที่หลากหลายมากกว่าเดิม การที่คุณยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจาก HR บางทีอาจเป็นเพราะว่า HR ยังต้องการผู้สมัครงานที่หลากหลาย และปริมาณมากกว่านี้ เขาจึงขยายเวลารับสมัครงานออกไปเพื่อหาผู้สมัครงานเพิ่ม เรื่องนี้อาจทำให้คุณท้อใจ ว่าคุณยังไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานนี้ แต่ถ้ามองอีกมุม มันเป็นเรื่องที่ดี ที่คุณจะได้ลองสำรวจตัวเองอีกครั้ง แล้วลองหางานใหม่ที่เหมาะสมกับคุณมากกว่าเดิม
  5. มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกระทันหันในองค์กร การที่คุณยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก HR อาจเป็นเพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนกันภายในองค์กรอย่างกระทันหัน เช่น การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร หรือข้อจำกัดทางด้านการเงินขององค์กร ซึ่งเรื่องพวกนี้ต่างก็มีผลกระทบไปถึงกระบวนการจ้างงานทั้งสิ้น ความล่าช้าในการตัดสินใจอาจเป็นผลมาจากสาเหตุภายในต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอในแวดวงธุรกิจ และความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านไอทีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ประกาศวันนี้ถึงความร่วมมือครั้งใหม่กับ Mellanox Technologies เพื่อนำโซลูชั่นการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีสำหรับวางจำหน่าย ข้อตกลงครั้งนี้ทำให้วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) สามารถนำโซลูชั่นและบริการของ Mellanox ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายชั้นนำด้านเทคโนโลยีอีเธอร์เน็ตแบบ End-to-End และการเชื่อมต่อแบบอัจฉริยะ InfiniBand เข้าสู่ตลาดของไทยผ่านช่องทางเครือข่ายตัวแทนจัดจำหน่ายระดับองค์กรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้

คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานบริหารของบริษัทวีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Mellanox เป็นโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของระบบเครือข่าย ในส่วนของศูนย์ข้อมูลส่วนกลางหรือ Data Center ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้หลากหลายแง่มุม คือ สามารถรองรับโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ (Era Infra) อย่าง Hyper-Converged (SCI) และ Cloud ด้วยโซลูชั่นบนระบบเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพการทำงานที่ฉับไวและมี Latency ที่ต่ำมาก ทำให้ผู้ใช้งานและแอพพลิเคชันต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วขึ้นนอกจากนั้นยังสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบศูนย์ข้อมูลส่วนกลางหรือ Data Center และแอพพลิเคชันต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น Visualization หรือ Cloud และเมื่อเทียบคุณสมบัติการแข่งขันด้านราคากับแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ แล้วนั้น กล่าวได้ว่า Mellanox มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีกับทุกองค์กร”

“เราเชื่อมั่นใน Mellanox ทั้งตัวผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยี, และระบบโครงสร้างพื้นฐาน เมื่อผสานเข้ากับประสบการณ์ของเราที่ยาวนานมากกว่า 30 ปีในตลาดด้านไอทีแล้ว เรามั่นใจว่าความร่วมมือกับ Mellanox ครั้งนี้จะได้เสียงตอบรับที่ดีจากทั้งเครือข่ายตัวแทนและลูกค้า เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญประจำอยู่พร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สู่ตลาดผ่านช่องทางจัดจำหน่ายมากกว่า 5,000 ช่องทางทั่วประเทศไทย” คุณสมศักดิ์กล่าวเสริม

คุณชาลี ฟู รองประธานและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Mellanox Technologies กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญในเอเชียแปซิฟิก ที่เราเห็นการเติบโตและการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นมากเท่าใด ก็ยิ่งมีความต้องการเครือข่ายความเร็วสูงและมีความอัจฉริยะมากขึ้น เพื่อจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรา Mellanox เป็นผู้นำในด้านนี้ และมุ่งมั่นที่จะช่วยสนับสนุนลูกค้าในภูมิภาคด้วยทรัพยากรและบริการที่ดีที่สุด เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เพื่อขยายฐานลูกค้าในประเทศไทยต่อไป”

คุณดาร์ริน เฉิน รองประธานฝ่ายช่องทางจัดจำหน่ายระดับนานาชาติของ Mellanox Technologies กล่าวว่า “เราตื่นเต้นมากกับความร่วมมือของ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) เนื่องจากถือเป็นโอกาสที่ดีมากในการนำเสนอโซลูชั่นการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดสู่ตลาดเมืองไทย ซึ่ง Mellanox เองไม่

