หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เปิดตัว HUAWEI Mate 20 Series สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่สมาร์ทโฟนตระกูล HUAWEI Mate Series ย้ำความเป็นสมาร์ทโฟนระดับนวัตกรรมอย่างแท้จริง ครบเครื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทรงพลังและก้าวหน้าที่สุดของโลก สมศักดิ์ศรีหนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นที่คนทั่วโลกตั้งตารอมากที่สุดแห่งปี

เปิดตัว HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

เปิดตัว HUAWEI Mate 20 Series อีกขั้นของนวัตกรรมอัจฉริยะ

· ชิปเซ็ต AI Kirin 980 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกของโลกที่ผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตร เสริมพลังด้วยสถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 และ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G76 มอบพลังการประมวลผลจาก AI และประสบการณ์การใช้งานอันเหนือระดับ

40W HUAWEI SuperCharge และ 15W HUAWEI Wireless Quick Charge และแบตเตอรี่ความจุสูง เพื่อการใช้งานยาวนาน และชาร์จเร็วเหนือชั้น และ Wireless Reverse charging ใน HUAWEI Mate 20 Pro ชาร์จแบตให้สมาร์ทโฟนเครื่องอื่นได้แบบไร้สาย
· Leica Matrix Camera System สุดล้ำ ด้วยเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษแบบ Ultra Wide ที่ร่วมพัฒนาโดย Leica เพื่อการถ่ายภาพในมุมมองที่กว้างขึ้น และใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้

· กระบวนการผลิตแบบ Hyper Optical Pattern ที่ฝาหลัง สะท้อนและไล่สีสันเหลือบแสงเงา สวยงามสะกดทุกสายตา

· Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแม้มองจากระยะไกล

· ยกระดับประสบการณ์การใช้งานทั้งด้านการทำงานและความบันเทิงให้ง่ายและสะดวกสบายด้วย EMUI 9.0 บนระบบปฎิบัติการ Android P

“HUAWEI Mate 20 Series” มี 4 รุ่น ได้แก่ HUAWEI Mate 20, HUAWEI Mate 20 Pro, HUAWEI Mate 20 X and PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS โดยมีขนาดหน้าจอที่ต่างกัน 3 ขนาด 6.53 นิ้ว 6.39 นิ้ว และ 7.2 นิ้ว ฟีเจอร์เด่นของ HUAWEI Mate 20 Series

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนถือเป็นประตูสู่โลกดิจิทัลที่สำคัญ และ HUAWEI Mate 20 Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็น ‘เพื่อนรู้ใจ’ ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค นี่คือสมาร์ทโฟนที่พร้อมจะเดินทางไปกับเจ้าของทุกแห่งและคอยเติมเต็มชีวิตของพวกเขาและเพิ่มเติมประสิทธิผลตลอดเส้นทางด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ดีเลิศ รวมถึงกล้องอัน ทรงพลัง”

ที่สุดแห่งประสิทธิภาพและแบตเตอรี่เหนือชั้น

ชิปเซ็ต Kirin 980 ที่ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตแบบ 7 นาโนเมตรนั้นมีทรานซิสเตอร์ 6.9 พันล้านตัวอยู่บนชิปขนาดเท่าปลายเล็บมือ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Kirin 970 ชิปเซ็ต Kirin 980 ให้ประสิทธิภาพ CPU สูงขึ้น 75% GPU สูงขึ้น 46% และ NPU 226% ในขณะเดียวกัน CPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 58% GPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% และ NPU ใช้พลังงานน้อยลงถึง 182%

Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ของโลกผลิตโดยใช้สถาปัตยกรรม CPU Cortex-A76 ชิปเซ็ตใหม่ล่าสุดนี้จัดเรียงหน่วยประมวลผลเป็น 3 ชั้น เพื่อผสานประสิทธิภาพการประมวลผลและการใช้พลังงานที่ต่ำเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นในการใช้งานและประหยัดพลังงาน โดยชั้นแรกจะเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่พิเศษ 1 คู่ ถัดมาเป็นหน่วยประมวลผลขนาดใหญ่ 1 คู่ และสุดท้ายคือเป็นหน่วยประมวลผลขนาดเล็ก 2 คู่ Kirin 980 ยังเป็นชิปเซ็ตแรกของโลกที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) ส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลกที่รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ และรองรับ Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดวิดีโอขนาด 2GB ได้ภายใน 10 วินาที ทั้งยังมีเทคโนโลยี AI GPS Satellite Selection ที่สามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งได้อย่างแม่นยำ

