ธุรกิจทุกประเภทต่างถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่ง ๆ หนึ่ง สิ่งนั้นคือ “ผลกำไร” และปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะกำหนดว่าธุรกิจนั้น ๆ ได้กำไรหรือไม่ คือความสามารถในการสร้างรายได้ขององค์กรด้วย จ้างพนักขายด้วยเคล็บลับ 5 ข้อ หรือพนักงาน ฟรีแลนซ์ ที่รับหน้าที่ขายก็เช่นกัน นั่นหมายถึงการได้มาซึ่งยอดขายที่ดีและการเลือกใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ถูกต้องเหมาะสม การวางสินค้าได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และการว่าจ้างพนักงานขายที่มีประสิทธิภาพ พนักงานขายหรือตัวแทนจำหน่ายสินค้าและบริการเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในองค์กร ในฐานะผู้ประกอบการคุณจะใช้วิธีใด ถึงจะว่าจ้างพนักงานขายที่มีฝีมือหรือชักชวนให้เซลส์เก่ง ๆ เข้ามาทำงานในองค์กรของคุณได้มากขึ้น ลองทำตามเคล็ดลับ 5 ข้อที่นำมาฝากดูนะ

จ้างพนักขายด้วยเคล็บลับ 5 ข้อ

จ้างพนักขายด้วยเคล็บลับ 5 ข้อ ที่ได้พนักงานแบบตรงเป้า

1. ระบุคุณลักษณะหรือทักษะของพนักงานขายที่คุณต้องการ

การระบุลักษณะหรือทักษะของพนักงานขายในแบบที่องค์กรของคุณต้องการเป็นเรื่องสำคัญในการได้มาซึ่งพนักงานขายที่ใช่ในแบบของคุณ ขั้นตอนนี้มักถูกมองข้ามไปโดยพนักงานฝ่ายบุคคลเพราะความคิดอย่างง่าย ๆ ว่าการรับสมัครพนักงานขายก็แค่หาคนที่ขายของได้แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคำกล่าวนี้ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป

หากไม่มีการระบุทักษะหรือคุณลักษณะของพนักงานขายที่จำเป็นที่องค์กรของคุณต้องการก่อนรับสมัครพนักงานเข้ามา อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการได้พนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตรงตามความต้องการภายในทีม ไม่ตรงกับเป้าหมายในการวางกลยุทธ์ทางการขายในทีมขายของคุณ คุณสมบัติของพนักงานที่ได้มาที่ไม่ตรงกับความต้องการขององค์กรนี้ อาจทำให้พนักงานลาออกจากงานเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนในการว่าจ้างคนในองค์กรสูงขึ้นตามไปด้วย

2. รู้ว่าจะไปหาพนักงานขายเหล่านี้ที่ไหน

การเริ่มค้นหาพนักงานขายโดยการรับสมัครงานและนัดมาสัมภาษณ์งานที่ห้องประชุมขององค์กรอาจเป็นวิธีการธรรมดาที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายซึ่งไม่ผิด แต่สมัยนี้คุณอาจออกไปตามหาเซลส์ตามที่ที่เขาออกตลาดไปขายของ หากคุณสามารถไปเจอตัวพนักงานเหล่านั้นตามที่ที่เขาไปทำงานได้ คุณจะได้ตรวจสอบการทำงานของเขาด้วยตาของคุณเอง ได้เห็นวิธีการขายของเขาว่าจะเหมาะกับองค์กรของคุณที่คุณต้องการหรือไม่

พนักงานฝ่ายบุคคลควรเริ่มต้นวิธีการในเชิงรุกด้วยการหาสถานที่ที่เซลส์เหล่านี้จะไปรวมตัวกันเช่นงานสัมมนา ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงงาน ร้านขายของ หรืออาจจะหาทางทำความรู้จักเขาเหล่านี้ผ่านทางการแนะนำจากลูกค้าที่เซลส์เหล่านี้เคยติดต่องานด้วย พนักงานเหล่านี้จะรู้สึกดีใจที่รู้ว่าองค์กรเป็นฝ่ายออกตามหาตัวเขาและจะยิ่งเพิ่มความสนใจที่จะเข้าไปทำงานให้กับองค์กรที่เห็นค่าเขาและเข้าหาเขาก่อน