เพียงมีโซลูชั่นเครือข่ายประสิทธิภาพสูงที่สุดในด้าน HPC, AI, คลาวด์, สตอเรจ, ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับองค์กร, ด้านความปลอดภัย, บริการทางการเงิน และอื่น ๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีประมวลผลภายในเครือข่าย ที่ช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคตอีกด้วย จากความร่วมมือของเรานี้ เราหวังว่าจะสามารถส่งมอบโซลูชั่นที่ดีที่สุด และเป็นทางเลือกด้านโซลูชั่นการเชื่อมต่อข้อมูลในตลาดของไทยได้เป็นอย่างดี”

เกี่ยวกับ Mellanox

Mellanox Technologies (NASDAQ: MLNX)เป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำด้านโซลูชั่นและบริการการเชื่อมต่ออัจฉริยะทั้งแบบ End-to-End Ethernet และ InfiniBand สำหรับเซิร์ฟเวอร์และสตอเรจ โซลูชั่นการเชื่อมต่อของ Mellanox ช่วยยกระดับประสิทธิภาพของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ด้วยการให้ทรูพุตที่สูงที่สุด และเวลาหน่วงที่ต่ำที่สุด ทำให้ส่งต่อข้อมูลไปยังแอพพลิเคชั่นได้เร็วยิ่งขึ้น, ปลดล็อกประสิทธิภาพของระบบ, และยกระดับความปลอดภัยของข้อมูล Mellanox มีผลิตภัณฑ์ด้านการเชื่อมต่อความเร็วสูงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอแดปเตอร์, สวิตช์, ซอฟต์แวร์, หรือแม้แต่ชิปซิลิกอนที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพของแอพพลิเคชั่น และยกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจให้มากที่สุด เหมาะกับหลายกลุ่มตลาดไม่ว่าจะเป็นธุรกิจคลาวด์และ Hyperscale, บริการประมวลผลประสิทธิภาพสูง, ระบบ AI, ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับองค์กร, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, สตอเรจ, บริการทางการเงิน และอื่นๆ อีกมากมาย

จอห์น เฉิน (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ อินทัช พงษ์เกษม (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์บริษัทเสียวหมี่ ประเทศไทย เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด Mi 8 Lite และ and Mi 8 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Mi 8

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 9 พฤศจิกายน 2561 – ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด Mi 8 Lite และ and Mi 8 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Mi 8

การออกแบบตัวเครื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Claude Monet จิตรกรอิมเพรสชั่นนิสต์ชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการเล่นแสงจากสีธรรมชาติ ตัวเครื่อง Mi 8 Lite จึงเป็นกระจกโค้งที่สะท้อนแสงไล่ระดับสีสวยงาม

นายจอห์น เฉิน ผู้อำนวยการ บริษัท เสียวหมี่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวในงานเปิดตัวว่า “สมาร์ทโฟนในตระกูล Mi 8 นี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนมี่ทั่วโลก และจากความสำเร็จนี้ ผมมั่นใจว่า Mi 8 Lite และ and Mi 8 Pro จะเป็นการเพิ่มทางเลือกและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทย และเพลิดเพลินไปกับสมาร์ทโฟนนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากเสียวหมี่ ในเทศกาลแห่งความสุขนี้”

Mi 8 Lite เซลฟี่และเล่นเกมส์ได้อย่างสะดวกง่ายดาย ในสไตล์ที่เป็นคุณ

กล้องหน้า 24MP สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่ ทำงานคู่กับเซ็นเซอร์หลักของ Sony IMX576 ทำให้สามารถจับภาพได้แม่นยำกว่าที่เคยแม้ในสภาพแสงน้อย ระบบเซนเซอร์ใช้เทคโนโลยีซุปเปอร์พิกเซลเพื่อรวมข้อมูลจากสี่พิกเซลให้เป็นพิกเซลเดียวช่วยเพิ่มความคมชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ร่ม ด้วยคุณสมบัติกล้องคู่หลังของ Mi 8 Lite ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์หลัก Sony รุ่น IMX363 ใช้พิกเซลขนาดใหญ่ 1.4μm เพื่อการถ่ายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงในสภาวะแสงน้อย พร้อมกับเทคโนโลยี Dual Pixel Autofocus เพื่อการโฟกัสภาพที่เร็วมากขึ้น ทำให้คุณไม่พลาดช็อตสำคัญ