HUAWEI Mate 20 Series มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานอย่างไร้ขีดจำกัดตลอดวัน โดย HUAWEI Mate 20 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh ส่วน HUAWEI Mate 20 Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh และ HUAWEI Mate 20 X มีแบตเตอรี่ความจุถึง 5,000mAh

นวัตกรรม HUAWEI SuperCharge เป็นนวัตกรรมการชาร์จแบบเร็วที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อชาร์จ HUAWEI Mate 20 Pro ด้วย HUAWEI SuperCharge สามารถชาร์จได้ 70% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 2,940mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยขั้นสูงสุดจากสถาบัน TÜV Rheinland

นอกเหนือจากการชาร์จแบบใช้สาย HUAWEI Mate 20 Pro ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วย 15W HUAWEI Wireless Quick Charge โดยสามารถชาร์จได้ 30% ของความจุแบตเตอรี่ หรือประมาณ 1,300mAh ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาที อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านแบตเตอรี่ของ HUAWEI Mate 20 Pro คือ Wireless Reverse Charging ระบบชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สาย ช่วยให้ผู้ใช้แบ่งปันพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายได้ เสมือนเป็นพาวเวอร์แบงก์

HUAWEI Mate 20 X มี HUAWEI Super Cool ระบบหล่อเย็นอันล้ำสมัยที่ใช้กราฟีนและวงจรสำหรับเปลี่ยนอากาศร้อนให้เป็นไอ (vapor chamber) ทำให้ค่าสัญญาณนาฬิกาของทั้ง CPU และ GPU ทำงานด้วยความเร็วสูงสุดเสมอ จึงเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับสูงได้ต่อเนื่อง โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำกราฟีนมาใช้ในการลดความร้อนของสมาร์ทโฟน

Leica Matrix Camera System บันทึกภาพในรูปแบบใหม่ ทลายข้อจำกัดของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

HUAWEI Mate 20 Series มีนวัตกรรมการถ่ายภาพที่ดีที่สุดในสมาร์ทโฟน และก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเพิ่มเลนส์ Ultra Wide ขนาด 16 mm. จาก Leica สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างโดยเฉพาะ ทั้งยังให้การถ่ายภาพใกล้ขึ้นด้วยฟีเจอร์การถ่ายภาพมาโครซึ่งสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีระยะใกล้กับเลนส์กล้องถึง 2.5 เซนติเมตรได้ การถ่ายภาพมาโครและการถ่ายภาพมุมมกว้างช่วยยกระดับนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟน และทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Pro ประกอบด้วยเลนส์หลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และเลนส์เทเลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งทั้งสามเลนส์ประกอบกัน สามารถให้ภาพระยะเทียบเท่าเลนส์ซูม 16-270 mm.

HUAWEI Mate 20 Series ยังมีโหมด AI Portrait Color สำหรับการถ่ายวิดีโอ โดย AI สามารถตรวจจับว่าจุดใดคือมนุษย์และปรับแต่งแสงเพื่อไฮไลท์บุคคลนั้นๆ ในคลิปวิดีโอได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ AI Spotlight Reel สำหรับตรวจจับคลิปที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและสร้างคลิปไฮไลท์สั้นๆ ให้โดยอัตโนมัติได้