3. กลั่นกรองพนักงานขายที่ใช่จากกลยุทธ์ที่เขาใช้ในการขาย

บ่อยครั้งที่ประวัติของพนักงานขายมักมาพร้อมกับเป้าหมายที่จะทำยอดขายให้ได้เท่านั้นเท่านี้ เพื่อดึงดูดความสนใจของว่าที่นายจ้าง พึงระลึกไว้เสมอว่าคุณภาพอาจไม่ได้มาพร้อมปริมาณ เป็นหน้าที่ของพนักงานฝ่ายบุคคลและผู้จัดการฝ่ายขายที่มีประสบการณ์ที่จะตั้งคำถามถึงวิธีการหรือกลยุทธ์ที่ผู้สมัครงานใช้ในการพิชิตการขายหรือปิดดีล คำถามนี้จะช่วยในการตรวจสอบว่าวิธีที่เขาใช้นั้นยั่งยืน เหมาะสมถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ และเข้ากันกับกลยุทธ์ของการขายและการตลาดขององค์กรหรือไม่ คำถามนี้ยังช่วยคัดเลือกผู้สมัครงานที่มีแนวโน้มว่าจะมาสมัครงานเพียงเพื่อต้องการได้โบนัสมาก ๆ ก่อนที่จะลาออกไปในเวลาไม่นานหลังจากที่ได้โบนัสหรือค่านายหน้าจากการขายก้อนโตไปแล้วอีกด้วย

4. มีการวางแผนในการถามคำถามอย่างดี

ตำแหน่งงานที่แตกต่างต้องการกลยุทธ์ในการถามคำถามผู้สมัครงานที่ต่างกัน ในการหาพนักงานในตำแหน่งเซลส์นั้น สิ่งสำคัญที่พนักงานฝ่ายบุคคลควรพิจารณาในระหว่างการสัมภาษณ์คือ ความสามารถในการปรับตัว คิดเร็วอย่างมีเหตุผล ความเฉียบคมและฉับไวในการตอบคำถามที่ถูกต้องเหมาะสม

ในขณะสัมภาษณ์งานผู้สัมภาษณ์อาจเพิ่มความท้าทายให้กับผู้สมัครงานด้วยการให้บทบาทสมมติหรือสถานการณ์จำลองในการขาย แทนที่ด้วยการถามตอบแบบเดิม ๆ ที่เคยทำ นำคำตอบของผู้สมัครงานมาตั้งเป็นคำถามเพิ่ม เพื่อกระตุ้นให้ผู้สมัครงานมีการคิดวิเคราะห์และให้คำตอบที่สามารถต่อยอดไปยังความคิดอื่น ๆ ได้ จำไว้ว่าสิ่งสำคัญของกลยุทธ์ในการถามนี้ไม่ใช่คำตอบของผู้สมัครงาน แต่เป็นการพิจารณาความสามารถของผู้สมัครงานหรือวิธีการที่เขาใช้ในการพลิกแพลงแก้สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ให้กลับมาน่าอภิรมย์ได้อย่างไรต่างหากที่คุณต้องการเห็น

5. ให้ค่าตอบแทนที่น่าดึงดูดใจ

พนักงานขายไม่จำเป็นต้องได้ค่าตอบแทนเท่ากัน บางคนอาจได้ค่าตอบแทนน้อยกว่าคนอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องไม่ดี เพราะความต่างนี้จะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนมากกว่าถ้าเทียบกับการไปเพิ่มกำลังการซื้อของลูกค้าซึ่งอาจส่งผลให้รายได้ลดลงในอนาคต

