ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์แถลงในวันนี้ว่า บริษัท NTT DOCOMO ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมทั้ง 3G, 4G, และ 5G ที่ล้ำสมัยมากที่สุดในโลก เตรียมเปิดตัวโซลูชั่นสำหรับปกป้องอุปกรณ์ IoT ที่ใช้เครือข่ายโมบายล์ของ DOCOMO โดยทำงานร่วมกับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยของเทรนด์ไมโคร

DOCOMO เปิดตัว ระบบความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ IoT ปกป้องธุรกิจ

การปกป้องรูปแบบใหม่นี้มีขึ้นครั้งแรกในบริการล่าสุดอย่าง DOCOMO Cloud Platform Network Security Serviceซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ผสานการทำงานกับโซลูชั่นด้านความปลอดภัยจากเทรนด์ไมโคร ทำให้ได้ระบบป้องกันที่ใช้งานได้ง่าย ออกแบบมาสำหรับลูกค้า DOCOMO ที่ต้องการพัฒนาสภาพแวดล้อมกันทำงานในลักษณะ Infrastructure-as-a-Service (IaaS) โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ การติดตั้งโซลูชั่นความปลอดภัยบน DOCOMO Cloud Platform ลูกค้าจะต้องติดตั้งผลิตภัณฑ์ภายนอกด้วยตนเอง แต่บริการใหม่นี้จะทำให้การติดตั้งระบบความปลอดภัยบน DOCOMO Cloud Platformง่ายดายมากยิ่งขึ้น

บริษัทและบริการด้านโทรคมนาคมหลายแห่งต่างวางแผนเตรียมพร้อมกับกระแส 5G มานานแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ทำให้มั่นใจได้ว่ามีระบบความปลอดภัยเสริมเข้ามาปกป้องเอนด์พอยต์ที่ใช้งานอยู่ได้อย่างอัจฉริยะในระดับเน็ตเวิร์ก ดังนั้น เทรนด์ไมโครจึงเข้ามาช่วยเหลือทาง DOCOMO เพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้าในรูปแบบที่คุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่าย และง่ายต่อการติดตั้งโดยมีการทดสอบทางเทคนิคในการใช้โซลูชั่น Trend Micro’s Virtual Network Function Suite (VNFS) บนระบบ DOCOMO 5G Open Cloud อย่างเข้มข้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

นอกจากได้ทดสอบการทำงานบนสภาพแวดล้อมแบบ 5G แล้ว ยังมีการตรวจสอบขยายครอบคลุมไปยังสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ 4G ที่มีลูกค้ากำลังใช้งานอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบันด้วย ซึ่งผลทดสอบที่ได้นี้ทำให้ทาง DOCOMO ลงความเห็นว่าโซลูชั่นของเทรนด์ไมโครทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับมือกับอันตรายโดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์ IoT ได้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจที่จะใช้บริการโซลูชั่นนี้สำหรับเครือข่าย 4G ในฐานะส่วนหนึ่งของ DOCOMO Cloud Platform อย่างเป็นทางการ

“จากความคาดหวัง และศักยภาพของเครือข่าย 5G ที่มีอยู่ทั่วโลกนั้น มาพร้อมกับความกังวลที่ต้องการการปกป้องที่เหนือระดับมากกว่าเดิม การที่มีอุปกรณ์เอนด์พอยต์ที่ทำงานได้อัจฉริยะมากขึ้นนั้นย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นด้วยในการจัดการ” อะกิฮิโตะ โอมิกาว่า รองประธานบริหารของเทรนด์ไมโครกล่าว “เรายินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เทคโนโลยีของเราตอบโจทย์ของผู้นำด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ระดับโลกรายนี้ได้ ซึ่งโซลูชั่นที่เกิดจากความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ที่ทำงานประสานกับระบบความปลอดภัยที่พร้อมสำหรับอุปกรณ์ IoT ที่ออกแบบมาสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในยุคปัจจุบันได้”

โซลูชั่นสำหรับระบบโทรคมนาคมของเทรนด์ไมโครอย่าง VNFS นี้ ทำให้ผู้ให้บริการต่าง ๆ ได้ใช้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นการทำงานด้านความปลอดภัยที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบป้องกันการบุกรุก, ตัวคัดกรอง URL, และระบบควบคุมแอพพลิเคชั่นเพื่อจำกัดและสกัดกั้นอันตรายทั่วทั้งเครือข่าย โดยไม่กระทบกับประสิทธิภาพของระบบโดยรวม

ในฐานะของโซลูชั่นแบบซอฟต์แวร์นี้ ทำให้สามารถติดตั้งบริการด้านความปลอดภัยได้ภายในไม่กี่นาที เมื่อเทียบกับระบบความปลอดภัยแบบฮาร์ดแวร์ที่ต้องใช้เวลาติดตั้งที่ไซต์งานจริงหลายวัน นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังสามารถปรับเปลี่ยน, ตั้งค่า, และขยายความครอบคลุมได้อย่างไดนามิกตามความต้องการของลูกค้าด้วย

เทรนด์ไมโครยังมีระบบฐานข้อมูลอันตรายแบบอัจฉริยะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ที่วิเคราะห์ตัวอย่างอันตรายใหม่ ๆ ได้ถึง 1.5 พันล้านรายการ และสกัดกั้นอันตรายมากถึง 250 ล้านรายการทุก ๆ 24 ชั่วโมง

คำถามคลาสสิค ก่อนลาออก เมื่อตัดสินใจดีแล้วว่าจะออกจากงาน

เป็นเรื่องปกติที่เวลาถึงแม้คุณจะพยายามทำแบบสำรวจความพึงพอใจของพนักงานเพื่อปรับปรุงบรรยากาศการทำงาน พนักงาน หรือ ฟรีแลนซ์ ก็ยังลาออกอยู่ดี การสูญเสียทรัพยากรสำคัญอย่างพนักงานไป(โดยเฉพาะคนที่เก่งๆ) เป็นเรื่องที่นายจ้างควรตระหนัก เพราะอาจกลายเป็นเรื่องของการสมองไหลในบริษัท โดยเฉพาะการสรรหาคนใหม่ๆ ทำให้เกิดการชะงักและสูญเสียในด้านผลผลิตงานอีกด้วย

ดังนั้น โอกาสสุดท้ายที่คุณควรจะได้รู้ข้อมูลว่าทำไมพนักงานดีๆเหล่านั้นถึงลาออกคือสัมภาษณ์ด้วยคำถามก่อนลาออกเพื่อให้ได้สาเหตุที่พนักงานลาออก โดยปกติพนักงานที่กำลังจะลาออกจะให้ข้อมูลที่เป็นสาเหตุโดยแท้จริง การสัมภาษณ์ลาออกถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้องค์กรทราบสาเหตุจริงๆถึงการลาออก การทราบถึงสาเหตุทำให้สามารถแก้ไขต้นเหตุของปัญหาได้และการแก้ไขในองค์กรอย่างถูกจุด

คำถามคลาสสิค ก่อนลาออก เมื่อตัดสินใจดีแล้วว่าจะออกจากงาน

ทำไมคุณถึงตัดสินใจลาออก ?