ระบบกล้องประสิทธิภาพสูงทำงานคู่กับฟีเจอร์ AI สุดล้ำของ Xiaomi รวมถึงโหมดถ่ายภาพ ที่มาพร้อมกับออฟชั่นใหม่ที่สามารถรีทัชภาพเมคอัพสไตล์นู้ดที่สวยสมบูรณ์แบบยิ่งกว่า นอกจากนี้ Mi 8 Lite ยังมีฟีเจอร์ช่วยปรับแสงที่แตกต่างกันในแต่ละสถานการณ์ให้มีความเป็นธรรมชาติ โดยจะทำการปรับสีบนใบหน้าให้เหมาะสมกับสีของอุณหภูมิในขณะนั้นเพื่อการเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

Mi 8 Lite ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm® SnapdragonTM 660 SoC (AIE) และ Qualcomm® Artificial Intelligence Engine (AIE) ทรงพลัง และ Mi 8 Lite ยังโดดเด่นในระบบเสียง จากการพัฒนาระบบอัลกอริทึ่ม DSP (digital signal processing) อย่างเต็มรูปแบบ

Mi 8 Pro กับฟีเจอร์แสกนนิ้วใต้หน้าจอ ที่ตอบสนองฉับไว ปลดล็อคหน้าจอเพียงนิ้วสัมผัส

Mi 8 Pro ก้าวไปอีกขั้นด้วยเซนเซอร์ลายนิ้วมือตอบสนองฉับไว เพียงแตะบนหน้าจอ (pressure-sensitive in-display fingerprint sensor) ซึ่งต่างจากหน้าจอที่มีเทคโนโลยีอ่านลายนิ้วมือแบบอื่นๆ ที่ชะลอการทำงานของหน้าจอเอาไว้เพื่อดูว่ามีนิ้วกดอยู่หรือไม่ แต่เซนเซอร์ตรวจจับแรงกดจะทำการปลดล็อคหน้าจอทันทีที่มีนิ้วมาสัมผัสหน้าจอ ซึ่งเร็วขึ้นและช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น

Mi 8 Lite มีจำหน่าย 2 สี ประกอบด้วยสี Aurora Blue และ สี Midnight Black ความจุ 6GB+128GB เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 พิเศษบนแพลทฟอร์มร้านค้าออนไลน์ JD Central ราคา 9,990 บาท พร้อมของสมนาคุณสายรัดข้อมือ Mi Band 3 และ ลำโพงบลูทูธ Mi Mini Bluetooth Speaker รวมมูลค่ากว่า 1,600 บาท

Mi 8 Pro มาในสี Transparent Titanium ความจุ 8GB+128GB เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 พิเศษบนแพลทฟอร์มร้านค้าออนไลน์ Lazada ราคา 19,900 บาท พร้อมของสมนาคุณนาฬิกาอัจฉริยะ Amazfit Bip

สมาร์ทโฟนทั้ง2รุ่นนี้ จะเริ่มจำหน่ายใน Mi Authorized Stores วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561

รับชมภาพสินค้าได้ที่: Mi 8 Liteและ Mi 8 Pro

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม : http://blog.mi.com/en/

#

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่ ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK.) เสียวหมี่ บริษัทให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และสมาร์ทฮาร์ดแวร์ เพื่อเชื่อมต่อสู่แพลทฟอร์ม IoT

ด้วยวิสัยทัศน์ของการเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและการเป็นบริษัทที่โดดเด่นที่สุดในใจของลูกค้า เสียวหมี่ มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความโฟกัสและประสิทธิภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง เสียวหมี่ ไม่ลดละสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจในราคาเพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนบนโลกได้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม

ปัจจุบัน เสียวหมี่ เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก และได้สร้าง IoT แพลตฟอร์มสำหรับลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยสมาร์ทดีไวซ์มากกว่า 100 ล้านผลิตภัณฑ์ (ทั้งนี้ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสียวหมี่วางจำหน่ายมากกว่า 70 ประเทศ และภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก และอยู่ในอันดับต้นในตลาดสำคัญต่างๆ