ทั้ง HUAWEI Mate 20 Pro และ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS มีระบบปลดล็อคด้วยการจับภาพใบหน้าผู้ใช้งานแบบ 3 มิติหรือ 3D Face Unlock อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 0.6 วินาทีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ข้อมูลภายในเครื่องปลอดภัย มีโอกาสปลดล็อคผิดพลาดต่ำกว่า 1 ในล้านเท่านั้น โดยทั้งสองรุ่นนี้มีระบบกล้องแบบสามมิติหรือ 3D Depth Sensing Camera System ด้านหน้า สามารถสแกนใบหน้าได้อย่างแม่นยำ จดจำได้แม้รายละเอียดยิบย่อย โดยระบบกล้องนี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบผู้จะใช้งานเครื่องเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มเอฟเฟ็กซ์ในการถ่ายภาพโดยตกแต่งให้ภาพคนดูสวยงามในแบบสมจริงยิ่งขึ้น

EMUI 9.0 เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น

HUAWEI Mate 20 Series มาพร้อม EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P เนื่องจากรองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI self-learning algorithms) การจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ให้ประสบการณ์ “Evergreen” หรือให้สมาร์ทโฟนตอบสนองได้รวดเร็วลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้งหน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น รองรับการใช้แถบ นาวิเกชั่นแบบแถบสำหรับการเลื่อนนิ้วแทนแบบปุ่มกดบนหน้าจอ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเพราะผู้ใช้งานสามารถเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้ EMUI 9.0 ยังทำงานร่วมกับ AI เพื่อยกระดับกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจจับวัตถุหรือการนับแคลอรี่ของอาหารจากการตรวจจับภาพอาหารในคลิปวิดีโอ[1] [2] หรือ 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟเพิ่มความสนุกสนานได้

HUAWEI Share 3.0 คือระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่พลิกโฉมวงการ ให้ผู้ใช้งานโอนย้ายไฟล์ระหว่างสมาร์ท โฟนและคอมพิวเตอร์ได้สะดวกด้วยวิธีการที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อใช้ HUAWEI Share 3.0 ผู้ใช้เพียงแค่แตะอุปกรณ์ครั้งเดียวเท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนสำหรับส่งข้อมูลไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล ไฟล์ภาพหรือวิดีโอได้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกง่ายดาย[3] โดย HUAWEI Share 3.0 ถือเป็นนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหัวเว่ยเท่านั้น

ดีไซน์ล้ำสมัย

HUAWEI Mate 20 Series ทุกรุ่นมาพร้อมหน้าจอ FullView Display ที่มีขอบหน้าจอที่เล็กมาก โดยทุกขนาดหน้าจอสามารถจับถือได้ง่ายในมือเดียว การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของธรรมชาติ ขอบทุกด้านจะมีความโค้งมน สวยงามและจับถือถนัดมือ ส่วนดีไซน์ของ PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS สร้างสรรค์อย่างลงตัวด้วยความสปอร์ตของกีฬาแข่งรถและความพรีเมี่ยมหรูหรา จับถือได้อย่างสบาย มั่นใจ และรู้สึกราวกับควบคุม ทุกสิ่งได้ในมือ

Leica Matrix Camera System ได้รับแรงบันดาลใจมากจากดีไซน์ Four-Point อันเลื่องชื่อ ให้เอกลักษณ์ที่

โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเลนส์กล้อง 3 ตัวและเซนเซอร์อีก 1 ชิ้นอยู่ในกรอบทรงกลมผลิตจากโลหะขัด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง และโดดเด่น ด้านหลังของ HUAWEI Mate 20 Series มีพื้นผิวแบบขัดที่ใช้กระบวนการผลิตแบบไฮเปอร์ ออพติคอล แพทเทิร์น ช่วยให้มีเส้นสายสวยงาม ทนทาน ไม่ลื่น และลดรอยนิ้วมือ ดูสะอาดตาแม้จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีในสมาร์ทโฟนสี Emerald Green

HUAWEI Mate 20 Series, HUAWEI WATCH GT และ HUAWEI Band 3 Pro จะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้ ในประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

HUAWEI Mate 20 จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 4GB ความจุ 128GB ราคา EUR799

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR849

HUAWEI Mate 20 Pro จะวางจำหน่ายวันที่ 16 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR1049

