แม้ว่าห้างสรรพสินค้านั้นจะเปิดตัวน้อยลงจากปีที่แล้ว แต่ทว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกในประเทศไทยกลับได้รับผลตอบรับในทิศทางบวกปีต่อปี งานนี้ต้องขอบคุณการเปิดรับอีคอมเมิร์ซ รวมทั้ง ช่องทางโซเชี่ยลมีเดียใหม่ๆที่ช่วยเพิ่มยอดขาย อย่างเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และไลน์ ตลาดค้าปลีกในไทยกำลังแสดงถึงสัญญาณตอบรับที่ดี พร้อมๆด้วยโครงการที่เพิ่มอัตราการเติบโตขึ้นมากขึ้น 6 % นับตั้งแต่ปี 2563

ส่องช่องทางการค้าปลีกผ่านยุคโซเชียลมีเดีย

ส่องช่องทางการค้าปลีก ผ่านยุคโซเชียลมีเดีย

นับตั้งแต่คนไทยเริ่มตอบรับอีคอมเมิร์ซมากขึ้น จำนวนของการส่งมอบสินค้าคืนนั้นก็เพิ่มขึ้นมาตามไปด้วย ตามวัตถุประสงค์และเหตุผลสำหรับการได้รับสินค้าคืน

เมื่อเวลาไม่นานมานี้ เหตุผลที่เป็นที่ยอมรับสำหรับลูกค้าในการส่งสินค้าคืนก็ต่อเมื่อสินค้านั้นเสีย หรือชำรุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์หลังสงกรานต์ หรือปีใหม่ เมื่อสินค้าไม่ตรงความต้องการของสมาชิกในครอบครัวและเพื่อน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ร้านค้ามักจะไม่พึงพอใจสินค้าที่ได้รับคืน และร้านค้ามักใช้วิธีจัดการที่ทำให้ขั้นตอนในการคืนสินค้ากลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยากสำหรับลูกค้า

ในวันนี้ วัฒนธรรมในการคืนสินค้าได้เปลี่ยนแปลง สุภาษิตที่กล่าวว่า ลูกค้าเป็นฝ่ายถูกเสมอนั้นเป็นจริงตลอดกาล ลูกค้าสามารถคืนสินค้าได้ตลอดทั้งปี หากไม่ได้รับการกระตุ้นเพื่อส่งสินค้ากลับมาเป็นแรงจูงใจด้วยการเพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมการคืนสิ่งของ ผู้ค้าปลีกที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร คำตอบคือนำดิจิตอลมาใช้ในการจัดการ
ด้วยการเพิ่มช่องทางในการสั่งสินค้าหลากหลายช่องทาง และเติมสินค้า ทำให้นักช็อปรู้สึกสะดวกสบายในการสั่งสินค้าในขนาดที่แตกต่างกัน เพื่อทดลองใส่ว่าขนาดใดเหมาะสมและพอดีที่สุด กลายเป็นวัฒนธรรมที่เรียกกันว่า ห้องลองเสื้อที่บ้าน

ความนิยมในการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต และนำสินค้ากลับไปที่บ้านนั้นทำให้จำนวนการคืนสินค้านั้นเพิ่มสูงขึ้น พนักงานขายที่ต่อรองกับลูกค้าและส่งพัสดุให้ลูกค้า สามารถมองเห็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นในการคืนสินค้า แท้จริงแล้วการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตและนำสินค้ากลับไปที่บ้านนั้นเป็นการปล่อยให้ลูกค้ามีโอกาสได้ทดลองสินค้า ด้วยวิธีนี้ เมื่อลูกค้าต้องการคืนสินค้า สินค้าสามารถถูกส่งคืนกลับไปยังคลังสินค้าได้เร็วที่สุด ลดโอกาสที่สินค้าจะเสียหายหรือสูญหาย

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น การคืนสินค้าสามารถเป็นปัญหาต่อผู้ค้าปลีก เนื่องด้วยสินค้าอาจจะหมดไปจากคลังสินค้าและถูกส่งคืนหลากหลายช่องทาง ผู้ค้าปลีกจึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดการสินค้าคงคลัง และมีความสามารถในการมองเห็นสินค้าคงคลัง รับรู้ว่าคลังสินค้าทีได้รับคืนอยู่ที่ไหน และที่ใดเป็นที่ที่ต้องการการเติมสินค้าคงคลัง และลดการเก็บสินค้าคงคลัง

มีหลากหลายขั้นตอนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวสนับสนุน และจิตใต้สำนึก ที่เป็นสิ่งยืนยันผู้ค้าปลีกสามารถส่งให้ลูกค้าอย่างราบรื่น

เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ผู้ค้าปลีกนั้นมักจะส่งเสริมให้ลูกค้าส่งสินค้าคืน ณ ร้านค้าที่ใกล้ที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าสามารถนำสินค้ากลับไปสู่ชั้นวางโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อคงไว้ซึ่งยอดขายและรายได้

ผู้ค้าปลีกควรจะส่งเสริมช่องทางในการคืนหลากหลายช่องทาง รวมทั้งการคืนสินค้าภายในร้าน ล็อคเกอร์ หรือแม้แต่การรับเมื่อสินค้าได้คืน ร้านค้าควรจะใช้เครื่องแสกน เครื่องคอมพิวเตอร์มือ หรือวิทยุความถี่ซึ่งอยู่ข้างคลังสินค้าในสต็อคที่ใช้ได้ในขณะนั้น สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้า การมองเห็นสินค้าคงคลังนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนในการทำธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากสินค้าสามารถถูกส่งอย่างมีประสิทธิภาพไปยังตามที่ที่ต้องการ

ร้านค้าแบบดั้งเดิมในประเทศไทยกำลังอยู่ภายใต้ความกดดันในด้านยอดขาย เนื่องมาจากการได้รับความนิยมและการเข้ามาของอีคอมเมิร์ซ ร้านค้าหลายรายถูกบังคับให้สร้างสรรค์และนำเสนอประสบการณ์การช็อปปิ้งแบบเชิงโต้ตอบ (interactive) มากขึ้น หลอมรวมนวัตกรรมกับเทคโนโลยี และรูปแบบธุรกิจสำหรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตและนำสินค้ากลับไปที่บ้าน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการเปลี่ยนรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงธุรกิจออนไลน์ ผู้ค้าปลีกทั่วโลกต่างสูญเสียเงินจำนวนกว่า 1.75 ล้านล้าน
ดอลล่าร์สหรัฐ ในทุกๆปี เนื่องจากการสินค้าล้นคลัง สินค้าหมดจากคลังสินค้าและตามที่ IHL Group นักวิเคราะห์รายย่อยกล่าว