ไดร์เวอร์ (Driver) และข้อมูลต่างๆ ภายในเครื่องเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากหายไปคงเสียดายกันแย่เลย จะง่ายกว่ามั้ยถ้ามีโปรแกรมสำรองข้อมูลและไดร์เวอร์ได้ในตัวเดียว วันนี้เลยมีโปรแกรมมาแนะนำ มันคือ โปรแกรม Driver Magician สำรองไดร์เวอร์และข้อมูลต่างๆ ครบครันในตัวเดียว โดยที่เราไม่ต้องหาไดร์เวอร์กันให้วุ่นวายอีกต่อไปเพราะมันจะสำรองข้อมูลในเครื่องที่คุณต้องการและไดร์เวอร์ที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งมันจะเก็บแยกส่วนไว้อีกที่หนึ่ง เปรียบเสมือนการโคลนนิ่ง (Cloning) เลยละ โดยการทำแบบนี้จะเป็นการเก็บไฟล์ไว้ในรูปแบบ .EXE และนำไปเก็บในที่ที่ต้องการ เช่น ฮาร์ดดิสก์ (HardDisk), แฟลชไดร์ (Thumbdrive), หรือ ภายในพาร์ทิชั่น (Partition) ก็ได้เช่นกัน

โปรแกรม Driver Magician สำรองไดร์เวอร์และข้อมูลต่างๆ

โปรแกรม Driver Magician สำรองไดร์เวอร์และข้อมูลต่างๆ

  • มีโหมดให้เลือกใช้งานถึง 4 โหมดด้วยกัน (Backup Mode)
  • สามารถคืนค่าข้อมูล (Restore) ได้ง่ายมากๆ เพียงไม่กี่คลิก
  • สามารถอัพเดทไดร์เวอร์ (Update Driver) ได้ในตัว โดยไม่ต้องรอติดตั้งเอง
  • สามารถถอนการติดตั้ง (Uninstall) ไดร์เวอร์ได้ในตัว
  • บันทึกจัดเก็บข้อมูลเวอร์ชั่น (Version) ของไดร์เวอร์ภายในเครื่องทุกตัว ให้ตรงกับเวอร์ชั่นล่าสุด
  • สามารถค้นหาฮาร์ดแวร์ชิ้นใหม่ที่ติดตั้งในเครื่องได้ทันที (Hardware Detection)
  • แสดงรายชื่อและรายละเอียดของฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง
  • เมื่อทำการสำรองข้อมูลจะถูกบีบอัดไฟล์ให้อยู่ในสกุลไฟล์ .EXE และสามารถคืนค่าทั้งหมดด้วยโปรแกรมนี้ได้เลย
  • หน้าตาโปรแกรมใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน มีปุ่มเลือกทั้งหมด (Select All) เพื่อความสะดวกสำหรับใช้งานหมดทุกอัน
  • ดาวน์โหลดมาใช้งานฟรีจากเว็บไซต์ผู้พัฒนา และปลอดภัยจากไวรัส 100%

เห็นความสามารถของมันกันแล้วหลายคนคงชอบโปรแกรมนี้กันบ้างแล้วละสิ ซึ่งมันตอบโจทย์กับผู้ที่ไม่ต้องการลงโปรแกรม ไดร์เวอร์ซ้ำหลายครั้งที่ติดตั้ง Windows ใหม่แน่นอน นอกจากเปลืองเวลาในการติดตั้งแล้วยังยุ่งยากพอสมควรอีกด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาสำหรับไดร์เวอร์โดยเฉพาะและรองรับทุกค่ายที่มีใช้งานในปัจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ATI Redeon, Nvidia Series, Sound Card, Mainboard Driver เป็นต้น ทั้งยังแจ้งรายละเอียดของไดร์เวอร์ในเวอร์ชั่นต่างๆ เช่น ชื่อของอุปกรณ์, ประเภทของอุปกรณ์, วันเดือนปีที่ติดตั้งไดร์เวอร์, ค่ายของไดร์เวอร์ที่ติดตั้ง

และด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากเกินไปทำให้มันสามารถพกพาใส่ Thumbdrive ไปใช้งานที่อื่นได้รวมถึงไฟล์ที่แบ๊คอัพและการคืนค่าเช่นกัน นอกจากนี้มันยังสามารถทำงานตั้งแต่บน Windows 98, 2000, ME, XP, Server 2003, Vista, 7 (Seven), 8, 8.1, 10 หากสนใจสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี (Freeware)