HUAWEI Mate 20 X จะวางจำหน่ายวันที่ 26 ตุลาคมนี้ โดย

– รุ่นแรม 6GB ความจุ 128GB ราคา EUR899

PORSCHE DESIGN HUAWEI Mate 20 RS จะวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดย

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 256GB ราคา EUR1695

– รุ่นแรม 8GB ความจุ 512GB ราคา EUR2095

หัวเว่ยตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ของวงการสมาร์ทโฟน พาเจาะลึก Kirin 980 จัดงาน “HUAWEI Open Day 2018 | Tech Salon” เจาะลึก “Kirin 980” สุดยอดชิปเซ็ต AI รุ่นล่าสุดอันทรงพลังและชาญฉลาด ที่มาพร้อมกับสุดยอด 6 เทคโนโลยีครั้งแรกของโลก ได้แก่ World’s 1st 7nm SoC, World’s 1st Cortex-A76 Based CPU, World’s 1st Mali-G76 GPU, World’s 1st Dual-NPU, World’s 1st 1.4 Gbps Cat.21 Modem และ World’s 1st SoC Supporting 2133 MHz LPDDR4X  ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้สมาร์ทโฟนประมวลผลได้เร็วขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น กล้องถ่ายภาพที่ฉลาดยิ่งขึ้น และรองรับการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น โดย Kirin 980 จะถูกนำมาใช้ในสมาร์ทโฟนหัวเว่ยเป็นครั้งแรกในรุ่น HUAWEI Mate 20 Seriesที่จะเปิดตัว ณ เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ วันที่ 16 ตุลาคม 2561

หัวเว่ยสร้างบรรทัดฐานใหม่แห่งโลกสมาร์ทโฟน พาเจาะลึก Kirin 980

หัวเว่ยสร้างบรรทัดฐานใหม่แห่งโลกสมาร์ทโฟน พาเจาะลึก Kirin 980

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวเว่ยก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้นำสมาร์ทโฟนระดับโลกได้นั้น เนื่องด้วยการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคในทุกระดับ โดยหัวเว่ยขึ้นเป็นบริษัทระดับโลกที่มีการลงทุนด้าน R&D สูงสุดเป็นลำดับที่ 6 ซึ่งลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 เป็น 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2017 ซึ่งมีการลงทุนด้าน R&D ประมาณ 10-15% ของรายได้ในทุกๆ ปีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนากว่า 15 แห่งทั่วโลก รวมถึงศูนย์พัฒนานวัตกรรมร่วมกว่า 36 แห่ง พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญกว่า 80,000 คนที่ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผู้บริโภคทั่วโลก จากความมุ่งมั่นและทุ่มเทนี้เอง ทำให้หัวเว่ยเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนแรกที่นำเสนอ ‘7 ที่สุดแห่งนวัตกรรม (7 World’s –EST Innovation)’ ได้แก่ World’s Best Smartphone Camera, World’s First Smartphone AI Processor, World’s First Photography Powered by AI, World’s Longest lasting Battery, World’s First Certified Safe Supercharge, World’s Leading 5G Technology, World’s First Bank-grade Security System”

แต่เทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์สำคัญของหัวเว่ยในปีนี้คือ “Kirin 980” ซึ่งเป็นชิปเซ็ตซีรี่ส์สูงสุด (ซีรี่ส์ 9) ในเจเนอเรชั่นที่ 8 ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นล่าสุดมาพร้อมสุดยอด 6 เทคโนโลยีครั้งแรกของโลก ได้แก่ World’s 1st 7nm SoC, World’s 1st Cortex-A76 Based CPU, World’s 1st Mali-G76 GPU, World’s 1st Dual-NPU, World’s 1st 1.4 Gbps Cat.21 Modem และ World’s 1st SoC Supporting 2133 MHz LPDDR4X