ในช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับผู้ค้าปลีก นับเป็นสิ่งสำคัญที่เกิดนโยบายการคืนสินค้ามาใช้ ซึ่งรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด รวมทั้งอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ปริ้นเตอร์ขนาดพกพา และเครื่องแสกนส่วนบุคคล นอกจากนี้ เครื่องkiosk ที่การโต้ตอบ(ineractive)ได้ ควรนำมาใช้ในการคืนสินค้า รวมทั้งอำนวยความสะดวกสบายผ่านการแสกนบาร์โค้ด ปริ้นตราสินค้าหีบห่อและพัสดุ สิ่งเหล่านี้ช่วยในการสร้างประสบการณ์เฉพาะที่ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและทำให้เหล่านักช็อปหวนกลับมาช็อปปิ้งอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ค้าปลีกควรตระหนักเนื่องจากอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มลดลงในขณะนี้และในอนาคต

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง ทุกคนสามารถอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง ผ่านทางสื่อ social network อย่างเฟสบุค อินสตแกรม และแพลตฟอร์มอื่นๆ ทางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า กลายเป็นแพลตฟอร์ที่มีคนเข้าถึงมากกว่า 40 ล้านคนต่อเดือน นอกจากนี้ การเพิ่มสีสันด้วยคอนเทนท์ที่แปลกใหม่ เช่นวีดีโอ How to รีวิวสินค้า เพื่อตอบรับกระแส Social Commerce ที่กำลังมาแรง

ลาซาด้านำเทรนด์ WATCH – CLICK – SHOP ครั้งแรกในเอเชีย

ลาซาด้านำเทรนด์ WATCH – CLICK – SHOP ครั้งแรกในเอเชีย

ลาซาด้าออกคอนเทนท์รูปแบบใหม่ ครั้งแรกในเอเชีย ร่วมกับ สตาร์ทอัพจากนิวยอร์ก Cinematique Inc.ให้คุณพบกับประสบการณ์การชมคอนเทนท์และช้อปปิ้งไปพร้อมกัน ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ได้ริเริ่มมาจากกลุ่มคนที่ทำภาพยนตร์ และมิวสิควีดีโอในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่พยายามช่วยตอบคำถามจากผู้ชมที่ต้องการเป็นเจ้าของ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่อยู่ในภาพยนตร์และมิวสิควีดีโอ เกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ WATCH CLICK SHOP เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถตามหาสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ และเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ประเทศไทยพบสถิติคนใช้ Social Media ติดอันดับโลก ลาซาด้า ประเทศไทย จึงได้นำเอาเทคโนโลยีนี้มาให้คนไทยได้ลองเล่นในแคมเปญ Fashion Mid-Year Sale ด้วยแฟชั่นวีดีโอ LIVE LOVE LAUGH ที่ได้นางแบบสาวสุดฮอตอย่าง สกาย มาเรีย เฮิร์ชเลอร์ จาก The Face Thailand ซี่ซั่น 3 มานำเสนอเสื้อผ้า เครื่องประดับ อุปกรณ์กีฬา และของตกแต่ง ให้เลือกคลิกมากกว่า 50 รายการ ด้วยส่วนลดราคาสูงสุดถึง 80% ระหว่างวันที่ 23 – 28 มิถุนายนนี้

พร้อมให้คุณเปิดโลกแห่งการชมคอนเทนท์ พร้อมการช้อปปิ้งออนไลน์ คุณสามารถรับชมวิดีโอและช้อปสินค้าโดนใจ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียง

  1. Watch รับชมวีดีโอ อัพเดตเทรนด์สินค้าแฟชั่น สุภาพบุรุษสุภาพสตรี เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของตกแต่งหลากหลายสไตล์ที่คุณชื่นชอบ
  2. Click เพียงคลิกไปที่เสื้อผ้า เครื่องประดับ และของตกแต่งทุกชิ้นที่ปรากฏบนหน้าจอ จะมีป๊อปอัพขึ้นมาที่ด้านล่างหน้าจอว่าได้มีเลือกเก็บสินค้าระหว่างชมวิดีโอนั้น และเมื่อวิดีโอจบ เว็บไซด์จะนำคุณไปยังหน้าสินค้าที่ได้เลือกไว้ ซึ่งจะมีรายละเอียด พร้อมปุ่มสั่งซื้อสินค้าปรากฏขึ้น
  3. Shop กดปุ่มเพื่อดูรายละเอียดสินค้า แล้วคุณจะเข้าไปสู่เว็บไซต์ของลาซาด้าเพื่อไปยังขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าราคาสุดพิเศษ

ในการสัมภาษณ์งานถ้าจะมานั่งร้องเพลง พูดไม่ค่อยเก่งคงไม่มีที่ไหนรับคุณเข้าทำงานแน่ แม้จะเป็น ฟรีแลนซ์ เองก็ตาม เพราะการทำงานไม่ใช่ความรัก ที่ใครจะมารอคุณได้ การสัมภาษณ์งานคือการทำให้คนสัมภาษณ์ประทับใจคุณตั้งแต่แรกพบ แต่ถ้าคุณมีปัญหาว่าพูดไม่เก่ง ขี้อาย ใจสั่น อาจทำให้คุณชวดงานนี้ไป เรามีวิธีแก้ไขอาการพูดไม่ค่อยเก่ง เพื่อให้สัมภาษณ์งานอย่างมั่นใจขึ้นมาฝากกัน