หลายคนคงมีโปรแกรมเล่นอินเทอร์เน็ตในดวงใจกันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นโปรแกรมดังๆ ทั้งนั้น แต่วันนี้มีโปรแกรมเล่นเน็ตตัวใหม่มาให้ลองใช้กัน มันมีชื่อว่า Spark Browser เป็น เว็บเบราว์เซอร์ จากทีมพัฒนาโดย Baidu Inc. เสิร์ชเอนจิน ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน และ มีผู้ใช้มากที่สุดในประเทศจีน โดยปล่อยให้ดาวน์โหลดไปใช้กันฟรีๆ ซึ่งเจ้าตัว เว็บเบราว์เซอร์ Spark Browser ตัวนี้เขาได้ค้นคว้าวิจัยออกมาแล้วว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่บรรจุอยู่ในโปรแกรมนี้ ตรงตามความต้องการของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันอย่างแน่นอน และที่สำคัญเปิดเว็บได้เร็วโคตรเลยละ

นอกจากความเร็วที่การันตีมาแล้ว ทางผู้พัฒนาเขายังได้เคลมว่าเร็วกว่า Google Chrome เสียอีกเจ้า Spark Browser ยังสามารถทำตัวเป็น โปรแกรมจับภาพหน้าจอ รวมไปถึงความสามารถในการเป็น โปรแกรมแต่งรูป ได้ใน เว็บเบราว์เซอร์ ตัวนี้ตัวเดียว เพื่อให้คุณได้แต่งภาพ กิ๊บเก๋น่ารักๆ เพื่อแชร์ลงบน Facebook Twitter Instagram โดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมแต่งรูป อะไรต่างๆ อีกหลายโปรแกรมด้วยละ

คุณสมบัติของ โปรแกรมแต่งรูป Spark Browser เล่นเน็ต จับภาพได้พร้อมกัน

  • ความสามารถการควบคุมเสียง เพียงแค่คลิกเดียวเจ้าตัว Spark Browser จะช่วยให้คุณ ปิดเสียงของทุกเว็บไซต์ทั้งหมด จะไม่มีเสียงมารบกวนคุณและคนรอบข้างแต่อย่างใดขณะคุณกำลังเล่นอินเทอร์เน็ต ช่วยลดเสียงรบกวนที่มาจากการเข้าเว็บไซต์ หรือ โฆษณาไม่พึงประสงค์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
  • มีระบบสั่งงานด้วยปลายเมาส์ หรือนิ้วมือ เว็บเบราว์เซอร์ Spark ให้คุณท่องเว็บไซต์ หรือ เข้าถึงเว็บไซต์ ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้นและสะดวกมากขึ้น ด้วยการควบคุมโดยกดปุ่มเมาส์ขวาสามารถควบคุมทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว
  • แว่นขยาย ตั้งภาพหน้าจอ ดูวีดีโอ เป็นเครื่องมือลอยเมื่อคุณชี้เมาส์ไปที่รูปภาพ จะเห็นไอคอนเครื่องมือลอยบริเวณมุมซ้ายของรูปภาพ และสามารถขยายภาพได้โดยการคลิกไปที่ไอคอน เพื่อใช้ช่วย ให้เห็นภาพเล็กๆ ต่างๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หรือ ใช้ในการสอน ครูอาจารย์สอนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้เห็นรูปภาพที่ใหญ่ และ ชัดเจน มากยิ่งขึ้น เพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้เป็นอย่างดี
  • เว็บเบราว์เซอร์ ตัวนี้มีทางลัด ช่วยให้คุณเข้าถึงเว็บไซต์โปรด ที่ชื่นชอบได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าที่เคย ด้วยการแสดงรูปภาพเว็บไซต์ขนาดย่อที่คุณนิยมใช้งานเป็นประจำ คุณยังสามารถกำหนดหน้านี้ ไม่ว่าจะ เพิ่ม หรือ ลบเว็บไซต์โปรดได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ
  • สามารถเปิดเว็บไซต์ ที่เผลอปิดไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผมใดก็ตาม Spark Browser มีความสามารถในการ ช่วยกู้แท็บ (Tab) ที่คุณเผลอปิดไปในปุ่มเดียว ซึ่งต่างจาก เบราว์เซอร์อื่นๆ ที่ต้องเสียเวลาค้นหาแท็บเก่าในประวัติ ย้อนหลัง สะดวกมากๆ
  • โปรแกรมเล่นเน็ต นี้ได้รวบรวมเอาความสามารถของ โปรแกรมจับภาพหน้าจอ และ โปรแกรมแต่งภาพ เข้าไว้ใน เว็บเบราว์เซอร์ Spark นี้ด้วย เพื่อคุณสามารถจับภาพหน้าจอ และ แต่งภาพ เช่นการครอปรูป ปรับแสง ปรับสี ต่างๆ พร้อมจับภาพหน้าจอหน้าเว็บไซต์ได้ ออกมาเป็นรูปภาพได้ทั้งหน้า ได้ทันที โดยไม่ต้องออกจาก Spark คุณจึงสามารถส่งต่อให้เพื่อนๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