พนักงานล้วนมีเหตุผลและมักไม่ได้แจ้งเหตุผลในการออกที่แท้จริง สิ่งที่คุณควรรู้ให้ได้คือสาเหตุของการลาออก ซึ่งอาจจะอยู่นอกเหนือการควบคุมและหากอาจกลายเป็นสาเหตุใหญ่ในบริษัทคุณควรรีบแก้ไขต้นเหตุโดยด่วน

มีอะไรที่องค์กรสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้บ้าง ?

คำถามต่อมาจะช่วยให้คุณสามารถระบุปัญหาต่างๆเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น ช่วยให้พนักงานมีความสุขและป้องกันไม่ให้พนักงานคนอื่นๆที่อาจจะเจอปัญหาเดียวกันจนทำให้อยากยื่นลาออกตาม

คุณได้งานที่ใหม่เลยตัดสินใจลาออก?

คำตอบของคำถามดังกล่าวเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะช่วยให้คุณทราบถึงข้อเสนอจากบริษัทใหม่ คุณจะทราบถึงการแข่งขันทางด้านสวัสดิการ การทำงานที่ยืดหยุ่น และวัฒนธรรมที่อื่นๆ

ได้เงินเดือนน้อย ?

แม้ว่าพนักงานที่กำลังจะลาออกอาจไม่อยากบอกเงินเดือนของที่ใหม่ แต่อย่างน้อยที่สุดคุณก็ได้ทราบถึงเรื่องของเงินเดือนที่พนักงานได้รับนั้นน้อยไปในความรู้สึกของพวกเค้า หากมีพนักงานที่แจ้งลาออกด้วยสาเหตุนี้เป็นจำนวนมาก คุณควรพิจารณาปรับโครงสร้างเงินเดือนทั้งองค์กรใหม่

มีปัญหากับหัวหน้างานหรือไม่ ?

แน่นอนว่าพนักงานคนดังกล่าวไม่กล้าจะพูดตามตรงกับหัวหน้างานของเขาเองในขณะที่ยังทำงานอยู่ แต่การถามด้วยคำถามสัมภาษณ์ก่อนลาออกจะช่วยให้เจอสิ่งที่เค้าไม่ได้พูดออกมาเกี่ยวกับหัวหน้างาน

ความไม่โปร่งใสทำให้พนักงานรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม ?

เป้าหมายของคุณคือการค้นหาถึงความโปร่งใสที่มีในองค์กรซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้พนักงานของคุณมีคุณค่า หากคุณปล่อยให้พนักงานรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมในองค์กร แน่นอนว่าต้องมีพนักงานคนอื่นคิดตามเช่นเดียวกัน

คุณได้รับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสายงานเพียงพอหรือไม่ ?

พนักงานลาออกด้วยเหตุผลที่ว่าไม่สามารถพัฒนาตัวเองในสายอาชีพให้ดียิ่งกว่าเดิมเพราะไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือแนะนำอย่างเพียงพอ คุณควรจัดหาโปรแกรมพัฒนาพนักงานภายในองคืกร โดยเฉพาะหากคุณมีพนักงานที่ดีมีความสามารถซึ่งคุณไม่อยากเสียคนเหล่านี้ไป

คุณชอบอะไรและไม่ชอบอะไรในงานคุณมากที่สุด ?

สิ่งสำคัญคือการที่คุณได้รู้ว่าบริษัทได้มอบหมายงานที่ทำให้พนักงานทำงานด้วยความสุข และหากคุณสามารถรู้สิงที่พนักงานไม่ชอบในงานนั้นๆคุณยังสามารถนำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้ด้วย

คุณจะแนะนำงานที่นี่ให้เพื่อนต่อหรือไม่ ถ้าไม่ ช่วยบอกเหตุผล ?


ถึงแม้ว่าพนักงานนั้นกำลังจะลาออกจากงาน คุณยังอยากให้พนักงานดังกล่าวพูดถึงบริษัทในทางที่ดี แต่หากผลลัพธ์เป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม คุณควรค้นหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาจะดีกว่า

มีอะไรอยากบอกเพิ่มเติมอีกไหม ?

คำถามที่ทรงพลังมากที่สุด ซึ่งคุณอาจเลือกไม่ถามพนักงานตอนสัมภาษณ์งานแต่ให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์กรอย่างแท้จริง

บริษัทที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีล้วนต้องการรักษาพนักงานที่ดีและมีความสามารถไว้ การมีอัตราการลาออกของพนักงานในระดับสูงไม่เพียงแต่ส่งผลต่อชื่อเสียงของบริษัทเท่านั้น แต่ส่งผลอย่างร้ายแรงต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานทั้งหมดรวมถึงบรรยากาศในการทำงานในบริษัทอีกด้วย

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ประกาศว่าบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 11 ของ Gartner Supply Chain Top 25 ประจำปี2019

ท็อป 11 ของทำเนียบ ซัพพลายเชนชั้นนำจากการ์ทเนอร์ใน 25 อันดับ

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจชไนเดอร์ ยังชนะเลิศรางวัล 2019 Industrial Manufacturing Supply Chainnovator ซึ่งเป็นรางวัลนวัตกรรมด้านซัพพลายเชน ประจำปี 2019 ของการ์ทเนอร์ “โดยได้รับการยอมรับในด้านความริเริ่มด้านนวัตกรรมซัพพลายเชนรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิต” การ์ทเนอร์ได้ประกาศรางวัลดังกล่าวระหว่างงานประชุมสัมมนา Gartner Supply Chain Executive Conference 2019 ที่จัดขึ้นในเมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เลื่อนอันดับขึ้นอีกในปีนี้จากการจัดอันดับ 25 ท็อปซัพพลายเชนของการ์ทเนอร์  เราเชื่อว่าความพยายามในการปฏิรูปซัพพลายเชนของเรากำลังก้าวหน้าไปด้วยดี และการจัดอันดับนี้ ถือเป็นแรงบันดาลใจอย่างดีสำหรับทีมงานของเราในการผลักดันโปรแกรม Tailored, Sustainable and Connected 4.0 Supply Chain ไปข้างหน้า ร่วมกับพันธมิตรเพื่อลูกค้าของเรา เรามองว่ารางวัล Industrial Manufacturing Supply Chainnovator คือการให้การยอมรับในเรื่องกลยุทธ์ด้านบุคลากรของเราที่ช่วยสนับสนุนการปฏิรูปสู่ดิจิทัลที่ครอบคลุมถึงบุคลากรทั้งหมดในองค์กร นับเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากบุคลากรถือเป็นเสาหลักของซัพพลายเชน” มูหราด ทาเมาด์ รองประธานอาวุโส ชไนเดอร์ อิเล็คทริค โกลบอล ซัพพลายเชน กล่าว

และในปี 2018 ที่ผ่านมา ฝ่ายปฏิบัติการส่วน โกลบอล ซัพพลายเชน ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ซึ่งประกอบไปด้วยโรงงานผลิต 200 แห่งใน 46 ประเทศ รวมถึงศูนย์กระจายสินค้าอีก 98 แห่ง ด้วยบุคลากรที่แข็งแกร่งจำนวน86,000 คนที่บริหารจัดการรายการอ้างอิงกว่า 260,000 รายการ รวมถึงกระบวนการด้านการสั่งซื้อกว่า 150,000 รายการในแต่ละวัน