กลัวสัมภาษณ์งานไม่ผ่านมาก เพราะพูดไม่ค่อยเก่ง

กลัวสัมภาษณ์งานไม่ผ่านมาก เพราะพูดไม่ค่อยเก่ง

  1. เป็นคนพูดน้อย – ในโลกปัจจุบันที่ทุกคนก้มหน้าคุยกันผ่านตัวหนังสือ คุณอาจเป็นคนพูดเก่งพิมพ์เก่งในโซเชียล แต่พอนัดเจอเพื่อนกลับเป็นคนพูดน้อยจนเพื่อนงง การเป็นคนพูดน้อยไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ คุณอาจต้องให้ความสนใจในการพบปะผู้คนมากให้ขึ้น หมั่นพูดคุยให้ชินมากกว่าพิมพ์ จะทำให้คุณกล้าที่จะพูดมากขึ้น
  2. ตื่นเต้นจนลิ้นพันกัน – ถ้าคุณตื่นเต้นทุกครั้ง ตั้งตัวไม่ทันเมื่อเจอกับคำถามสัมภาษณ์งาน ทำให้ลิ้นพันกันจนตอบถูกตอบผิด ลองลิสต์คำถามสัมภาษณ์งานที่คาดว่าจะถูกถามออกมา แล้วฝึกตอบคำถามหน้ากระจก หรือทางที่ดีลองให้เพื่อนสวมบทบาทเป็นผู้สัมภาษณ์งาน และลองถามตอบกันดู การเตรียมพร้อม 100% แม้สถานการณ์จริงอาจได้ใช้ไม่ครบทุกคำถาม ก็ยังดีกว่าไม่เตรียมอะไรไปเลย ถ้าอย่างนั้นมีแต่ติดลบแน่นอนค่ะ
  3. นำเสนอตัวเองไม่เป็น – แน่นอนว่าคนพูดไม่ค่อยเก่ง นำเสนอตัวเองไม่เป็น ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะพูดโน้มน้าวใจ คุณต้องหาจุดเด่นของตัวเอง รวมถึงทักษะและความสามารถในการทำงาน เพื่อนำมาใช้ในการนำเสนอให้กับผู้สัมภาษณ์งานได้ทราบ ข้อดีที่ตัวเองมีก็นำเสนอไป ส่วนข้อเสียก็นำเสนอแบบพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่านำเสนอแบบซ้ำเติมข้อเสียของตัวเอง แต่ให้เอาข้อเสียนั้นมาตอบประมาณว่า รู้ว่าตัวเองมีข้อเสียอะไร และจะสามารถจัดการกับข้อเสียของตัวเองนั้นอย่างไรบ้าง
  4. ติดตามข่าวสารบ้านเมือง – สมัยนี้การสัมภาษณ์งาน นอกจากถามตอบคำถามพื้นฐานแล้ว บางบริษัทก็อาจมีการทดสอบความรู้ทั่วไป เพื่อดูว่าคุณสนใจสิ่งใด มีความคิด ทัศนคติแบบไหน การที่คุณรู้ให้เยอะเข้าไว้ ดูข่าว อัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ในทุก ๆ วัน ก็เป็นแต้มสะสมในคุณนำข้อมูลเหล่านั้นมาพูดคุยในการสัมภาษณ์งานได้ค่ะ
  5. ตั้งสติ อย่ากดดันตัวเอง – หากคุณพยายามแล้วแต่ยังพูดติดขัดหรือพูดไม่ออก จนคนฟังก็รำคาญใจ อย่าวิตกกังวลจนเสียจริตไปก่อน ให้คุณตั้งสติ อย่ากดดันตัวเอง แล้วคิดซะว่าเหมือนคุณมานั่งคุย มาเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง น่าจะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น แต่แค่การเล่าเรื่องครั้งนี้ ต้องหยุดคิด ประมวลเรื่องราวก่อนเล่าออกไปนิดนึง เพราะมันอาจจะมีผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่ดีตามมา

ESL (Electronic Sport League) บริษัทจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ eSports ระดับโลก ประกาศว่า เลอโนโวเตรียมส่งผลิตภัณฑ์ซับแบรนด์น้องใหม่ ผลิตภัณฑ์ Legion Y720 เข้าเป็นผลิตภัณฑ์หลักสนับสนุนสำหรับการแข่งขัน ESL CS:GO Pro League Season ในรอบการแข่งขันที่เหลืออยู่ของฤดูกาลปัจจุบันทั้ง 6 ซีซั่น ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยในฐานะที่เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน ESL CS:GO Pro League Season ในครั้งนี้ เลอโนโว ได้มีการเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์และเกมมิ่ง แล็ปท็อป สุดล้ำสมัยรุ่นล่าสุดอย่าง Legion Y720 จากเลอโนโว มาให้นักกีฬาได้ใช้สำหรับการแข่งขัน หรือวิเคราะห์เกมการแข่งขันได้อีกด้วย

ESL ปฏิวัติวงการเกม พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ Legion Y720

ESL ปฏิวัติวงการเกมพร้อมส่ง ผลิตภัณฑ์ Legion Y720

“ESL กำลังมองหาพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับการแข่งขันในครั้งนี้ และเราก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับผลิตภัณฑ์ Lenovo Legion อันทรงประสิทธิภาพเข้ามาใช้สำหรับการแข่งขัน ESL CS:GO Pro League Season ที่กำลังจะเกิดขึ้น“อัลลิค ชูลซ์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ Pro gaming ESL กล่าวแสดงความยินดีกับการร่วมมืในครั้งนี้ “Counter Strike เป็นเกมแนวยิงคู่ต่อสู้ออนไลน์ที่ได้ความนิยมในประเทศไทย และหลากหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากความสวยคม สมจริงของฉาก และถือเป็นเกมที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นที่ต้องการโชว์ทักษะการใช้เมาส์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งการที่เลอโนโวได้เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ ESL ในการให้การสนับสนุนในครั้งนี้ จะทำให้ผู้เข้าแข่งขัน ได้พบกับประสบการณ์การเล่นเกมที่เสมือนอยู่ในสมรภูมิจริง ผ่านผลิตภัฑณ์ Lenovo Legion Y720 ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน CES 2017

เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา” นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลอโนโว ประเทศไทยและภูมิภาคอินโดไชน่า จำกัด กล่าว เลอโนโว ได้เตรียมผลิตภัณฑ์พีซีเกมมิ่งอย่าง Legion Y720 สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ เนื่องจากมีเทคโนโลยี VR ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุดในปัจจุบัน และด้วยกราฟฟิคการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1060 พร้อมขุมพลัง 7th Gen Intel® Core™ i7 และหน้าจอ IPS ขนาด 15.6 นิ้ว ทีมีความละเอียดสูง นอกจากนี้ยังมีระบบเสียงอันทรงพลังอย่าง Dolby Atmos® และในระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 10 นอกจากนี้ยังรองรับ Xbox One จอยควบคุมแบบไร้สาย เพื่อตอบสนองการเล่นเกมในแบบของคุณ และ เทคโนโลยี Virtual reality (VR) เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมเสมือนอยู่ในสมรภูมิจริงอีกด้วย

นอกจากนักวิจารณ์และเหล่าบรอดแคสเตอร์จะได้รับประโยชน์ต่างๆจากอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์รูปแบบใหม่ของผลิตภัณฑ์และ ภายในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิสที่เมืองแดลลัส เลอโนโวได้มีโอกาสออกบูธแสดงสินค้าเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทดสอบระบบการทำงานใหม่ล่าสุด รวมทั้งกิจกรรมร่วมสนุกเพื่อให้คอเกมชิงรางวัลสุดพิเศษมากมายอีกด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการจองตั๋วเพื่อเข้าชมการแข่งขันรอบสุดท้ายที่เมือง แดลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 3 – 4 มิถุนายนนี้ สามารถติดตามข่าวสารข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Twitter