นี่คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยบ่งชี้คุณลักษณะของพนักงานขายที่องค์กรของคุณต้องการ ถ้าคุณได้พนักงานขายที่เก่งมาทำงานด้วยแล้ว คุณย่อมต้องการอยากให้เขาอยู่กับคุณให้นานที่สุด เพื่อสร้างความต่างให้กับองค์กรของคุณและเพิ่มแรงดึงดูดในการเรียกพนักงานตัวท็อปให้เข้ามาทำงานกับคุณให้มากขึ้น คุณอาจสร้างระบบค่าตอบแทนที่พิเศษกว่าที่อื่น ๆ ที่สมดุลกันระหว่างค่า Commission กับเงินเดือนหรือสวัสดิการอื่น ๆ การมีระบบค่าตอบแทนที่น่าดึงดูดจะช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลจากการไล่ล่าหาลูกค้า และลดความเสี่ยงของการเหนื่อยล้าจนถึงกับต้องออกจากงานก่อนเวลาอันควรของพนักงานขายได้

คุณลักษณะของพนักงานขายที่ยังหนุ่มยังสาว ไฟแรง มีแพสชั่นและเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงอาจเป็นที่น่าดึงดูดขององค์กรทั่วไป แต่การจ้างพนักงานขายที่มีเพียงประสบการณ์ในการขายอย่างมากแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความต้องการขององค์กรและขาดคุณลักษณะในการขายที่ดีอื่น ๆ อาจทำให้ต้นทุนในการว่าจ้างพนักงานสูงขึ้น และส่งผลต่อรายได้ที่ลดลงขององค์กรในระยะยาว ขอให้คุณคำนึงถึงเคล็ดลับ 5 ประการที่เรานำมาฝากก่อนเลือกพนักงานขายครั้งต่อไป

การทำธุรกิจในปัจจุบันมักต้องการความคล่องตัวในการดำเนินงานสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือใหญ่มักต้องมีความเร็วในการทำงานอย่างราบรื่นที่สุด วันนี้ทางบริษัท ออราเคิล เผยผลการศึกษาวิจัยเรื่อง Oracle Cloud Agility ระบุธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังส่งสัญญาณของความคล่องตัว (Agility) ที่เด่นชัดในบางสาขาและตระหนักถึงประโยชน์ของความคล่องตัวต่อธุรกิจอย่างชัดเจน (กล่าวคือ สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือสามารถทำซ้ำผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว) อย่างไรก็ตาม งานวิจัยของออราเคิลก็ชี้ให้เห็นถึงภาวะขาดการรับรู้อย่างชัดเจนในหลายธุรกิจ ว่าเทคโนโลยี อย่างเช่น Platform-as-a-Service (PaaS) สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยจัดการกับความท้าทายต่างๆ เช่น ปริมาณงานที่มีการจัดการอย่างยืดหยุ่น หรือการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว จุดนี้อาจทำให้พวกเขาเสียเปรียบในการจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดจากการแข่งขัน

ธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพลาดโอกาสสร้างความได้เปรียบด้าน Cloud Agility

ธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพลาดโอกาสสร้างความได้เปรียบด้าน Cloud Agility

การศึกษาเรื่อง Oracle Cloud Agility ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นพนักงาน 759 คนที่ทำงานให้กับองค์กรขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคล่องตัวทางธุรกิจ (Business Agility) ในยุคของคลาวด์ ผู้ตอบแบบสอบถามระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ของความคล่องตัว โดยมีร้อยละ 85 ระบุว่าเป็นความสามารถในการพัฒนา ทดสอบ และเปิดใช้งานแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญหรือสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกือบ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 29) เชื่อว่าการใช้งานที่เกิดประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นและบริการเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจในปัจจุบันเมื่อกล่าวถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที

การศึกษาครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผลกระทบของความคล่องตัวต่อความสามารถในการแข่งขันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ในความเป็นจริง ความสามารถของคู่แข่งที่จะนำเสนองานบริการลูกค้ารูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่านั้นถือเป็นภัยคุกคามในลำดับต้นๆ (ร้อยละ 29)