สอดคล้องตามรายงานจากการ์ทเนอร์ในการประกาศ Supply Chain Top 25 “แนวโน้มหลัก 3 ประการที่มีความโดดเด่นอย่างมากในปีนี้ สำหรับบรรดาผู้นำซัพพลายเชนที่กำลังเร่งขยายขีดความสามารถ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้อื่นคือ การสร้างระบบที่เป็นส่วนตัวได้ครอบคลุมมากขึ้น การนำระบบนิเวศมาช่วย และผลักดันการใช้กลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อนำพาธุรกิจไปข้างหน้า”

หัวเว่ยเปิดฉากรุกตลาดสมาร์ทโฟนตั้งแต่ต้นปีด้วยการคว้าพื้นที่สำหรับบูธหัวเว่ยในงาน Thailand Mobile Expo ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ พร้อมเปิดตัวและ วางจำหน่ายสินค้าใหม่ครั้งแรกครบทุกไลน์ นำทัพโดย HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟน Punch Display รุ่นแรกในประเทศไทย HUAWEI Y9 2019 สีใหม่ Aurora Purple พร้อมด้วยแท็บเล็ตรุ่นล่าสุด HUAWEI MediaPad T5 10” และสมาร์ทโฟนวอทช์รุ่นใหม่ HUAWEI Watch GT ทั้งจัดเต็มโปรโมชั่นเพื่อลูกค้าคนไทย พลาดไม่ได้! ที่ บูธ PL6, SP1-SP2 ฮอลล์ 98-99 ไบเทค บางนา

หัวเว่ยเปิดเกมรุกต้นปี ครองพื้นที่บูธใน TME ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “พันธกิจหลักของหัวเว่ยที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ การส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ทำให้ ในแต่ละปี หัวเว่ยใช้งบประมาณ 10-15% ของรายได้ลงทุนในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยปีที่ผ่านมาหัวเว่ยใช้เงินลงทุนสูงกว่าหมื่นล้านเหรียญยูโร ซึ่งนับเป็นบริษัทที่ลงทุนสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก จากความทุ่มเทในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้หัวเว่ยสามารถสร้างยอดขายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งสวนทางกับเทรนด์ตลาดสมาร์ทโฟนทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย โดยผลการดำเนินงานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ แบรนด์หัวเว่ยยังได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นในทุกๆ ปีจากหลายสำนักอีกด้วย ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์หัวเว่ยได้รับการตอบรับและไว้วางใจจากผู้บริโภคทั้งทั่วโลกและชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ปี 2562 นี้ หัวเว่ยเปิดเกมรุกต้อนรับศักราชใหม่ด้วยการครองพื้นที่บูธหัวเว่ย ในงาน Thailand Mobile Expo รวมกว่า 1,212 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ และเป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดที่ออกบูธในงานครั้งนี้ พร้อมรองรับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างเต็มพื้นที่ ประกอบด้วยบูธหลัก PL6 โซนเอ็กซ์พีเรียนซ์ SP1-SP2 และโซนแลกของสมนาคุณ ST13-ST18 ฮอลล์ 98-99 ไบเทค บางนา นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเปิดตัวและวางจำหน่ายสินค้าใหม่ครบทุกไลน์เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในการมีตัวเลือกที่หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่เปิดตัวและจำหน่ายครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo

HUAWEI nova 4 วางขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน TME เท่านั้น
HUAWEI nova 4 สมาร์ทโฟน Punch Display สุดเทรนดี้รุ่นแรกในประเทศไทย หน้าจอดีไซน์ใหม่ล่าสุด ไร้ติ่ง ขนาด 6.4 นิ้ว สเปคระดับสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปด้วย RAM ถึง 8 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง
128 GB ที่มาพร้อม ชิปเซ็ต Kirin 970 ทำงานร่วมกับ AI เพิ่มฟีเจอร์สุดล้ำ กล้อง 3 กล้องที่มีเลนส์ Ultra Wide เก็บภาพมุมกว้าง และฟีเจอร์ถ่ายภาพเซลฟี่มากมายสมฉายา AI Selfie Superstar ด้วยกล้องหน้า 25 MP พร้อมวางจำหน่าย ในราคา 16,990 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายสี Crush Blue พร้อมรับฟรีของสมนาคุณพิเศษ HUAWEI FreeBuds Wireless Earphones มูลค่า 3,990 บาท

HUAWEI MediaPad T5 10” แท็บเล็ตราคาสุดคุ้ม พกพาง่าย สนุกได้ทุกที่ทุกเวลา
HUAWEI MediaPad T5 10” หน้าจอความละเอียด 1080p Full HD ขนาด 10.1 นิ้ว และลำโพงคู่ระบบสเตอริโอ ช่วยให้ผู้ใช้งานรับชมความบันเทิงบนที่สุดแห่งภาพและเสียงได้อย่างไร้ขีดจำกัด สามารถทำงานหลากหลายแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกัน ทั้งยังรองรับ microSD Card ความจุสูงสุด 256 GB มาพร้อมกับดีไซน์โฉมใหม่ระดับพรีเมี่ยมด้วยวัสดุแบบเมทัลลิค เครื่องขนาดเล็ก พกพาง่าย จับถนัดกระชับมือ HUAWEI MediaPad T5 10” มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น WiFi (RAM 2 GB และ ความจุ 16 GB) ราคา 5,990 บาท และ WiFi+Cellular (RAM 3 GB และ ความจุ 32 GB) ราคา 8,990 บาท โดยจะวางจำหน่าย 2 สี ได้แก่ สี Black และ สี Champagne Gold

โดยลูกค้าที่ซื้อ HUAWEI MediaPad T5 สามารถใช้สิทธิ์แลกรับลำโพงบลูทูธ JBL Horizon มูลค่า 3,990 บาท ฟรี ในช่วงนาทีทองของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 วันเดียวเท่านั้น จำกัดจำนวน 100 คนแรก

HUAWEI WATCH GT สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดสำหรับสายแอกทีฟ
HUAWEI WATCH GT สมาร์ทวอทช์คู่ใจของคนรักการผจญภัย ตัวเรือนขนาด 10.6 มิลลิเมตร หน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียดสูงขนาด 454×454 สามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างชัดเจน โครงสร้างทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน ติดตั้งอัลกอริธึ่มเพื่อการประหยัดพลังงานซึ่งสามารถสลับโหมดการทำงานระหว่างโหมดประสิทธิภาพสูงกับโหมดประหยัดพลังงานตามลักษณะการใช้งานของผู้ใช้เพื่อให้ผู้ใช้ใช้งานสมาร์ทวอทช์ได้นานที่สุด ตรวจจับพิกัดได้อย่างแม่นยำที่สุด รองรับการบันทึกกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งการออกกำลังกายในที่ร่ม การวิ่งกลางแจ้ง การปีนเขา การขี่จักรยาน หรือการว่ายน้ำในสถานที่เปิด และมีคุณสมบัติสำหรับการเทรนนิ่งที่พัฒนาขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจด้วยเทคโนโลยี HUAWEI TruSeen™ 3.0 เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ออกกำลังได้ดีและปลอดภัยมากขึ้น HUAWEI WATCH GT Sport edition วางจำหน่ายครั้งแรกในงาน TME ราคา 5,990 บาท