มีหลายโปรแกรมที่ใช้ในการแต่งรูปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Photo Scape, Photoshop CS และอีกเพียบ แต่บางโปรแกรมก็ต้องเสียเงินในการใช้งาน หรือต้องยอมแลกเงินเพื่อใช้ได้ครบทุกฟีเจอร์ตามที่เราต้องการนั้นเอง หากมันต้องทำถึงขนาดนั้นแนะนำโปรแกรมตัวใหม่ที่พอจะสูสีกับโปรแกรมระดับเทพได้ มันคือโปรแกรมปรับภาพ Hornil Photo Resizer รองรับสกุลไฟล์ของภาพได้หลากหลาย เช่น PNG, JPG, TIF, BMP, ICO, JPC และอื่นๆ

Hornil Photo Resizer โปรแกรมแต่งรูป ลดขนาด ใส่ลายน้ำ

มันสามารถกำหนดความกว้างยาวในการปรับขนาดภาพได้อย่างอิสระ โปรแกรมแต่งรูป ตัวนี้ยังใส่ลายน้ำเพื่อป้องกันการคัดลอกผลงานของคุณได้ ทั้งยังมีเครื่องมือสำหรับแต่งภาพให้คุณสร้างสรรค์รูปสุดชิคตามสไตล์ของคุณ ในหน้าโปรแกรมยังแสดงภาพตัวอย่างก่อนและหลังทำการตกแต่งรูป นอกจากนั้นยังเป็น โปรแกรมแปลงไฟล์ สกุลของรูปที่หลากหลาย แสดงไดเร็คทอรี่ของไฟล์ พร้อมพรีวิวภาพก่อนและหลังการตกแต่งภาพด้วย

คุณสมบัติและความสามารถของโปรแกรม Hornil Photo Resizer

  • รองรับสกุลไฟล์ของภาพได้หลากหลาย เช่น png, jpg, tif, bmp, ico, jpc, pcx, tga, tif, ico, jpc, jp2, pcx, pgx, pnm, pgm, ppm, ras, ska, wmf, tsp และอื่นๆ นับว่าเยอะมากเลยละ
  • สามารถกำหนดความกว้างยาวในการปรับขนาดภาพได้อย่างอิสระ ตามที่คุณต้องการง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว
  • ใส่ลายน้ำเพื่อป้องกันการคัดลอกผลงานของคุณได้ ทั้งยังใช้ใส่เป็นเครดิตให้กับผลงานของคุณแบบชิลๆ ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่เด่นพอสมควร
  • มีเครื่องมือสำหรับแต่งภาพให้คุณสร้างสรรค์รูปสุดชิคตามสไตล์ของคุณ เพื่อความครีเอตและนำไปโชว์ให้เพื่อนๆ ชื่นชมได้อย่างสุดเจ๋ง
  • แสดงภาพตัวอย่างก่อนและหลังทำการตกแต่งรูป เป็นพรีวิวและไดเร็คทอรี่ของไฟล์ ง่ายต่อการตัดแต่ง ตัดต่อ ทำให้คุณทำงานได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • แปลงไฟล์สกุลภาพไป-มาภายในโปรแกรมได้ทันที โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นเพิ่มเติม
  • มีเครื่องมือในการตกแต่งภาพ เช่น ปรับขนาด ย่อ-ขยาย ครอบตัด หมุนภาพ ฯลฯ
  • รองรับการทำงานบน Windows XP / Vista / 7 / 8 แบบ 32bit และ 64bit
  • ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ด้วยฟีเจอร์ที่คุ้มค่ามากๆ เมื่อทีมกับโปรแกรมระดับเดียวกัน

หากดูคุณสมบัติโดยรวมแล้วยังถือว่าเป็นโปรแกรมที่ดีพอสมควร แม้จะไม่ได้ปรับแต่งได้จนเทพขนาดโปรแกรมแต่งรูประดับสูงก็ตาม นับเป็นโปรแกรมฟรีที่น่าหามาใช้งานบนเครื่องเหมือนเป็นโปรแกรมที่ควรมีไว้ โดยโปรแกรมตัวนี้ทางเว็บไซต์ผู้พัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันแบบฟรีๆ ไม่กั๊กกันเลยละ