เมื่อกล่าวถึงการแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการมีความคล่องตัว กว่าครึ่ง (ร้อยละ 52) ของธุรกิจที่ตอบแบบสอบถามรู้สึกว่าพวกเขามีโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามจากการแข่งขันเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ร้อยละ 60 ของธุรกิจระบุว่า พวกเขาสามารถพัฒนา ทดสอบ และปรับใช้แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือภายใน 6 เดือน และเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 46) รู้สึกว่าพวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ภายในระยะเวลา 1 เดือน

“ความเร็วที่หลายประเทศในเอเชียสามารถปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีดิจิตอลอย่าง โทรศัพท์มือถือ ได้รับการยอมรับอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ไม่มีเวลาสำหรับองค์กรเหล่านี้จะพึงพอใจและนิ่งนอนใจกับความสำเร็จที่ผ่านมา สิ่งที่งานวิจัยชิ้นนี้ค้นพบ คือ หลายบริษัทยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพลังของโซลูชั่น PaaS เพื่อเพิ่มระดับความคล่องตัว และเพื่อก้าวล้ำนำหน้าในโลกดิจิตอล” คริส เชลเลียห์ รองประธานกลุ่มบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสถาปัตยกรรมระบบของ Core Technology & Cloud ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว .

ผลการสำรวจนี้ยืนยันในข้อเท็จจริงที่ประเมินว่า หลายธุรกิจไม่ได้ตระหนักอย่างเต็มเปี่ยมว่า PaaS สามารถเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานได้อย่างไร มีเพียงร้อยละ 26 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าพวกเขาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า PaaS คืออะไร

สำหรับผู้ที่กล่าวว่าตนเข้าใจดีว่า PaaS คืออะไร ได้ระบุประโยชน์หลัก 2 ประการ ได้แก่ ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีภายในองค์กร (ร้อยละ 50) และประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการพัฒนาแอพพลิเคชั่น (ร้อยละ 40)

“ชัดเจนว่าหลายธุรกิจรู้ว่าความคล่องตัวเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของพวกเขา แต่มีช่องว่างด้านการรับรู้ว่าจะบรรลุถึงความคล่องตัวดังกล่าวผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้อย่างไร” โรเบิร์ต ชิมป์ รองประธานกลุ่มบริษัท ออราเคิล กล่าว “ปัจจุบัน PaaS สามารถช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจใช้ระยะเวลาอันสั้นเพียงสองสัปดาห์ ซึ่งเอื้อให้พวกเขาเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ทั้งที่ใช้เป็นการภายในและส่วนที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ได้อย่างรวดเร็ว ขีดความสามารถนี้เอื้อให้องค์กรต่างๆ สามารถตอบสนองต่อสภาวะตลาดเกือบจะในทันที และนำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้าก่อนหน้าคู่แข่ง”

“บริการ PaaS เช่น Oracle Cloud Platform มีขีดความสามารถในการให้ความคล่องตัวทางธุรกิจในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่สำคัญ ณ ขณะนี้ คือ แสดงให้ธุรกิจต่างๆ เห็นว่าการบูรณาการแพลตฟอร์มคลาวด์เข้าไปในสถาปัตยกรรมไอทีของพวกเขานั้นง่ายเพียงใด แน่นอน ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้จากการใช้ PaaS นั้นมีความสำคัญ แต่สิ่งที่มีความสำคัญมากกว่า คือ ความสามารถของเทคโนโลยีนี้ในการช่วยให้ธุรกิจร่นระยะเวลาการพัฒนาแอพพลิเคชั่น รวมถึงปรับแต่งและบูรณาการแออพลิเคชั่นในกลุ่ม Software as a Service ของบุคคลที่สามเข้ากับธุรกิจของพวกเขาได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งเอื้อให้มีการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น” ชิมป์ กล่าว