HUAWEI Y9 2019 สีใหม่ Aurora Purple สวยเด่น สเปคล้น เกมลื่น บันเทิงจัดเต็ม
HUAWEI Y9 2019 สมาร์ทโฟน AI น้องเล็ก แต่สเปคไม่เล็กตาม คู่ใจสายเอ็นเตอร์เทนตัวจริง อัดแน่นทั้งจอใหญ่ สเปคแรง แบตอึด 4 กล้อง จะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายภาพก็ครบ ด้วยชิปเซ็ต AI Kirin 710 ที่มาพร้อม AI Game Suite และ GPU Turbo เพื่อการเล่นเกมแบบกราฟฟิกสูงให้ลื่นไหลไม่มีสะดุด เต็มตาบนหน้าจอ Huawei FullView Display ขนาด 6.5 นิ้ว และ RAM 4GB กับแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh มาพร้อมกล้อง 4 ตัวแชะภาพสวยได้ดั่งใจ ในดีไซน์หรูบางเฉียบ ราคาเพียง 6,990 บาท วางขายสีใหม่ล่าสุด Aurora Purple ไล่เฉดสีม่วงสะกด ทุกสายตา

แคมเปญ ‘Happy Chinese New Year 2019’ นำสินค้าสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ทั้ง Lenovo All-In-One, Lenovo IdeaPad, Lenovo Yoga, Lenovo Miix, และ Lenovo Legion มาเอาใจคอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊ค พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้าทุกท่าน ด้วยการมอบของสมนาคุณมากมายอย่าง ออร์กาไนเซอร์สำหรับจัดเก็บสิ่งของบนโต๊ะเดสก์ท็อป, หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear, Lenovo ออฟติคอลเม้าส์, บัตรของขวัญจาก Lotus, เมาส์ไร้สาย Lenovo, และกระเป๋าเป้ขนาด 15.6 นิ้ว เมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ของเลอโนโวที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2562

เลอโนโว จัดโปรพิเศษฉลองปีหมูทอง พร้อมรับของสมนาคุณมากมาย

ไฮไลท์โปรสุดพิเศษ จัดโปรพิเศษฉลองปีหมูทอง

· เมื่อซื้อ Lenovo Yoga C930 รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear มูลค่า 1,990 บาท เปิดตัวในงาน IFA ครั้งล่าสุด Lenovo Yoga C930 คือโน๊ตบุ๊คสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์การทำงานที่ยืดหยุ่น ด้วยหน้าจอที่ต่อกันถึง 2 จอ และสามารถพับได้ 360 องศา เครื่องมาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i7 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ RAM 16GB และการรับประกัน 2 ปี ในราคา 65,990 บาท

· เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y530 รับฟรี Lenovo เกมมิ่งเมาส์ มูลค่า 690 บาท

Lenovo Legion Y530 คือโน๊ตบุ๊คสำหรับสายเกม เพื่อประสบการณ์การเล่นที่แตกต่าง มาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i5 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ RAM 8GB การ์ดจอ NVIDIA Geforce GTX1050Ti และการรับประกัน 2 ปี ในราคา 24,990 บาท

· เมื่อซื้อ Lenovo IdeaPad 330S ในระบบปฏิบัติการ Windows 10 รับฟรีเม้าส์ไร้สาย Lenovo 300 Wireless Compact Mouse

Ideapad 330S คือโน๊ตบุ๊คที่บางเบา แต่ทรงประสิทธิภาพ เครื่องมาพร้อมขอบจอบางเฉียบเพียง 5.7 มิลลิเมตรให้ความทันสมัยและสวยงาม ระบบปฏิบัติการณ์ Windows 10 ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นทั้งสำหรับการทำงานและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คแบบ 2-in-1 ที่มีดีไซน์โดดเด่น อย่างตระกูล Miix เลอโนโวได้จัดของสมนาคุณไว้ให้โดย เมื่อซื้อ Lenovo Miix 520 ในราคาเริ่มต้นที่ 37,990 บาท รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear

ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มองหาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสเปคครบครัน ในราคาเริ่มต้นแบบย่อมเยาเพียง 17,490 บาท สำหรับ Lenovo All-In-One 520 ชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i3 และ Lenovo All-In-One 520 ชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i5 ในราคาเริ่มต้นที่ 21,990 บาทพร้อมรับฟรี ออร์กาไนเซอร์สำหรับจัดเก็บสิ่งของบนโต๊ะเดสก์ท็อป

เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานและไลฟ์สไตล์ในเครื่องเดียวด้วย Lenovo ตระกูล Yoga เมื่อซื้อ Lenovo Yoga 530 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 7th Gen Intel® Core i3 รับฟรี เมาส์ไร้สาย Lenovo 300 Wireless Compact Mouse และลูกค้าที่ซื้อ Lenovo Yoga 530 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i5 รับฟรี กระเป๋าเป้ Backpack ขนาด 15.6″ นิ้ว และลูกค้าที่ซื้อ Lenovo Yoga S730 รับฟรี หูฟังไร้สาย JBL แบบ In-Ear

ส่วนลูกค้าที่ต้องการเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คระดับเทพ อย่างตระกูล Legion เมื่อซื้อ Lenovo Legion Y530 ที่มาพร้อมชิปประมวลผล 8th Gen Intel® Core i7 ในราคาเริ่มต้นที่ 38,990 บาท รับฟรี กระเป๋าเป้ Lenovo Recon Gaming ขนาด 15.6″ นิ้ว

ผู้สนใจสามารถแวะชมและสอบถามเกี่ยวกับโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์เลอโนโวได้ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 มีนาคม 2562 หรือติดตามรายละเอียดกิจกรรม และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-787-3066 หรือ https://www.lenovo.com/th/th/

ถ้าคุณเลือกสมัครอยู่แค่งานที่คุณมีคุณสมบัติครบเท่านั้น อาจทำให้เสียโอกาสได้งานที่ดีไปก็ได้ ยกเว้น พวกงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อย่างงานด้านสุขภาพ, งานวิทยาศาสตร์ และงานด้านกฎหมาย เพราะความจริงแล้ว ถ้าไม่ใช่งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้านอย่างงานพวกนั้น ส่วนมากแล้วเราจะมีทักษะกว้างกว่าที่คิดไว้ซะอีก อย่างพวกทักษะการนำเสนองาน, ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือทักษะการพูกในที่สาธารณะ เป็นต้น พวกนี้เป็นทักษะที่สามารถปรับใช้ให้เข้ากับการทำงานต่าง ๆ ได้ เป็นทักษะที่มีอยู่แล้วตัวทุกคน อยู่ที่ว่าใครจะดึงทักษะพวกนี้ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับการทำงานได้มากกว่ากันเท่านั้นเอง