มาสเตอร์การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ และวีซ่า ประกาศเปิดตัว “QR Code มาตรฐาน” สำหรับการชำระเงินในรูปแบบใหม่ ที่จะยกระดับประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด ด้วย QR Code มาตรฐาน  ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็ นสังคมไร้เงิ นสดตามนโยบายของธนาคารแห่ งประเทศไทยด้วยนวัตกรรม ความปลอดภัยในการชำระเงิน และระบบธุรกรรมการเงินแบบเปิด ผู้บริโภคที่ถือบัตรมาสเตอร์ การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ หรือวีซ่า สามารถใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถื อที่รองรับ “QR Code มาตรฐาน” สำหรับการชำระเงินได้อย่างง่ ายดายเพียงสแกน QR Code ที่แสดงอยู่ในร้านค้า โดย QR Code จะสามารถใช้งานได้บนสมาร์ ทโฟนและโทรศัทพ์มือถือที่มีกล้ องถ่ายภาพ

ยกระดับการชำระเงินแบบอีเพย์เม้นท์ให้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วย QR Code มาตรฐาน

ยกระดับการชำระเงินแบบอีเพย์เม้นท์ให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย QR Code มาตรฐาน

การกำหนดสเปคมาตรฐานสากลสำหรั บการชำระเงินด้วย QR code จะทำให้ผู้บริโภคและผู้ค้ าในประเทศไทยมีตัวเลือกเพิ่ มมากขึ้นเพื่อชำระเงินทางอิเล็ กทรอนิกส์ได้อย่ างสะดวกสบายและปลอดภัย  ทั้งยังง่ายในการตั้งค่ าและการใช้งาน พร้อมมอบผลประโยชน์หลักสามข้อด้ วยกัน ประการแรก ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องสแกน QR code ที่แตกต่างกันสำหรับการชำระเงิ นด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ด ยูเนี่ยนเพย์ และวีซ่า เพราะผู้ค้าจะแสดงเพียงแค่ QR code เดียวที่หน้าร้านหรือผ่านแอพพลิ เคชั่นมือถือของธนาคารที่บริ การร้านค้า ประการที่สอง การทำธุรกรรมผ่านเครือข่ ายการชำระเงินระดับโลกทั้ งสามเครือข่ายนี้จะทำให้ผู้บริ โภคได้รับประสบการณ์การชำระเงิ นที่รวดเร็ว สะดวกสบาย และปลอดภัยที่สุด

ประการที่สาม “QR Code มาตรฐาน” นี้มีไว้เพื่อการใช้งานร่วมกั นทั่วโลก เพียงแค่ผู้บริโภคมีแอพพลิเคชั่ นบนมือถือที่ รองรับ “QR Code มาตรฐาน” สามารถชำระเงินด้วยได้ทุกที่ ที่รับ “QR Code มาตรฐาน” ขณะนี้ ธนาคารและร้านค้าอยู่ในระหว่ างการดำเนินงานติดตั้ง “QR Code มาตรฐาน” แล้วเสร็จในไตรมาสที่สามประจำปี พ.ศ. 2560 ซึ่งจะมีส่วนช่วยนโยบายรั ฐบาลในการเพิ่มจุดชำระเงินอิเล็ กทรอนิกส์ ภายใต้โรดแมปการชำระเงินอิเล็ กทรอนิกส์แห่งชาติ ของกระทรวงการคลัง นอกจากจะเป็นตัวเลือกทางการชำระเงินที่เข้าถึงได้ ง่ายและปลอดภัยให้กับทุกภาคส่ วนแล้ว “QR Code มาตรฐาน” จะมีส่วนในการเติบโตและเร่งให้ เกิดการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ทั่วประเทศ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสำหรับการรั บการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ลดลงสำหรับผู้ค้าในอนาคต ผู้บริโภคชาวไทยจะได้รั บประโยชน์จากการนำ QR Code ไปใช้ชำระเงินพื้นฐานขณะเดิ นทางไปท่องเที่ยวนอกประเทศได้อี กด้วย

มร. โดนัลด์ ออง ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า “การเปิดตัวระบบ QR Code มาตรฐาน ในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้ นของก้าวย่างที่สำคั ญของประเทศไทย เพราะจะทำให้ผู้บริโภคพร้ อมยอมรับและหันมาใช้เทคโนโลยี สำหรับการจ่ายเงินในรูปแบบใหม่ ได้รวดเร็วขึ้น จากการสำรวจของมาสเตอร์การ์ ดพบว่า ร้อยละ 50 ของผู้บริโภคที่มีอายุน้อยทั่ วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะหั นมาใช้ QR code ทันที และเรามั่นใจว่าเป็นแนวโน้มที่ จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน ความต้องการใช้ QR code จะแพร่หลายยิ่งขึ้นเมื่ อเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในร้ านค้าขนาดย่อมทั่วประเทศ รวมถึงใช้สำหรับการจ่ายบิ ลและการชำระเงินแบบเรียกเก็ บปลายทาง และด้วย QR code นี้พัฒนาด้วยมาตรฐานเดียวกับ QR ทั่วโลก ทำให้ผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ ดใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการได้ ทุกแห่งทั่วโลกที่รับ QR Code มาตรฐาน โดยสามารถมั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของบริการที่ มาสเตอร์การ์ดมอบให้ผู้ถือบัตร ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ ประเทศไทยพัฒนาไปสู่การเป็นสั งคมไร้เงินสด”

คุณเหวินฮุ่ย หยาง ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิ ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ปัจจุบัน ยูเนี่ยนเพย์ เดินหน้าร่วมมือในการดำเนิ นงานกับเครือข่ายทางการชำระเงิ นระดับโลก เพื่อพัฒนามาตรฐาน QR Code สำหรับการชำระเงิน ในฐานะที่ทางยูเนี่ยนเพย์เป็ นเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก เราขอนำเสนอโซลูชั่ นทางการชำระเงินเพื่ อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ งาน ซึ่งจะเป็นทางเลือกและรองรั บความสะดวกสบายทางการชำระเงิ นให้กับผู้ใช้งานรวมถึงกลุ่มธุ รกิจต่างๆ สำหรับ ‘QR Code มาตรฐาน’ เป็นย่างก้าวสำคัญทางด้านนวั ตกรรมของสถาบันการชำระเงิ นในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานและร้านค้ าต่างๆสามารถชำระเงินผ่านระบบ QR Code ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยระบบดังกล่าวจะช่วยส่งเสริ มและพัฒนาศักยภาพทางการชำระเงิ นอีกทั้งเรายังเดินหน้าผนึกกำลั งกับธนาคารแห่งประเทศไทยสำหรั บสร้างสรรค์โซลูชั่ นทางการชำระเงินเพื่อส่งมอบสิ ทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้ งานในประเทศไทย ยูเนี่ยนเพย์ เชื่อว่า QR Code มาตรฐาน จะสนับสนุนระบบเศรษฐกิจในภูมิ ภาคนี้และเพื่อก้าวเข้าสู่สั งคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง”