“Kirin 980” จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับชิปเซ็ตของสมาร์ทโฟนหัวเว่ยระดับพรีเมี่ยมแฟล็กชิปเพื่อเพิ่มประสิทธภาพการทำงานและความบันเทิงบนสมาร์ทดีไวซ์ในอนาคต ด้วยหน่วยประมวลผลด้าน AI แบบคู่ (Dual NPU) จะส่งผลให้ AI ในอุปกรณ์มือถือมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยสามารถจดจำรูปภาพได้ 4,500 ภาพต่อนาที หรือสูงกว่า Kirin 970 ถึง 120% นั่นหมายถึงหัวเว่ยสามารถสร้างสรรค์ฟีเจอร์ใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนได้มากมายจากความสามารถด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นนี้ นอกจากนี้ Kirin 980 ยังเพิ่มประสิทธิภาพที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

ด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วย AI Kirin 980 มาพร้อมเทคโนโลยี ISP รุ่นที่ 4 รองรับการประมวลผลข้อมูลได้ดีกว่าเทคโนโลยีรุ่นก่อนหน้า 46% อีกทั้งยังรองรับนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพแบบหลายกล้อง และเลือกจุดปรับความเข้มแสงของภาพเฉพาะจุดเพื่อไฮไลท์องค์ประกอบในเฟรมภาพได้อย่างเหมาะสมที่สุด รวมไปถึงเทคโนโลยีการลด Noise ของภาพโดยไม่ลดทอนรายละเอียดแบบ Multi-pass ส่งผลให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อย นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติการติดตามวัตถุหรือคนที่กำลังเคลื่อนไหวในขณะที่ถ่ายภาพได้แม่นยำถึง 97.4% ช่วยให้ไม่พลาดวินาทีสำคัญ และเพื่อตอบรับ
เทรนด์นิยมในโลกโซเชียลมีเดียในการถ่ายทำวิดีโอ Kirin 980 พัฒนาระบบประมวลผลวิดีโอ โดยสามารถจับภาพเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิม 33%
ด้านประสิทธิภาพ Kirin 980 ขนาด 7 นาโนเมตร ทำให้มีจำนวนทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่บรรจุ 1 ตารางเซ็นติเมตรสูงกว่าชิปเซ็ตรุ่นก่อนถึง 1.6 เท่าจึงส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีกว่า 20% โดยมีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำลงถึง 40% เมื่อเทียบกับชิปเซ็ตขนาด 10 นาโนเมตร นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยี AI จึงทำให้ Kirin 980 สามารถจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับการประมวลผลการทำงานของแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงควบคุมความเร็ว Clock Speed ที่สูงกว่าชิปเซ็ตรุ่นก่อนหน้า ทำให้สามารถเปิดแอพลิเคชั่นได้เร็วกว่า ทำงาน Multitasking ได้ดีกว่า และมีความไหลลื่นในการใช้งานมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งชิปประมวลผลกราฟฟิก Mali-G76 GPU ไว้ใน Kirin 980 เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือชั้น ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลกราฟฟิกสูงกว่าเดิม 46% และใช้พลังงานน้อยลงถึง 178% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ด้านการสื่อสาร Kirin 980 รองรับคลื่นความถี่ LTE Cat.21 ซึ่งรองรับความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดที่ 1.4Gbps รวมถึงรองรับการผสานคลื่นความถี่แบบข้ามช่องสัญญาณ
Kirin 980 ชิปเซ็ตที่จะมาพลิกโฉมอนาคตใหม่แห่งโลกสมาร์ทโฟนด้วยนวัตกรรมสองสมองกล AI เตรียมนำมาใส่ในสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปรุ่นถัดไปของหัวเว่ยที่จะเปิดตัว ณ กรุงลอนดอน ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ โดดเด่นในครั้งนี้ คือ สมาร์ทโฟน 5x ในงาน MWC ผลลัพท์ที่ได้จากการคิดค้นและพั ฒนาอย่างไม่เคยหยุดยั้ งของออปโป้ ซึ่งจะทำให้ทั้งโลกต้องเปลี่ ยนมุมมองการถ่ายภาพผ่านสมาร์ ทโฟนไปตลอดกาล ตัวจริงเรื่องการถ่ายภาพผ่ านสมาร์ทโฟน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ออปโป้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ นำด้านการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ของสมาร์ทโฟนในหลายรุ่นที่คำนึ งถึงการใช้งานของผู้ใช้สมาร์ ทโฟนเป็นหลัก ซึ่งความสำเร็จครั้งสำคั ญของออปโป้ คือการเป็นผู้นำเทรนด์ด้ านเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ทำให้ ทุกแบรนด์ในตลาดสมาร์ทโฟนต้องจั บตามอง