      เป็นหน้าที่ของผู้สมัครงานเช่นคุณ ที่จะแสดงให้บริษัทที่คุณจะสมัครงานด้วยเห็นว่า คุณควรค่ากับการร่วมงานด้วยกับบริษัทเขามากแค่ไหน และนำเสนอทักษะและความสามารถของคุณให้น่าสนใจ แค่คุณ “มีคุณสมบัติไม่ถึง” ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์ได้งาน มีวิธีทำให้มีสิทธิ์ได้งาน ทั้ง ๆ ที่คุณสมบัติไม่ถึงมาแนะนำ
  1. พยายามขายทักษะและประสบการณ์ที่คุณมี ให้สอดคล้องกับงานที่จะสมัคร ทักษะและประสบการณ์ที่คุณต้องมีในการสมัครงาน ไม่จำเป็นต้องได้มาจากการทำงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานนั้น ๆ เสมอไป แต่อาจมาจากกิจกรรมนอกเวลาที่ทำตอนเรียน, การทำงานเป็นอาสาสมัคร, การฝึกงาน หรือแม้แต่การทำงาน Part-time ก็ได้ จากงานสำรวจในปี 2016 ของบริษัท Deloitte พบว่า ประสบการณ์ที่ได้จากงานอาสาสมัครอาจมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมทักษะความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะที่ผู้นำที่ประสบความสำเร็จหลายคน “ต้องมี” จากผลสำรวจยังช่วยยืนยันความคิดที่ว่าการใส่ประสบการณ์การทำงานเป็นจิตอาสาในเรซูเม่ยังจะช่วยดึงดูดให้นายจ้างสนใจในตัวคุณมากขึ้นอีกด้วย ประเด็นคือ อย่าจำกัดตัวเอง ว่างานไหนที่มีคุณสมบัติไม่ถึง คุณสมบัติไม่ครบ หรือไม่สอดคล้องก็ปล่อยผ่านไป ไม่ลองสมัครดู คุณควรมองภาพรวมก่อนว่าคุณสมบัติที่ต้องการในประกาศงานจริง ๆ แล้วต้องการอะไรเป็นสำคัญ และคุณมีมันหรือไม่มี ถ้ามีก็ลุยได้เลย พยายามขายทักษะและประสบการณ์ที่คุณมี ให้สอดคล้องกับงานที่จะสมัครที่สุด รับรองว่าคุณก็มีสิทธิ์ได้งาน
  2. ทำยังไงก็ได้ให้ผู้ประกอบการเห็นว่าคุณอยากร่วมงานด้วยจริง ๆ ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์และทักษะทางเทคนิคสำหรับงานนั้น ๆ อยู่ คุณสามารถแสดงความกระตือรือร้นและแพสชั่นของคุณผ่านการสร้างสรรค์เรซูเม่สุดครีเอทีฟได้ด้วยเหมือนกัน มีตัวอย่างเคสนึงที่ไอเดียดี คือ Nina Mufleh ต้องการสมัครงานกับ Airbnb เธอได้แนบรายงานเกี่ยวการตลาดการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการวิเคราะห์ความท้าทายและโอกาสของ Airbnb ในการขยายสาขา ไปกับการสมัครงานของเธอด้วย นอกจากที่เธอค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียดแล้ว เธอยังออกแบบและทำเว็บไซต์ที่ใช้ในการสมัครงานและใส่ข้อมูลรายงานต่าง ๆ นั้นขึ้นมาอย่างสวยงาม ทำให้ผู้ประกอบการเห็นว่าเธออยากร่วมงานด้วยกับ Airbnb จริง ๆ
  3. มีภาพลักษณ์ตัวตนในโลกออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ เรซูเม่ของคุณอาจจะสะดุดตาทำให้ว่าที่นายจ้างคุณเกือบจะเลือกคุณแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าเกือบ 100% พวกเขาต้องลองเอาชื่อของคุณไปเสิร์ชหาข้อมูลเพิ่มเติมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แน่ ๆ อย่างน้อยเพื่อความสบายใจก่อนที่จะเรียกคุณเข้าไปสัมภาษณ์งาน แต่บางคนที่ไม่ค่อยมีข้อมูลของตัวเองอยู่ในโลกออนไลน์หรือโซเชี่ยลมีเดีย ก็อย่าเพิ่งคิดว่าจะรอดตัว เขาอาจมองว่าคุณเป็นคนโลว์เทคและล้าสมัยไปซะอย่างนั้นเลย อีกแง่หนึ่ง หากคุณเปิดเผยตัวตนของคุณมากเกินไปหรือชอบโพสท์ทุกอย่างที่ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณอยู่ตลอดเวลาก็อาจไม่เป็นที่ปลื้มปริ่มของนายจ้างบางแห่งเช่นกัน จะเป็นการดีที่สุดที่คุณจะรู้จักการวางตัวให้เป็นในโลกออนไลน์ รู้กาละเทศะและอะไรควรไม่ควรในการโพสท์เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้ดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือและอยู่เป็นในโลกของการทำงาน วิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้คือการสร้างเว็บไซต์หรือบล็อกส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานหรือผลงานที่ผ่านมาของคุณโดยเฉพาะ ซึ่งคุณสามารถใช้เว็บไซต์หรือบล็อกนี้แทนเรซูเม่ได้เลยในยุคนี้ แต่ถ้าคุณสร้างเว็บไซต์เองไม่เป็น เดี๋ยวนี้เค้าก็มีแบบสำเร็จรูปให้เลือกใช้กันแบบง่าย ๆ อยู่
  4. มองว่าโอกาสนี้เป็นความท้าทายของคุณ อย่างที่ได้บอกอยู่บ่อย ๆ ว่า การมองภาพรวมหรือมองภาพใหญ่นั้นเป็นเรื่องสำคัญ อย่างในกรณีที่คุณมีคุณสมบัติไม่ถึงนี้ การพยายามขายความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องสำคัญกว่าความสามารถที่คุณมีในปัจจุบัน ผู้ประกอบการที่มีความคิดก้าวหน้าจะเปิดใจมากพอที่จะเห็นคุณค่าข้อนั้นในตัวคุณ แทนที่จะจ้างคนที่มีประสบการณ์ที่ทำงานแบบเดิม ๆ มาแล้ว 5 ปี ซึ่งอาจจะหมดไฟและไม่มีแรงบันดาลใจแล้วก็เป็นได้ อยากให้คุณโฟกัสไปที่ความกระตือรือร้น หมั่นฝึกฝนทักษะต่าง ๆ รักษาประวัติการทำงานให้ดี และมีจรรยาบรรณในอาชีพเพื่อแสดงมุมมองใหม่ ๆ ที่คุณจะสามารถนำเข้ามาสู่ทีมได้ ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนงาน ทำไมคุณไม่ลองใช้โอกาสนี้ในการก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนและตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นดู เหมือนที่บทความของ Fast Company ได้กล่าวไว้ว่า “กฎข้อแรกของการเติบโตในอาชีพคือ ถ้าคุณสมัครงานในตำแหน่งที่คุณมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วล่ะก็ เป้าหมายที่คุณตั้งมันก็อาจจะดูต่ำไป ให้มองว่างานใหม่เป็นโอกาสในการเติบโตในอาชีพได้ ซึ่งเรื่องนี้ผู้ประกอบการรู้ดีอยู่แล้ว ผู้ประกอบการไม่ต้องการจ้างคนที่มีความสามารถเพรียบพร้อมมาตั้งแต่ต้น เพราะคนเหล่านั้นอาจตันได้เมื่อเวลาผ่านไป แต่เขาจะเลือกจ้างคนที่สามารถพัฒนาศักยภาพ พร้อมเรียนรู้และฝึกฝนจนกลายเป็นคนที่เก่งยิ่งขึ้นได้”
  5. มีผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพในสายงานที่จะสมัครมาช่วยเป็นบุคคลอ้างอิง การที่คุณมีผู้หลักผู้ใหญ่ในสายงานที่คุณจะสมัครเป็นที่รู้จัก จะช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ที่คุณอาจไม่คิดว่าจะมีได้ การอ้างถึงหรือคำแนะนำในแง่บวกจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือในสายงานที่คุณต้องการทำ จะเป็นใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้คุณได้รับความน่าเชื่อถือและความสนใจจากผู้ประกอบการ วิธีนี้เป็นวิธีการที่ง่ายแต่ได้ผลที่จะทำให้คุณเอาชนะอุปสรรคก้าวแรกในการสมัครงานที่คุณสมบัติไม่ถึง