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “วีซ่ามีความภาคภูมิใจที่ได้มี ส่วนร่วมในการพัฒนา QR Code มาตรฐาน ในประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าประเทศไทยมีศั กยภาพในการพัฒนาการชำระเงินอิ เล็กทรอนิกส์ให้เติบโตแบบยั่งยื น ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริ โภคและผู้ค้ารายย่อยในระยะยาว เนื่องจากจะช่วยการลดค่าใช้จ่ ายรวมถึงง่ายต่อการติดตั้ง เป็นทางเลือกที่สำคัญอี กทางนอกเหนือเครื่อง POS แบบเดิม ความสำเร็จของ mVisa จากทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วว่ าโซลูชั่น QR Code มาตรฐานของวีซ่า มีความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และใช้งานได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่มขึ้นมีส่วนผลักดั นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยเม็ดเงินที่มีมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์หรือ 113 พันล้านบาทโดยประมาณ ที่เพิ่มเข้าไปใน GDP ของประเทศตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2558 เรามุ่งหวังที่จะเป็นพันธมิตรที่ ดีกับสถาบันการเงิน ลูกค้า ร้านค้า และภาครัฐต่อไปเพื่อสร้างนวั ตกรรมใหม่ๆ และขยายการเข้าถึงการชำระเงิ นแบบดิจิตอลในประเทศไทย ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการเติ บโตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนและทุ กที่”

คนส่วนใหญ่มีปัญหากับไฟล์ประเภท PDF เอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ หรือแยกไฟล์ ก็หาโปรแกรมมาใช้งานยากเหลือเกิน ขนาดมีโปรแกรมฟรีหลายตัวแล้ว บางโปรแกรมยังอ่านโค๊ดไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำให้ต้องเปลี่ยนโปรแกรมใหม่อีก เลยได้มาลอง โปรแกรม Portable Document Spear ที่รวมทุกสิ่งอย่างที่ใช้งานบนไฟล์ PDF ได้แบบครบครันที่เดียว สามารถแปลงไฟล์ ไปเป็นไฟล์ .PDF ได้จากไฟล์ XLS, XLSX, DOC, DOCX, PPT, PPTX, TXT, Image, CHM, EPUB เป็นต้น พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องอีกด้วย สะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่ายแบบนี้ต้องมีติดเครื่องไว้แล้วละ เอาละมาดูรายละเอียดส่วนอื่นๆ กันบ้างดีกว่า

โปรแกรม Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF ฟรี

โปรแกรม Portable Document Spear แปลงไฟล์ รวมไฟล์ แยกไฟล์ PDF ฟรี

สำหรับโปรแกรมนี้นั้นมีชื่อว่า โปรแกรม Portable Document Spear เป็นโปรแกรมที่พัฒนาต่อจาก โปรแกรม PDF Converter & Merger ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีการทำงาน 3 ฟีเจอร์ รวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมันเป็น โปรแกรมแปลงไฟล์ ที่มีความสามารถในการ แปลงไฟล์เอกสารจากของ โปรแกรม Office ไปเป็นไฟล์ตระกูล Portable Document Format หรือ ไฟล์ PDF นั่นเอง สามารถแยกเอกสาร PDF ได้ นอกจากนี้ โปรแกรม Portable Document Spear ยังมีความสามารถในการ รวมเอกสาร PDF หลายๆ ไฟล์เป็นไฟล์เดียวเข้าด้วยกันได้อีกด้วย

ในส่วนการใช้งานของโปรแกรมนั้นก็ง่ายแสนง่ายไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน เพียงแค่เลือกฟังก์ชั่นการทำงานก่อน แล้วกดปุ่ม “เพิ่ม” เพื่อนำไฟล์ที่ต้องการเข้ามา หากเลือกผิดก็สามารถกดปุ่ม “ลบ”  หรือ “ล้าง” ได้เช่นกัน หากพร้อมแล้วก็ให้ทำการกดปุ่มไอคอน บันทึก แล้วรอให้โปรแกรมประมวลผลจนเสร็จซึ่งอาจใช้เวลาไม่นานมากนักขึ้นอยู่กับขนาด และจำนวนไฟล์ด้วย เพียงเท่านี้เราก็ได้ไฟล์ใหม่มาตามที่เราต้องการก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี

เดินหน้าสร้างความสนุกเร้าใจไปกับการฟังเพลงในรถยนต์อีกครั้ง ด้วยชุดเครื่องเสียงในรถยนต์ รีซีฟเวอร์ล่าสุด XAV-AX100 รุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยชุดรีซีฟเวอร์รุ่น XAV-AX10 0 ที่ให้พลังเสียงหนักแน่นเต็มอ รรถรสยิ่งกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี ด้านเสียงเอกสิทธิ์เฉพาะของโซนี่ พร้อมด้วยเทคโนโลยี EXTRABASS™  และ DSP (Dynamic Stage Organizer)

ขณะเดียวกันยังมีความโดดเด่นด้วยความสะดวกในการเชื่ อมต่อใช้งานกับสมาร์ทโฟนได้ทั้ง  2 แพลตฟอร์มผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto โดยโซนี่ได้เปิดตัว XAV-AX 100 ให้ผู้สนใจได้สัมผัสถึงพลัง เสียงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมอเตอร์โชว์ 2017 ที่จั ดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 มีนาคม ถึง 9 เมษายน ศกนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี

เปิดตัวรีซีฟเวอร์ล่าสุด XAV-AX100 ครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ 2017

เปิดตัวรีซีฟเวอร์ล่าสุด XAV-AX100 ครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ 2017