Oppo ส่งสุดยอดเทคโนโลยีสำหรับการถ่ายภาพใน สมาร์ทโฟน 5x ในงาน MWC

Oppo ส่งสุดยอดเทคโนโลยีสำหรับการถ่ายภาพใน สมาร์ทโฟน 5x ในงาน MWC

ออปโป้ ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ นำของการถ่ายเซลฟี่ที่เป็ นธรรมชาติด้วยสมาร์ทโฟน เมื่อปี พ.ศ. 2555 ด้วยการส่งสมาร์ทโฟนรุ่น Ulike 2 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มี ฟีเจอร์การถ่ายภาพเซลฟี่อย่ างเป็นธรรมชาติอยู่ในตัว ทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มตื่นตั วกับฟีเจอร์นี้ เพราะได้รับความนิยมเป็นอย่ างมากในกลุ่มผู้บริโภค และฟีเจอร์นี้เองที่สร้ างมาตรฐานด้านเทคโนโลยีการถ่ ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนในสมาร์ ทโฟนแอนดรอยด์ทุกรุ่นจนถึงทุกวั นนี้ ปัจจุบัน ออปโป้ได้มีการพัฒนาซอฟแวร์ จนได้สุดยอดนวัตกรรมอย่าง Beautify 4.0 การพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านนวั ตกรรม ทำให้ออปโป้ก้าวหน้ามากขึ้นเรื่ อยๆ ดังเช่น ในปี 2559 ออปโป้ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ ทโฟนในตระกูลซีรี่ส์ F ที่รู้จักกันในฐานะ ตัวจริงเรื่องเซลฟี่ หรือ ‘Selfie Expert’ โดยมี F1 Plus เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นแรกที่ กล้องหน้ามีความละเอียดถึง 16 ล้านพิกเซล และในปีเดียวกัน ออปโป้ร่วมมือกับโซนี่ เพื่อพัฒนาเซ็นเซอร์ Sony IMX 398 ขนาด 1/2.8 นิ้ว สำหรับรุ่น R9s

ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ โดดเด่นและระบบปฏิบัติการที่ดี เยี่ยมนี้เอง ทำให้ออปโป้ทะยานสู่การเป็นผู้ นำเทรนด์การถ่ายภาพผ่านสามาร์ ทโฟนในตลาด ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของออปโป้ : โปรเจค 5x เพียงหนึ่งปีหลังก้าวสู่แท่นผู้ นำในตลาด ออปโป้เตรียมส่งสุดยอดเทคโนโลยี ใหม่ล่าสุดสู่ตลาดด้วยโปรเจค 5x ในงานแสดงสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุ ดในโลกอย่าง โมบาย เวิลด์ คองเกรส 2017 “ความสำเร็จครั้งสำคัญของออปโป้ ในครั้งนี้ คือ ผลลัพท์ที่ได้จากการวิจัยและพั ฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดหนึ่งปี ที่ผ่านมา รวมไปถึงทักษะความเชี่ยวชาญที่ เหนือชั้นด้านเทคโนโลยีการถ่ ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งเราได้เลือกที่จะเปิดตั วเทคโนโลยี 5x เพราะเราเชื่อมั่นว่า สิ่งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้อุ ตสาหกรรมการผลิตส่งผลิตภัณฑ์ที่ ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ลงสู่ตลาด รวมไปถึงการสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ ที่จะทำให้ผู้บริโภคตื่นตาตื่ นใจมากยิ่งขึ้นในอนาคต” นาย สกาย กล่าวปิดท้าย