HID Global® ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการระบุและยืนยันตัวตน เผยโฉมเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัวระบบ retransfer รุ่นใหม่ที่ให้ความเร็วในการพิมพ์สูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดย HID Global เปิดตัว HDP6600 High Definition Printer/Encoder เป็นได้ทั้งเครื่องพิมพ์/เครื่องเข้ารหัสความละเอียดสูง ช่วยร่นเวลาในการพิมพ์บัตรประจำตัวใบแรกลงถึงครึ่งหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มปริมาณงานโดยรวมเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์บัตรรุ่นอื่นๆ เครื่องพิมพ์ใหม่รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าประหยัดทั้งเวลา ต้นทุน และพลังงาน

เครื่องพิมพ์ HID FARGO HDP6600 เป็นเครื่องพิมพ์ระบบ retransfer เจนเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้แบรนด์ FARGO ของ HID ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในบรรดาเครื่องพิมพ์บัตรประจำตัว ทั้งนี้ HID Global ได้ปรับแนวคิดการพิมพ์ระบบ retransfer และทำการ reengineering เครื่องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้ปริมาณการพิมพ์และคุณภาพที่สูงขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนของ การพิมพ์บัตรต่อใบ และมอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีที่สุดในบรรดาเครื่องพิมพ์ระดับเดียวกัน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความน่าเชื่อถือระดับผู้นำในอุตสาหกรรมของ HID ด้วยเหตุนี้ เครื่องพิมพ์ใหม่นี้จึงดูแลรักษาได้ง่ายขึ้น ต้นทุนโดยรวมลดลง และมีความยืดหยุ่นที่สามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้มากขึ้น

HID ประสบความสำเร็จในการคิดค้นและพัฒนาเครื่องพิมพ์บัตรที่ให้ความเร็วสูงอย่างน่าทึ่งโดยการผนวกเทคโนโลยี iON™ “instant on” ที่อยู่ระหว่างการขอจดสิทธิบัตรเข้ากับความก้าวหน้าอื่นๆ เพื่อสร้างระบบการพิมพ์ฟิล์มที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับกระบวนการพิมพ์บัตรระบบ retransfer วิธีการที่ไม่เหมือนใครนี้ช่วยร่นเวลาที่ใช้ในการพิมพ์บัตรใบแรกไปอยู่ที่ 60 วินาที ซึ่งถือว่าต่ำสุดในอุตสาหกรรมนี้ ลดเวลาการรอระหว่างพิมพ์บัตรรวมทั้งปีโดยเฉลี่ยสูงสุดถึง 20 ชั่วโมงสำหรับบัตรทั่วไปและบัตรเคลือบ ในขณะเดียวกันก็ให้ปริมาณงานโดยรวมสูงถึง 230 ใบต่อชั่วโมง

นอกจากนี้ วิธีการดังกล่าวยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้ระบบลูกกลิ้งความร้อนแบบต่อเนื่อง (continuous transfer roller heating) จึงช่วยเพิ่มทั้งความน่าเชื่อถือพร้อมลดการใช้พลังงาน สำหรับโครงการขนาดใหญ่ การใช้เครื่องพิมพ์ใหม่นี้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ผู้ใช้ได้หลายพันดอลลาร์ต่อปี

“ด้วยเครื่องพิมพ์ HID FARGO HDP6600 นี้ HID Global ได้สร้างนิยามใหม่ของนวัตกรรมเทคโนโลยี retransfer” ลีเหว่ยจิน ผู้อำนวยการประจำภูมิเอเชียแปซิฟิกภาคฝ่าย Secure Issuance ของ HID Global กล่าว “เรามองหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีนี้ด้วยมุมมองใหม่ๆ เพื่อนำเสนอคุณสมบัติและขีดความสามารถที่เป็นที่ต้องการสูงจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และลูกค้าในแวดวงอุดมศึกษา เครื่องพิมพ์ HID FARGO HDP6600 ไม่เพียงพิมพ์บัตรได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพจนน่าทึ่งเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงโฉมหน้าใหม่ในเรื่องการพิมพ์บัตรระบบ retransfer”

ข้อดีอีกอย่างของเครื่องพิมพ์ HID FARGO ใหม่ ก็คือ คุณภาพของภาพและสีบนบัตรประจำตัวแต่ละใบ ความละเอียด 600 DPI ของเครื่องพิมพ์ HDP6600 บวกกับกระบวนการทำ color panel registration ที่แม่นยำช่วยให้ได้ตัวอักษรที่คมชัดกว่าเดิม บาร์โค้ดที่ชัดเจนขึ้น และสีสันสดใสยิ่งกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ใช้dithering technique ในการให้สีและสร้างภาพ ซึ่งเครื่องพิมพ์เหล่านั้นทำได้เพียงสร้างภาพที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับระบบใหม่นี้เท่านั้น

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบ multi-tasking ที่รองรับโดยหน่วยความจำระดับกิกะไบต์เพื่อช่วยให้การพิมพ์บัตรมีความรวดเร็วขึ้นและพิมพ์ได้ในปริมาณที่มากขึ้น และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถเข้าถึงและซ่อมบำรุงช่องทางเดินบัตร (card path) และฟิล์ม รวมถึง ribbon drawer assemblies ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์บัตร HDP6600 ยังเป็นระบบ field-upgradable ที่สามารถอัพเกรดได้ง่ายด้วยชิ้นส่วนแบบโมดูลที่เลือกได้ ซึ่งได้แก่ card flattener, dual-side flipper และเครื่องเข้ารหัส (encoder) ทั้งแบบแถบแม่เหล็ก (magnetic) สัมผัส (contact) และไม่สัมผัส (contactless) รวมทั้งทางเลือกสำหรับโปรแกรมเมอร์ในการเข้ารหัสข้อมูลระบบควบคุมการเข้าถึงทางกายภาพ (physical access control system)

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้จะวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ HID

หัวเว่ยฉลอง เปิด Huawei Experience Store ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เอาใจแฟนหัวเว่ยโดยเฉพาะ จัดกิจกรรมพร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ พร้อมลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท ณ HUAWEI Experience Store สยามพารากอน เพียงวันเดียวเท่านั้น!