นางสาวเกสรี มณีอินทร์ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ภ าพและเสียง บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด กล่าวว่า ”โซนี่มีความมุ่งมั่นในการคิดค้ น และสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านเสีย งคุณภาพมาโดยตลอดเพื่อที่จะมอบป ระสบการณ์ที่ดีที่สุดในการฟังเพ ลงให้แก่ลูกค้า และตอบสนองการฟังเพลงอันเพลิดเพ ลินกับเสียงเพลงคุณภาพสูงตั้ งแต่ภายในบ้าน นอกบ้าน ไปจนถึงในรถยนต์ยิ่งขึ้น โดยผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงในรถยน ต์ของโซนี่ได้รับการตอบรับอย่าง ดีจากนักฟังเพลงเสมอมา และในวันนี้โซนี่มีความภูมิ ใจอย่างยิ่งที่มีโอกาสแนะนำเครื่ องเสียงติดรถยนต์ตัวใหม่ล่าสุ ดที่งานมอเตอร์โชว์ 2017 ในรุ่ น XAV-AX100 ที่มาพร้อมจุดเด่ นในการรองรับการเชื่อมต่อกั บสมาร์ทโฟนทั้ง 2 แพลตฟอร์ มโดยผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เค รื่องเสียงรถยนต์ในระดับไฮเรสออ ดิโอ และ EXTRA BASS อีกหลายรุ่นมาให้ผู้ สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ในการฟั งเพลงที่สนุกขึ้นในระหว่ างการเดินทาง”
XAV-AX100 นวัตกรรมใหม่ของเครื่ องเล่นมีเดียรีซีฟเวอร์อัจฉริยะ ในรถยนต์ตัวแรกจากโซนี่ ที่มาพร้อมจุดเด่นในการรองรับกา รเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งแพลต ฟอร์มแอนดรอยด์ และแอปเปิ้ล ผ่านฟังก์ชั่น Apple CarPlay และ Android Auto โดยควบคุมการทำงานผ่านจอแส ดงผลระบบสัมผัสแบบ Resistive ขน าด 6.4 นิ้ว มีกำลังขับสูงถึง 55 วัตต์ และสามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลัง เพื่อให้แสดงบนหน้าจอได้อย่างสะ ดวกและง่ายดายอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น XAV-AX100 ยังมา พร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีด้านเสี ยงคุณภาพมากมาย อาทิ ระบบ Dynamic Reality Amp และ EXTRA BASS ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำไปกับ เสียงดนตรีทุกย่านความถี่ได้อย่ างคมชัดและหนักแน่นด้วยเบสอันทร งพลัง ทั้งยังสามารถปรับแต่งเสียงให้ ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตั วด้วยระบบปรับแต่งอีควอไลเซอร์  10-band (EQ10) และ Dynamic Stage Organizer (DSO) พร้อมกันนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อการใช้งาน แบบไร้สายกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านสัญญาณ Bluetooth® เพื่อให้ สามารถเล่นเพลงไร้สายหรือต่อเชื่ อมไฟล์เพลงที่คุณชื่นชอบได้อย่า งง่ายดาย และปลอดภัยในการใช้งานโทรศัพท์ร ะหว่างขับรถยนต์

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ ไฮเรสออดิโออื่น ๆ ครบครันทุกรูปแบบการใช้งานตั้งแ ต่ในบ้าน ไปจนถึงการพกพาไปใช้งานในที่ต่า ง ๆ อาทิ RSX-GS9 เครื่องเล่นมีเดีย รีซีฟเวอร์ระดับไฮเรสออดิโอในรถ ยนต์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไฮเรสออดิ โอแบบพกพา และสำหรับใช้เพื่อความบันเทิงใน บ้านอีกมากมายหลายรุ่น

ลาซาด้า ประเทศไทย ขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การสนั บสนุนด้วยดีตลอดห้าปีที่ผ่ านมาด้วยแคมเปญฉลองวันเกิด เริ่ม 21 – 23 มีนาคม 2560 นี้ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เซอร์ไพร์ส เกิดทั้งที ดีลดี ต้องมีให้ครบ’ ซึ่งลาซาด้าได้คัดสรรเอาดีลสุ ดพิเศษกว่าหนึ่งล้านดี ลจากหมวดหมู่สินค้ายอดนิยมบนเว็ บไซด์กว่า 17 หมวดหมู่มาให้ขาช้อปชาวไทยได้ เลือกซื้อกันให้หนำใจตลอดสามวั นเต็ม โดยเริ่มวันแรกด้วยสินค้ายอดนิ ยมประจำเว็บไซด์จัดอันดั บโดยลาซาด้า ต่อด้วยวันที่สองด้วยโปรโมชั่ นจากสินค้าที่ทุกคนอยากได้มากที่ สุด และปิดท้ายวันที่สามของแคมเปญด้ วยส่วนลดสุดช็อคสำหรับสินค้าที่ มีการค้นหามากที่สุดบนเว็บไซด์

ลาซาด้า เซอร์ไพร์สนักช้อปชาวไทยฉลองวันเกิดครบรอบ 5 ปี

ลาซาด้า เซอร์ไพร์สนักช้อปชาวไทย ฉลองวันเกิดครบรอบ 5 ปี

ลาซาด้าฉลองวันเกิดด้วยเซอร์ ไพร์สใหญ่ตลอดสามวันเต็ม ที่มาพร้อมทั้งดีลและสินค้ าจากพาร์ทเนอร์ของลาซาด้ากว่า 300 แบรนด์ครอบคลุมทั้งหมด 17 หมวดหมู่ โดยมีไฮไลท์ของสามแบรนด์ชื่อดั งที่จะคัดเอาสินค้ายอดนิ ยมมาวางขายในราคาสุดพิเศษ อาทิ ฟิลิปส์ที่นำสินค้ ามาลดราคามากกว่า 50% พร้อมกับบัตรของขวัญที่ สามารถนำมาลดเพิ่มอีก 15% และยังมี   ลอรีอัล เมย์เบลลีน การ์นิเย่ และ NYX ที่นำสินค้าทั้งร้านมาลดราคาสู งสุดถึง 50% และบัตรของขวัญลดราคาอีก 10% นอกจากนี้ยังมีส่วนลดพิ เศษจากเทสโก้ โลตัสบนเว็บไซด์ลาซาด้า ที่มอบส่วนลดสินค้าสูงสุดถึง 70% และบัตรของขวัญ สำหรับลดราคาอีก 12% สำหรับสินค้าทั้งร้าน