กลุ่มธุรกิจต่างๆ เริ่มมีการปรับตัวมากขึ้นทั้งในด้านการเติมโตด้านการค้าขาย ช่องทางจัดจำหน่าย การออกแบบและติดตั้งสิ่งต่างๆ ที่จะทำให้การกระจายสินค้านั้นง่ายขึ้น ทาง แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ ประกาศแต่งตั้งโลจิเซียล คอนซัลท์ แอนด์ ดีเวลอปเม้นท์ ซึ่งเป็นผู้นำในการบริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการซัพพลายเชนและระบบการจัดการศูนย์กระจายสินค้าขึ้นเป็นตัวแทนของ แมนฮัตตัน หรือ จีโอพาร์ทเนอร์ ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การรองรับการขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟนและธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง โครงการของรัฐบาลในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิตอลในประเทศและการปรับปรุงระบบการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกให้ดีขึ้น

ทางบริษัทฯ มีโอกาสทำงานร่วมกันในหลายๆโครงการ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 และถือได้ว่าโลจิเซียลฯ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในนามจีโอพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีถึงความเชื่อมั่นที่แมนฮัตตันฯจะมอบหมายให้โลจิเซียลฯ ทำหน้าที่ดูแลลูกค้าปัจจุบันและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆในประเทศไทยอีกด้วย โดย โลจิเซียลฯ จะเน้นการดูแลด้านการขาย การออกแบบและติดตั้งระบบ และสนับสนุนแมนฮัตตันฯ ในการให้บริการต่างๆ ของระบบจัดการศูนย์กระจายสินค้าในตลาด

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ จับมือ โลจิเซียล ตอบรับตลาดอีคอมเมิร์ซไทยโต

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ จับมือ โลจิเซียล ตอบรับตลาดอีคอมเมิร์ซไทยโต

กัลยา ดอมดอม ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โลจิเซียลฯ เปิดเผยว่า “ในปี พ.ศ. 2559 ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการประมาณการไว้ว่าจะสร้างมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท หรือ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ เราเล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้น ในกลุ่มธุรกิจร้านค้าปลีกออน์ไลน์ และ ผู้จัดจำหน่าย ซึ่งจะมีความต้องการระบบการจัดการซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อที่จะสามารถตอบสนองกับความต้องการของธุรกิจออนไลน์และเติมเต็มการเชื่อมโยงความต้องการ ในช่องทางของการทำธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งการร่วมมือกันระหว่าง แมนฮัตตันฯ และ โลจิเซียลฯ นับเป็นการสร้างมูลค่าการเติบโตสำหรับหลายๆบริษัทในประเทศไทย จากการที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาด้านการบริการลูกค้า การจัดจำหน่ายอย่างมีประสิทธภาพ และมีเป้าหมายในการผลักดันให้ธุรกิจเติบโต อีกทั้งเรายังมองถึงการขยายบทบาทของเรา เมื่อประเทศไทยมีการเริ่มใช้เศษฐกิจแบบดิจิตอลในอนาคตอันใกลนี้”

มร.ริชาร์ด ไรท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ รับผิดชอบดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “โลจิเซียลฯ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งและมีสถานะเป็น จีโอพาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนหลักของ แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ ในประเทศไทย เป็นการแสดงถึงการเติบโตของแมนฮัตตันฯ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันในระดับภูมิภาค อีกทั้ง ระบบซัพพลายเชนคอมเมิร์ซ ของเรานั้น ยังมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจ และมุ่งมั่นที่จะให้การบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะส่งผลในการเพิ่มรายได้และกำไรในระยะยาวอีกด้วย”

กัลยา กล่าวเสริมว่า “จากการที่โลจิเซียลฯได้ร่วมมือกับผู้นำทางด้านระบบซัพพลายเชน คอมเมิร์ซ ระดับโลกนั้น ทำให้หลายส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกัน โดยบริษัทฯ สามารถเสริมการทำงานของแมนฮัตตันฯในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำจุดยืนของเราในตลาด และเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับลูกค้าในประเทศและบริษัทข้ามชาติที่เปิดทำการในประเทศไทย ที่กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการบริการซัพพลายเชน คอมเมิร์ช”