ลุ้นรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุดถึง 3,000 บาท พร้อมร่วมสนุกเพื่อรับรางวัลกับกิจกรรม Lucky Draw

        เพียงเข้าร่วมงานเปิดตัว Huawei Experience Store ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก สาขาสยามพารากอน ในวันที่ 21 ธันวาคม วันเดียวเท่านั้น พิเศษ! ท่านแรกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานจะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 3,000 บาท ท่านที่ 2 – 50 จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท และสำหรับท่านที่ 51 – 200 จะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 500 บาท*(หมายเหตุ* โดยบัตรกำนัลสามารถใช้แทนเงินสดได้เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย ราคาตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จภายในงาน ณ วันที่ 21 ธันวาคมเท่านั้น)

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ถ่ายภาพ ณ Huawei Experience Store สาขา สยามพารากอน และโพสต์ลงบนเฟสบุ๊ก พร้อมติดแฮชแท็ก #HuaweiSiamParagon และ #BiggestofAsiaPacific รับสิทธิ์หมุนวงล้อนำโชคเพื่อลุ้นรับของรางวัลที่หัวเว่ยขนทัพมาแบบจัดเต็ม อาทิ Bluetooth Speaker รุ่น AM08, HUAWEI Body fat Scale, Travel Bag, Business Casual Backpack, Tripod Af14 และ Baseball Cap เฉพาะวันที่ 21 ธันวาคมเท่านั้น

มอบของสมนาคุณและโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ 4 รุ่น

HUAWEI Mate 20 Pro สี Twilight (150 เครื่องแรก) : รับฟรีทันที! HUAWEI Band 3 Pro และ HUAWEI Active Noise Canceling Earphone 3 (มูลค่ารวม 4,980 บาท) พร้อมรับประกันเครื่องถึง 3 ปีเต็ม และประกันหน้าจอ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ในการแลกซื้อ Fujifilm Instax Share SP-3 Printerในราคาพิเศษเพียง 999 บาท และรับส่วนลด 5% สำหรับการซื้อ HUAWEI Accessory
HUAWEI P20 Pro (200 เครื่องแรก) : จัดหนักไปกับหูฟังพรีเมี่ยมรุ่น AM61 (มูลค่า 1,990 บาท)พร้อมมอบการรับประกันตัวเครื่องยาวนานถึง 3 ปี
HUAWEI Nova 3 series (300 เครื่องแรก) : รับฟรีของสมนาคุณตอบโจทย์ความบันเทิง Bluetooth Speaker (มูลค่า 1,290 บาท)
HUAWEI Matebook X Pro (50 เครื่องแรก) : พกพาสะดวกแบบสมาร์ทกับของแถมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Custom Leather Case, HUAWEI Backpack, HUAWEI Bluetooth Mouse และ Screen Protection (มูลค่ารวม 11,470 บาท) พร้อมขยายการรับประกันตัวเครื่องให้เป็น 2 ปีเต็ม และรับสิทธิพิเศษผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน

มาแบบจัดใหญ่จัดเต็มขนาดนี้!! อย่าลืมชวนเพื่อนๆ ไปร่วมเป็นสักขีพยานพร้อมร่วมลุ้นบัตรกำนัลและของรางวัลต่างๆ มากมายจากหัวเว่ยได้ในวันที่ 21 ธันวาคม วันดีวันเดียว ณ Huawei Experience Store สาขา สยามพารากอน เท่านั้น

ไทคอนจับมือเอสทีที ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ในระหว่างขออนุมัติการเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม จับมือ “เอสทีที จีดีซี” บริษัทชั้นนำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จากสิงคโปร์ในสัดส่วนการลงทุน 51:49 ตามลำดับ เผยเตรียมร่วมกันพัฒนาออกแบบและสร้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกบนที่ดินขนาดพื้นที่กว่า 15 ไร่ ย่านรามคำแหงใจกลางกรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ประเทศไทย 4.0 และแผนแม่บทเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) จะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีส่วนทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของไทย (GDP) ในปี 2570 เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 25 ขณะเดียวกันการใช้บริการคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยไม่รวมประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเติบโตประจำปี (CAGR) อยู่ที่ร้อยละ 32.58 ในระหว่างปี 2559 ถึงปี 2564 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของระบบดิจิทัลและการนำเทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินธุรกิจจะส่งผลต่อกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานและความสามารถของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยและภูมิภาค

นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นถึงศักยภาพของตลาดในการขยายธุรกิจให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิถีชีวิตชุมชนเมืองตามแนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ทั้งนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบดิจิทัลของศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ให้มีความทันสมัยคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เราก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่อย่างเต็มตัว เราจึงมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ เอสทีที จีดีซี ซึ่งถือเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผนึกความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทจะช่วยให้เราสามารถส่งมอบบริการเพื่อตอบสนองแผนการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลของลูกค้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

ด้าน นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “เราได้ดำเนินธุรกิจตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทยด้วยบริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานระดับสากลมานานกว่า 28 ปี การร่วมทุนในครั้งนี้จะช่วยขยายการบริการด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของไทคอนให้เปิดกว้างมากยิ่งขึ้นจากเดิมที่มุ่งเน้นส่งมอบบริการในฐานะผู้นำการให้บริการสมาร์ทแพลตฟอร์มด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เรามั่นใจว่าด้วยประสบการณ์การให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมของเราที่มีมาอย่างยาวนาน ตลอดจนความเชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงในระดับโลกของ เอสทีที จีดีซี ในการพัฒนาศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์จะสามารถประสานความร่วมมือในการทำงานและเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยได้”

ด้าน มร. บรูโน่ โลเปซ ประธานเจ้าหนาที่บริหารกลุ่ม เอสที เทเลมีเดีย โกลบอล ดาต้าเซ็นเตอร์ กล่าวว่า “ความคืบหน้าของการดำเนินธุรกิจร่วมกันครั้งนี้นับเป็นการรุกตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยครั้งแรกของเอสทีที จีดีซี โดยจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำทั่วโลก เรามั่นใจว่าความเชี่ยวชาญในการออกแบบ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ตลอดจนการดำเนินงานด้านดาต้าเซ็นเตอร์ให้ได้มาตรฐานสูงสุด ซึ่งเราให้บริการกระจายตามตลาดหลักๆ ในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ จีน อินเดียและอังกฤษ เมื่อผสานความเชี่ยวชาญของไทคอนที่มีความเข้าใจตลาดและความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยเป็นอย่างดี จะทำให้เราสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย และมีส่วนช่วยสร้างการเติบโตทางด้านดิจิทัล รวมถึงเสริมให้ลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญของนโยบายประเทศไทย 4.0”

สำหรับในเฟสแรกจะใช้งบประมาณกว่า 7,300 ล้านบาท เพื่อดำเนินการพัฒนาและรองรับการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แบบ Hyperscale ทางบริษัทฯ ได้เริ่มพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 15 ไร่ในย่านรามคำแหงใจกลางกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างอาคารได้ภายในกลางปี 2562 และจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการแก่ผู้ประกอบการทุกแวดวงธุรกิจได้ในปี 2563

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เปิดตัว HUAWEI Mate 20 Series สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่สมาร์ทโฟนตระกูล HUAWEI Mate Series ย้ำความเป็นสมาร์ทโฟนระดับนวัตกรรมอย่างแท้จริง ครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังและก้าวหน้าที่สุดของโลก สมศักดิ์ศรีหนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นที่คนทั่วโลกตั้งตารอมากที่สุดแห่งปี