นอกจากแคมเปญใหญ่ตลอดสามวันเต็ มแล้ว ลาซาด้ายังได้จัดกิจกรรมพิ เศษเพื่อให้นักช้อปชาวไทยได้อุ่ นเครื่องเซอร์ไพร์สก่อนวันจริง อย่างดาวน์โหลดสติ้กเกอร์ และเล่นเกม Magic Candle กับลาซาด้าผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ลุ้นรับบัตรของขวัญมูลค่า 10,000 บาท เล่นเกมเพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ จาก ซัมซุง, วิชี่, ลา โรช-โพเซย์, NYX, โคเรียคิง และ ผ้าอ้อมเด็ก เบบี้ เลิฟ มูลค่าสูงสุดรวม 200,000 บาท เพียงเข้าไปทายราคาเค้กวันเกิ ดของลาซาด้าบนเฟซบุ๊กเพจออฟฟิ เชียลของลาซาด้า ในวันที่ 15 – 20 มีนาคม และจะประกาศผู้ชนะในวันที่ 30 มีนาคม 2560 แฟลชเซลส์ทุกสองชั่วโมงตั้งแต่ หกโมงเช้าถึงเที่ยงคืนคูปองและบัตรของขวัญสุดเอ็กซ์ คลูซีฟ ลดราคาออนท็อประหว่าง ลาซาด้า ทีวี ไลฟ์แคสบนโลกออนไลน์ที่แบรนด์และผู้บริ โภคต่างสื่อสารกันโดยตรงมากขึ้น และนักช้อปชอบอ่านคอนเท้นท์ และแกะกล่องรีวิวบนเว็บไซด์ต่ างๆก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งลาซาด้าเห็นถึงความสำคั ญในจุดนี้ จึงได้เริ่มตั้งแพลตฟอร์มสำหรั บโซเชียล คอมเมิร์ซ ภายใต้ชื่อ ลาซาด้า ทีวี และได้เริ่มออกอากาศไปแล้วเมื่ อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขั นรายการเรียลริตี้ชื่อดังจาก บริษัทกันตนา กรุ๊ป มาไลฟ์ให้ชมกันสดๆทุกวันจันทร์

“เมื่อพฤติกรรมของการซื้อของบนอีคอมเมิร์ซได้ถูกพั ฒนาไปกับเทรนด์การรับสื่ อออนไลน์ประเภทต่างๆ ดังนั้น เพื่อฉลองครบรอบ 5 ปี ลาซาด้าจึงมุ่งมั่นที่จะพั ฒนามาร์เก็ตเพลสของเรา เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสิ นค้าระหว่างแบรนด์และผู้บริ โภคให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ลาซาด้ายังพร้อมที่ จะยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้ งออนไลน์ให้ผู้ช้อปได้รั บความสนุกสนานมากขึ้นด้วยการให้ พัฒนาแพลตฟอร์มให้ผู้บริโภคได้ เข้าถึงกลุ่มสินค้าที่ตรงกั บความชอบของตนเอง รวมไปถึงการมีซุปตาร์ที่ สามารถพูดคุยกับกลุ่มแฟนคลั บของพวกเขาแบบเรียลไทม์ผ่ านแพลตฟอร์มของลาซาด้า” อเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าว

ในสัปดาห์นี้นักช้อปสามารถเข้ าไปใช้บริการแชทและรับชมการรีวิ วสินค้าแบบเรียลไทม์ และยังได้สิทธิ์ลุ้นรับบั ตรของขวัญส่วนลดจากเหล่าซุปตาร์ ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น คุณบุ๋ม ปนัดดา ดีเจนุ้ย ร่วมด้วยคุณวิลลี่และคุณหอย ที่จะมาถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ กเพจของลาซาด้าและ www.lazada.co.th/tv ระหว่างวันที่ 16 – 23 มีนาคมนี้ โดยสามารถชมย้อนหลังได้ทั้ งหมดบนลาซาด้า นักช้อปชาวไทยสามารถเข้ามาร่ วมสนุก และหาของขวัญให้ตัวเองหรือคนรู้ ใจของคุณได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปที่ http://www.lazada.co.th/ birthday-sale/ หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่ นของลาซาด้าได้ทั้งในรูปแบบ แอนดรอย หรือ iOS

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ โดดเด่นในครั้งนี้ คือ สมาร์ทโฟน 5x ในงาน MWC ผลลัพท์ที่ได้จากการคิดค้นและพั ฒนาอย่างไม่เคยหยุดยั้ งของออปโป้ ซึ่งจะทำให้ทั้งโลกต้องเปลี่ ยนมุมมองการถ่ายภาพผ่านสมาร์ ทโฟนไปตลอดกาล ตัวจริงเรื่องการถ่ายภาพผ่ านสมาร์ทโฟน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ออปโป้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ นำด้านการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ของสมาร์ทโฟนในหลายรุ่นที่คำนึ งถึงการใช้งานของผู้ใช้สมาร์ ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งความสำเร็จครั้งสำคั ญของออปโป้ คือการเป็นผู้นำเทรนด์ด้ านเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ทำให้ ทุกแบรนด์ในตลาดสมาร์ทโฟนต้องจั บตามอง

Oppo ส่งสุดยอดเทคโนโลยีสำหรับการถ่ายภาพใน สมาร์ทโฟน 5x ในงาน MWC

Oppo ส่งสุดยอดเทคโนโลยีสำหรับการถ่ายภาพใน สมาร์ทโฟน 5x ในงาน MWC

ออปโป้ ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ นำของการถ่ายเซลฟี่ที่เป็ นธรรมชาติด้วยสมาร์ทโฟน เมื่อปี พ.ศ. 2555 ด้วยการส่งสมาร์ทโฟนรุ่น Ulike 2 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มี ฟีเจอร์การถ่ายภาพเซลฟี่อย่ างเป็นธรรมชาติอยู่ในตัว ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มตื่นตั วกับฟีเจอร์นี้ เพราะได้รับความนิยมเป็นอย่ างมากในกลุ่มผู้บริโภค และฟีเจอร์นี้เองที่สร้ างมาตรฐานด้านเทคโนโลยีการถ่ ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนในสมาร์ ทโฟนแอนดรอยด์ทุกรุ่นจนถึงทุกวั นนี้ ปัจจุบัน ออปโป้ได้มีการพัฒนาซอฟแวร์ จนได้สุดยอดนวัตกรรมอย่าง Beautify 4.0 การพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านนวั ตกรรม ทำให้ออปโป้ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่ อยๆ ดังเช่น ในปี 2559 ออปโป้ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ ทโฟนในตระกูลซีรี่ส์ F ที่รู้จักกันในฐานะ ตัวจริงเรื่องเซลฟี่ หรือ ‘Selfie Expert’ โดยมี F1 Plus เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกที่ กล้องหน้ามีความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล และในปีเดียวกัน ออปโป้ร่วมมือกับโซนี่ เพื่อพัฒนาเซ็นเซอร์ Sony IMX 398 ขนาด 1/2.8 นิ้ว สำหรับรุ่น R9s

ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ โดดเด่นและระบบปฏิบัติการที่ดี เยี่ยมนี้เอง ทำให้ออปโป้ทะยานสู่การเป็นผู้ นำเทรนด์การถ่ายภาพผ่านสามาร์ ทโฟนในตลาด ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของออปโป้ : โปรเจค 5x เพียงหนึ่งปีหลังก้าวสู่แท่นผู้ นำในตลาด ออปโป้เตรียมส่งสุดยอดเทคโนโลยี ใหม่ล่าสุดสู่ตลาดด้วยโปรเจค 5x ในงานแสดงสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุ ดในโลกอย่าง โมบาย เวิลด์ คองเกรส 2017 “ความสำเร็จครั้งสำคัญของออปโป้ ในครั้งนี้ คือ ผลลัพท์ที่ได้จากการวิจัยและพั ฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดหนึ่งปี ที่ผ่านมา รวมไปถึงทักษะความเชี่ยวชาญที่ เหนือชั้นด้านเทคโนโลยีการถ่ ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งเราได้เลือกที่จะเปิดตั วเทคโนโลยี 5x เพราะเราเชื่อมั่นว่า สิ่งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้อุ ตสาหกรรมการผลิตส่งผลิตภัณฑ์ที่ ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ลงสู่ตลาด รวมไปถึงการสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ ที่จะทำให้ผู้บริโภคตื่นตาตื่ นใจมากยิ่งขึ้นในอนาคต” นาย สกาย กล่าวปิดท้าย

ปัจจุบัน ออปโป้คือแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ ทโฟนอันดับหนึ่งในประเทศจีน ด้วยส่วนแบ่งทางตลาดกว่า 16.8 เปอร์เซ็นต์ และมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงเป็ นอันดับที่สี่ของโลกมาแล้วสองปี ซ้อน จากรายงานล่าสุดของ ไอดีซี (IDC) นอกจากนี้ ออปโป้ยังประสบความสำเร็ จจากการเข้าตีตลาดในประเทศต่ างๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศอินเดียที่ ออปโป้มีส่วนแบ่งการตลาดออฟไลน์ ในเดือนธันวาคม 2559 เพิ่มขึ้นถึง 10.9 เปอร์เซ็นต์ จากเพียง 1.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2558 จากการรายงานของจีเอฟเค (GfK)

พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถโดยสารอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่มีเครือข่ายครอบคลุมหลายจังหวัดมากที่สุด เปิดบริการ GrabTaxi ในอุบลราชธานี และขอนแก่น โดยเครือข่ายและการให้บริการของแกร็บนั้นครอบคลุม 7 จังหวัดและเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, พัทยา(ชลบุรี), อุบลราชธานี และขอนแก่น

เปิดบริการ GrabTaxi ในอุบลราชธานี และขอนแก่น

เปิดบริการ GrabTaxi ในอุบลราชธานี และขอนแก่น

จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดขอนแก่น นั้นถือว่าเป็นสองหัวเมืองใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด และเราสามารถพบเห็นรถแท็กซี่ได้ในหลายๆ พื้นที่ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารท้องถิ่นยังคงประสบปัญหาในการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ตามท้องถนน รวมถึงการโทรติดต่อไปยังศูนย์บริการเพื่อจองรถแท็กซี่ล่วงหน้า ซึ่งไม่คล่องตัวและทำให้ผู้โดยสารต้องเสียค่าโทรศัพท์โดยไม่จำเป็น แกร็บ เล็งเห็นปัญหาในจุดนี้ จึงมอบบริการที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับผู้โดยสารในพื้นที่ โดยผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของ แกร็บ ได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงติดตั้งและใช้งานแอพพลิเคชั่น แกร็บ บนสมาร์ทโฟน และเรียกให้รถแท็กซี่มารับภายในระยะเวลาไม่กี่นาที

ในโอกาสนี้ นาย วี แตง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่น ถือเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี ซึ่ง แกร็บ มองว่าแพลตฟอร์มด้านการขนส่งของเราจะสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัว สะดวกสบาย และปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ทั้งผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวในจังหวัด นอกจากนี้ ผู้ขับขี่แท็กซี่เองก็จะมีโอกาสรับงานได้มากขึ้นซึ่งหมายถึงรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจจากการใช้แอพพลิเคชั่นของเรา”

ส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับผู้ขับขี่ในท้องถิ่นมากขึ้น
ผู้ขับขี่ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ขับขี่แกร็บแท็กซี่ จะได้รับการแจ้งเตือนการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ของลูกค้าผ่านทางแอพพลิเคชั่นแกร็บสำหรับผู้ขับขี่ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงจุดรับและจุดหมายของผู้โดยสาร เส้นทาง และข้อมูลเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับการเดินทาง นอกจากนี้ ทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่สามารถติดต่อสื่อสารกันโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าโทรศัพท์ผ่านทาง “แกร็บแชท” (GrabChat) ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นการสื่อสารในแอพพลิเคชั่น แกร็บ ที่จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้โดยสารต่างชาติที่ต้องการเรียกรถแท็กซี่ ที่ผ่านมา แกร็บ ได้ทำงานร่วมกับบริษัทแท็กซี่ท้องถิ่นหลายแห่งในการชักชวนให้ผู้ขับรถแท็กซี่เข้ามาเป็นสมาชิกผู้ขับขี่ของแกร็บและเพิ่มช่องทางการรับงานผ่านทางแอพพลิเคชั่น”

“แกร็บ ให้ความสำคัญกับการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้แอพพลิเคชั่นของเราสามารถใช้งานง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ แอพพลิเคชั่นของ แกร็บ นั้นถือเป็นหนึ่งในแอพพลิเคชั่นที่มีจำนวนการใช้งานต่อวันมากที่สุด เราจึงมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า แกร็บแชท (GrabChat) ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความเอสเอ็มเอส (SMS) ได้ถึง 85,000 ข้อความต่อสัปดาห์ รวมถึงฟีเจอร์ แชร์มายไรด์ (Share My Ride) ซึ่งผู้โดยสารสามารถแชร์พิกัดตำแหน่งปัจจุบันให้กับผู้อื่นได้โดยทันที นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นของเรายังมีระบบการให้คะแนนผู้ขับขี่ (Driver Rating) ซึ่งทำให้ แกร็บ สามารถรักษามาตรฐานการให้บริการในระดับสูงไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ แกร็บ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มอบประสบการณ์การเดินทางและบริการต่างๆ ที่น่าประทับใจให้แก่ชาวจังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่น” นาย วี แตง กล่าวสรุป

ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่สามารถเรียกใช้บริการรถแท็กซี่และตรวจสอบตำแหน่งของผู้ขับขี่ผ่านทางแอพพลิเคชั่น แกร็บ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ผู้ที่สนใจสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นแกร็บได้จากสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (iOS) พร้อมติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.grab.com/th/en