ปัจจุบัน ออปโป้คือแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ ทโฟนอันดับหนึ่งในประเทศจีน ด้วยส่วนแบ่งทางตลาดกว่า 16.8 เปอร์เซ็นต์ และมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงเป็ นอันดับที่สี่ของโลกมาแล้วสองปี ซ้อน จากรายงานล่าสุดของ ไอดีซี (IDC) นอกจากนี้ ออปโป้ยังประสบความสำเร็ จจากการเข้าตีตลาดในประเทศต่ างๆทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศอินเดียที่ ออปโป้มีส่วนแบ่งการตลาดออฟไลน์ ในเดือนธันวาคม 2559 เพิ่มขึ้นถึง 10.9 เปอร์เซ็นต์ จากเพียง 1.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2558 จากการรายงานของจีเอฟเค (GfK)

เลอโนโวผู้นำยอดขายคอมพิวเตอร์อันดับ 1 ของโลกฉลองเทศกาลส่งท้ายสิ้นปี ยกขบวนสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นมาจัดโปรโมชั่น พร้อมมอบโชคสมาร์ทโฟนเลอโนโว A536 ทุกสัปดาห์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 ธันวาคม 2557
เลอโนโว ยกขบวนสมาร์ทโฟน Vibe Series, S Series และ A Series ด้วยราคาพิเศษ พร้อมของที่ระลึกอาทิ แก้ว Mug กระเป๋าเดินทาง และ Power bank 4000 มิลลิแอมป์ มามอบให้ผู้สนใจฉลองเทศกาลส่งความสุข นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมมอบโชคสมาร์ทโฟนเลอโนโว A536 ทุกสัปดาห์ ผู้สนใจสามารถร่วมสนุกง่ายๆ เพียงลงชื่อเข้าร่วมจับฉลากที่ร้านค้าเลอโนโวที่ร่วมรายการกว่า 45 ร้านค้าในกรุงเทพ

เลอโนโว ยกขบวนสมาร์ทโฟน สุดล้ำเสริมทัพรับลมหนาว

เลอโนโว ยกขบวนสมาร์ทโฟน สุดล้ำเสริมทัพรับลมหนาว

นอกจากนี้ เลอโนโวยังจัดกิจกรรมโรด์โชว์ร่วมกับร้านค้าพันธมิตร ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ โดยผู้ร่วมงานสามารถร่วมกิจกรรมประมูลสมาร์ทโฟนเลอโนโว A536 ให้ได้ในราคาพิเศษสุด (เริ่มต้นราคาประมูลที่ 3,500 บาท) นอกจากนี้แฟนพันธ์แท้ของเลอโนโวยังมีสิทธิรับส่วนลดพิเศษสูงถึง 10% เมื่อแสดงผลิตภัฑณ์ของเลอโนโวที่ใช้อยู่ ก่อนชำระค่าเงินสินค้าในงานพร้อมโปรโมชั่นผ่อน 0% เปอร์เซ็นต์ ในรุ่นที่ร่วมรายการ
ผู้สนใจสามารถแวะชมกิจกรรมโรด์โชว์ของเลอโนโว ร่วมกับร้านค้าพันธมิตรได้ตามกำหนดการ:

  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางนา ระหว่างวันที่ 14 – 20 พศจิกายน 2557
  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 11 – 17 ธันวาคม 2557
  • ห้องสรรพสินค้าเดอะมอล์ บางกะปิ และเดอะมอล์ บางแค ระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2557 – 2 มกราคม 2558

ตัวอย่างของที่ระลึกในงานเมื่อซื้อเลอโนโวสมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆดังนี้

  • กระเป๋าเดินทางเลอโนโว
    เลอโนโวมอบกระเป๋าเดินทางเมื่อซื้อสมาร์ทโฟน Vibe series รุ่น K910L และ S960
  • Power Bank (4,000mAh)
    เลอโนโวมอบ Power Bank เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน S series รุ่น S850, S650, S660 และ S860
  • แก้วน้ำเลอโนโว
    เลอโนโวมอบแก้วน้ำเมื่อซื้อสมาร์ทโฟน A series รุ่น A536, A859, A680 และ A369