เปิดตัว HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

เปิดตัว HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

· ชิปเซ็ต AI Kirin 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร เสริมพลังด้วยสถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 และ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 มอบพลังการประมวลผลจาก AI และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือระดับ

40W HUAWEI SuperCharge และ 15W HUAWEI Wireless Quick Charge และแบตเตอรี่ความจุสูง เพื่อการใช้งานยาวนาน และชาร์จเร็วเหนือชั้น และ Wireless Reverse charging ใน HUAWEI Mate 20 Pro ชาร์จแบตให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้แบบไร้สาย
· Leica Matrix Camera System สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

· กระบวนการผลิตแบบ Hyper Optical Pattern ที่ฝาหลัง สะท้อนและไล่สีสันเหลือบแสงเงา สวยงามสะกดทุกสายตา

· Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแม้มองจากระยะไกล

· ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทั้งด้านการทำงานและความบันเทิงให้ง่ายและสะดวกสบายด้วย EMUI 9.0 บนระบบปฎิบัติการ Android P

“HUAWEI Mate 20 Series” มี 4 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X and PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS โดยมีขนาดหน้าจอที่ต่างกัน 3 ขนาด 6.53 นิ้ว 6.39 นิ้ว และ 7.2 นิ้ว ฟีเจอร์เด่นของ HUAWEI Mate 20 Series

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่สำคัญ และ HUAWEI Mate 20 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนรู้ใจ’ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นี่คือสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเดินทางไปกับเจ้าของทุกแห่งและคอยเติมเต็มชีวิตของพวกเขาและเพิ่มเติมประสิทธิผลตลอดเส้นทางด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเลิศ รวมถึงกล้องอัน ทรงพลัง”

ที่สุดแห่งประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เหนือชั้น

ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรนั้นมีทรานซิสเตอร์ 6.9 พันล้านตัวอยู่บนชิปขนาดเท่าปลายเล็บมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Kirin 970 ชิปเซ็ต Kirin 980 ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 75% GPU สูงขึ้น 46% และ NPU 226% ในขณะเดียวกัน CPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 58% GPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% และ NPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 182%

Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ของโลกผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดนี้จัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็น 3 ชั้น เพื่อผสานประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้พลังงานที่ต่ำเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยชั้นแรกจะเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่พิเศษ 1 คู่ ถัดมาเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ 1 คู่ และสุดท้ายคือเป็นหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก 2 คู่ Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตแรกของโลกที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) ส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ และรองรับ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 2GB ได้ภายใน 10 วินาที ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI GPS Satellite Selection ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำ

HUAWEI Mate 20 Series มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดตลอดวัน โดย HUAWEI Mate 20 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ส่วน HUAWEI Mate 20 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh และ HUAWEI Mate 20 X มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5,000mAh

นวัตกรรม HUAWEI SuperCharge เป็นนวัตกรรมการชาร์จแบบเร็วที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาร์จ HUAWEI Mate 20 Pro ด้วย HUAWEI SuperCharge สามารถชาร์จได้ 70% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 2,940mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดจากสถาบัน TÜV Rheinland

นอกเหนือจากการชาร์จแบบใช้สาย HUAWEI Mate 20 Pro ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย 15W HUAWEI Wireless Quick Charge โดยสามารถชาร์จได้ 30% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 1,300mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของ HUAWEI Mate 20 Pro คือ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งปันพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ เสมือนเป็นพาวเวอร์แบงก์

HUAWEI Mate 20 X มี HUAWEI Super Cool ระบบหล่อเย็นอันล้ำสมัยที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) ทำให้ค่าสัญญาณนาฬิกาของทั้ง CPU และ GPU ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเสมอ จึงเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำกราฟีนมาใช้ในการลดความร้อนของสมาร์ทโฟน

Leica Matrix Camera System บันทึกภาพในรูปแบบใหม่ ทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate 20 Series มีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟน และก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide ขนาด 16 mm. จาก Leica สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างโดยเฉพาะ ทั้งยังให้การถ่ายภาพใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้ การถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพมุมมกว้างช่วยยกระดับนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟน และทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Pro ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสามเลนส์ประกอบกัน สามารถให้ภาพระยะเทียบเท่าเลนส์ซูม 16-270 mm.

HUAWEI Mate 20 Series ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดย AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้

ทั้ง HUAWEI Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS มีระบบปลดล็อคด้วยการจับภาพใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติหรือ 3D Face Unlock อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ข้อมูลภายในเครื่องปลอดภัย มีโอกาสปลดล็อคผิดพลาดต่ำกว่า 1 ในล้านเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มีระบบกล้องแบบสามมิติหรือ 3D Depth Sensing Camera System ด้านหน้า สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จดจำได้แม้รายละเอียดยิบย่อย โดยระบบกล้องนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบผู้จะใช้งานเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเอฟเฟ็กซ์ในการถ่ายภาพโดยตกแต่งให้ภาพคนดูสวยงามในแบบสมจริงยิ่งขึ้น

EMUI 9.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Series มาพร้อม EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P เนื่องจากรองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI self-learning algorithms) การจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ให้ประสบการณ์ “Evergreen” หรือให้สมาร์ทโฟนตอบสนองได้รวดเร็วลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้งหน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการใช้แถบ นาวิเกชั่นแบบแถบสำหรับการเลื่อนนิ้วแทนแบบปุ่มกดบนหน้าจอ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้ EMUI 9.0 ยังทำงานร่วมกับ AI เพื่อยกระดับกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจจับวัตถุหรือการนับแคลอรี่ของอาหารจากการตรวจจับภาพอาหารในคลิปวิดีโอ[1] [2] หรือ 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มความสนุกสนานได้

HUAWEI Share 3.0 คือระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่พลิกโฉมวงการ ให้ผู้ใช้งานโอนย้ายไฟล์ระหว่างสมาร์ท โฟนและคอมพิวเตอร์ได้สะดวกด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้ HUAWEI Share 3.0 ผู้ใช้เพียงแค่แตะอุปกรณ์ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนสำหรับส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพหรือวิดีโอได้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกง่ายดาย[3] โดย HUAWEI Share 3.0 ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเท่านั้น

ดีไซน์ล้ำสมัย

HUAWEI Mate 20 Series ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมาก โดยทุกขนาดหน้าจอสามารถจับถือได้ง่ายในมือเดียว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ ส่วนดีไซน์ของ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS สร้างสรรค์อย่างลงตัวด้วยความสปอร์ตของกีฬาแข่งรถและความพรีเมี่ยมหรูหรา จับถือได้อย่างสบาย มั่นใจ และรู้สึกราวกับควบคุม ทุกสิ่งได้ในมือ

Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่

โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเลนส์กล้อง 3 ตัวและเซนเซอร์อีก 1 ชิ้นอยู่ในกรอบทรงกลมผลิตจากโลหะขัด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และโดดเด่น ด้านหลังของ HUAWEI Mate 20 Series มีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนสี Emerald Green

HUAWEI Mate 20 Series, HUAWEI WATCH GT และ HUAWEI Band 3 Pro จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ในประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 4GB ความจุ 128GB ราคา EUR799

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR849

HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR1049

HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR899

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดย

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 256GB ราคา EUR1695

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา EUR2095